อยากท้องทำอย่างไรดี ????

หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: อยากท้องทำอย่างไรดี ????  (อ่าน 2976 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 22 ต.ค. 12, 15:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
อยากท้องทำอย่างไรดี ????



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 22 ต.ค. 12, 16:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
บางท่านบอกกำลังมีอาการต่างๆ ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงมาดูความรู้อาการต่างๆเช่นตัวอย่างดังนี้..จะมี 15 อาการดังนี้..


ระหว่างที่กำลังตั้งหน้าตั้งตารอ ลองสังเกตตัวเองไปพลางๆ ก่อนดีไหม? มีสัญญาณ 15 ข้อที่อาจบ่งบอกว่า คุณกำลังจะเป็นคุณแม่ มาลองดูกันเลย!


1. ลมหายใจติดขัด
หมู่นี้คุณต้องหอบหายใจเมื่อก้าวขึ้นบันไดรึเปล่า? นี่อาจไม่ใช่เพราะร้างลาจากฟิตเนสเท่านั้นนะ ตัวอ่อนในครรภ์ต้องการออกซิเจน ร่างกายของคุณจึงต้องพยายามหายใจเอาอากาศเข้าไปให้มากขึ้น ปกติแล้ว อาการหายใจขัดมักเริ่มต้นในช่วงไตรมาสสอง แต่คุณแม่บางคนก็อาจเริ่มหอบเหนื่อยได้ตั้งแต่ช่วงแรก

 

แย่หน่อยที่อาการนี้จะต่อเนื่องไปตลอด 9 เดือนของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายที่มดลูกขยายใหญ่จะเบียดพื้นที่ในช่องอก จะยิ่งรู้สึกอึดอัด (เอาน่า พอลูกเลื่อนลงไปอยู่ใกล้ปากมดลูกช่วงก่อนคลอด อาการจะทุเลาไปเอง)

 

2. เจ็บหน้าอก
อาการคัดตึงเต้านมเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการตั้งครรภ์ ผู้หญิงบางคนอาจรู้สึกได้ว่ามีอาการคัดตึงเต้านม หรือรู้สึกเจ็บเล็กน้อยบริเวณหัวนม ตั้งแต่ 2-3 สัปดาห์แรก ตลอด 9 เดือน หน้าอกของคุณจะค่อยๆ ใหญ่ขึ้นและหนักขึ้นไปตามอายุครรภ์ หน้าอกอาจนุ่มขึ้น, วงปานนมมีสีเข้มขึ้น หรือเห็นเส้นเลือดดำบริเวณเต้านมได้ชัดเจน

 

3. อ่อนเพลีย
ทั้งที่มีหนังสือนิยายสืบสวนเล่มใหม่อยู่ในมือ แต่อ่านไปได้ 4-5 หน้าก็ต้องปิดไฟเข้านอนเสียแล้ว ความอ่อนเพลียนี้เป็นผลจากระดับฮอร์โมน และจะต่อเนื่องไปจนหมดไตรมาสที่หนึ่ง กว่าจะทุเลาก็เมื่อเข้าไตรมาสที่สองแล้วนั่นแหละ
ระหว่างนี้ก็รีบเข้านอนเร็วๆ, กินอาหารที่มีธาตุเหล็ก, โปรตีน และดื่มน้ำให้มากขึ้น แต่ต้องเลี่ยงชากาแฟ และขนมหวาน (ให้พลังงานจริง แต่เป็นพลังงานระยะสั้นที่มีน้ำตาลสูง)

 

4. คลื่นไส้อาเจียน
อาการคลื่นไส้อาเจียนมักเริ่มต้นในสัปดาห์ที่หกหลังการปฏิสนธิ แต่คุณแม่บางคนก็อาจอออกอาการตั้งแต่ช่วงแรก สาวๆ ส่วนใหญ่รู้สึกคลื่นไส้ในตอนเช้า แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่โชคร้ายหน่อย เพราะต้องวิ่งเข้าห้องน้ำไปอาเจียนทั้งเช้า-กลางวัน-เย็น (อ่านเทคนิคบรรเทาอาการแพ้ท้องจากคุณแม่ผู้อ่านเรียลพาเร้นติ้ง ได้ในคอลัมน์ Pregnancy Mom to Mom ฉบับนี้ค่ะ)

 

5. ปัสสาวะบ่อย
ง่วงแทบลืมตาไม่ขึ้น แต่ก็ต้องลุกไปห้องน้ำกลางดึกอยู่บ่อยๆ นี่อาจเป็นสัญญาณการตั้งครรภ์ เพราะร่างกายของแม่ตั้งครรภ์จะผลิตเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ มากขึ้น ไตจึงต้องขับของเสียมากขึ้น ส่งผลให้กระเพาะปัสสาวะรองรับของเหลวมากขึ้นตามไปด้วย

 

6. ปวดศีรษะ
อาการปวดศีรษะเป็นอาการที่พบได้บ่อยขณะตั้งครรภ์รองจากอาการคลื่นไส้อาเจียน ตัวการหลักก็ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนตามเคย แต่คุณแม่บางท่านที่มีอาการไมเกรนหรือไซนัสอยู่ก่อนแล้ว อาการอาจยิ่งรุนแรงขึ้นได้ คุณแม่อาจกินยาแก้ปวดพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้ แต่ก็ควรดูแลร่างกายด้วยการกินอาหารและพักผ่อนให้เพียงพอ ปรับสภาพแวดล้อม (คุณแม่ที่มีอาการปวดศีรษะหลายคนบอกว่า แสงจ้าๆ จะยิ่งกระตุ้นให้รู้สึกปวด หากคุณมีอาการเช่นนี้ ก็ควรเอาม่านหน้าต่างลง หรือปิดไฟบางดวงไปบ้าง) และผ่อนคลายจิตใจด้วย

 

7. ปวดหลัง
ถ้าแผ่นหลังส่วนล่างรู้สึกเจ็บ นี่อาจเป็นเพราะเส้นเอ็นบริเวณนั้นเริ่มคลายตัวเพื่อรองรับสรีระที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง อาการปวดหลังนี้จะทวีขึ้นขณะที่น้ำหนักตัวของคุณค่อยๆ เพิ่มขึ้น พักผ่อนให้มาก และเริ่มต้นบริหารกล้ามเนื้อแผ่นหลังเสียแต่วันนี้

 

8. อยากอาหาร/เบื่ออาหาร
โหยของเปรี้ยวๆ ที่ช่วยแก้อาการคลื่นไส้ได้ชะงัด แต่ดันเอียนปลานึ่งของโปรดเสียอย่างนั้น ผลการวิจัยชี้ว่า คุณแม่ตั้งครรภ์กว่าร้อยละ 90 จะอยากกินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษ (คุณแม่ฝรั่งส่วนใหญ่จะโหยไอศครีม ขณะที่คุณแม่ชาวเอเซียชื่นชอบผลไม้มากกว่า) ตรงกันข้าม คุณแม่ร้อยละ 50-85 จะเกิดอาการเกลียดอาหารบางชนิด

 

9. ท้องผูก/ตัวบวม
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วยังใส่ยีนส์ตัวเก่งได้อยู่เลย ไหงอาทิตย์นี้ยัดไม่เข้า? ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนอาจไปกระตุ้นให้กระบวนการย่อยอาหารและขับถ่ายทำงานช้าลง พาให้ท้องผูกและตัวบวมอย่างนี้แหละ ลองดื่มน้ำให้มากขึ้น และกินอาหารที่มีกากไย หรือกินอาหารที่ช่วยระบาย เช่น กล้วยน้ำว้า ดูนะ

 

10. อารมณ์เหวี่ยง
แค่คุณสามีถอดถุงเท้าวางเกะกะก็ทำให้อารมณ์จี๊ดได้แล้ว ช่วงนี้เป็นบ่อยจนชักรำคาญตัวเอง สาเหตุก็คือฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนอีกนั่นแหละ จะว่าไปก็เป็นอาการปกติช่วงก่อนมีประจำเดือน แต่แม่ท้องจะอารมณ์เหวี่ยงนานกว่า และดูรุนแรงกว่า

 

11. อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น
ปกติแล้ว ก่อนมีประจำเดือน 2 สัปดาห์ อุณหภูมิร่างกายของผู้หญิงมักจะสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ถ้าผ่านช่วงที่ประจำเดือนน่าจะมาไปแล้ว (และประจำเดือนไม่มา) และอุณหภูมิร่างกายยังสูงเท่าเดิม ก็อาจแปลว่าคุณกำลังจะมีข่าวดี

 

12. จมูกไว
ผลจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้คุณกลายเป็นคนจมูกไว ได้กลิ่นอะไรก็พานเหม็นจนอยากอาเจียนไปเสียหมด ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นจากถังขยะ (ทีนี้คุณสามีก็ต้องเป็นคนหิ้วไปทิ้งละ), กลิ่นกาแฟถ้วยโปรด, หรือแม้แต่น้ำหอมที่เคยชอบ.

 

13. หน้ามืดเป็นลม
ปริมาณน้ำตาลหรือความดันโลหิตที่ลดลง อาจส่งผลให้คุณรู้สึกหน้ามืดตาลายได้ อย่าลืมกินอาหารและดื่มน้ำให้เพียงพอด้วยนะ

 

14. เลือดไหล
ถ้าเป็นเลือดใสๆ ที่ไหลออกมาช่วง 2-3 วันก่อนถึงวันที่ประจำเดือนควรจะมา อาจเป็นเลือดที่เกิดระหว่างที่ตัวอ่อนฝังตัวบนผนังมดลูก แบบนี้ก็ไม่ใช่ประจำเดือนหรอกนะ

 

15. ประจำเดือนมาช้า
ถ้าประจำเดือนมาช้ามากกว่า 10 วัน ก็ไปซื้อเครื่องตรวจการตั้งครรภ์มาลองตรวจดูได้แล้วละ

 

ทั้ง 15 ข้อนี้เป็นเพียงสัญญาณบ่งชี้เท่านั้น อาการผิดปกติบางชนิด เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูก หรือตั้งครรภ์ไข่ลม ก็มีลักษณะต่างๆ คล้ายกับการตั้งครรภ์ปกติ แต่การตั้งครรภ์ผิดปกติดังกล่าว ทารกจะไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ซ้ำยังเป็นอันตรายต่อตัวคุณแม่ ดังนั้น คุณแม่ที่สงสัยว่าตัวเองกำลังจะมีเจ้าเบบี๋ ควรไปตรวจครรภ์กับสูติแพทย์เพื่อให้ได้ผลที่ชัดเจน และเตรียมตัวฝากครรภ์เสียแต่เนิ่นๆ ทันทีที่รู้ว่าตัวตั้งครรภ์ จะปลอดภัยที่สุดค่ะ




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 23 ต.ค. 12, 10:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณแม่มีครรภ์ควรมี 10 ขั้นตอน ในการดูแลดังนี้


 1.ดูแลเรื่องน้ำหนัก

          สิ่งแรกที่คุณแม่ควรทำ ก็คือการชั่งน้ำหนักก่อนการตั้งครรภ์ และช่วงตั้งครรภ์ เพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก ซึ่งในช่วงก่อนตั้งครรภ์คุณแม่ควรดูแลร่างกายให้พร้อม และกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ และที่สำคัญเป็นช่วงที่ไม่ควรลดความอ้วน เพราะเด็กต้องการสารอาหารต่าง ๆ ที่สำคัญ เพื่อช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตให้สมบูรณ์และแข็งแรง

 2. งดการสูบบุหรี่และงดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และคาเฟอีน

          เพราะสารพิษจากนิโคติน แอลกอฮอล์ และคาเฟอีน เป็นอันตรายต่อทารกอย่างมาก สารเหล่านี้จะถูกส่งผ่านทางสายรก ทำให้เด็กได้รับสารพิษโดยตรง หากทารกได้รับสารเหล่านี้เข้าไปแล้ว ต้องใช้เวลานานกว่าจะขับสารเหล่านี้ออกมาได้ แต่สำหรับเวิร์กกิ้งวูแมนที่ไม่สามารถงดกาแฟได้ ให้ดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะ ซึ่งไม่ควรเกิน 150 มิลลิกรัมต่อวัน 

 3.การพักผ่อน ทำงานศิลปะ

          อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า อารมณ์ของคุณแม่นั้นมีผลกระทบต่อเด็กในท้องโดยตรง ฉะนั้นคุณแม่ควรหาเวลาพักผ่อน หรือทำกิจกรรมสนุก ๆ ในเวลาว่าง เพื่อทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส เช่น ออกไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือทำงานอดิเรก ที่ใช้สมาธิและการสร้างสรรค์ เช่น การวาดรูป ถักไหมพรม หรือการฟังเพลง การอ่านหนังสือ ก็ช่วยให้อารมณ์ดีได้

 4.ควบคุมการกินยา

          หากคุณแม่มีความจำเป็นต้องรับประทานยา ก็ควรแจ้งคุณหมอหรือเภสัชก่อนการรักษา ว่ากำลังอยู่ในช่วงตั้งครรภ์ เพื่อให้คุณหมอและเภสัชกร จัดยาที่เหมาะสำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์มาให้ เพราะสารเคมีในยาบางตัวมีอันตรายต่อเด็กในครรภ์ ซึ่งอาจจะทำให้เด็กพิการและเสียชีวิตได้

 5.การฉีดวัคซีน

          ก่อนการตั้งครรภ์คุณแม่ก็ควรศึกษาเรื่องการฉีดวัคซีนด้วย ว่าวัคซีนแต่ละชนิดควรจะฉีดในช่วงใดของการตั้งครรภ์ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูก หรือไปปรึกษาคุณหมอเพื่อให้แน่ใจว่าเราต้องรับวัคซีนชนิดใดบ้าง และทำตารางนัดกับคุณหมอให้เรียบร้อย เมื่อถึงเวลาก็ไปให้ตรงกับวันและเวลาที่คุณหมอกำหนดไว้

 6.การฝากครรภ์

          ควรเลือกคุณหมอที่เราไว้วางใจ เพื่อสร้างความสบายใจให้กับคุณแม่ และโรงพยาบาล หรือคลินิกฝากครรภ์ที่เราเลือกนั้น ควรมีหมอเป็นผู้ดูแล และสามารถให้คำแนะนำที่ชัดเจน เข้าใจง่าย หากคุณแม่รู้สึกไม่สบายใจ หรือกังวลใจเกี่ยวกับหมอที่ไปฝากครรภ์ คุณแม่ก็สามารถหาสถานที่ในการฝากครรภ์ใหม่ได้ค่ะ

 7.วางแผนเรื่องรายรับรายจ่าย

          เพราะคุณแม่ทั้งหลายกำลังจะมีอีกหนึ่งชีวิตที่ต้องดูแล ฉะนั้นการวางแผนทางการเงิน ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อเตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับช่วงตั้งท้อง และหลังคลอด รวมทั้งวางแผนในการเลี้ยงดูระยะยาว ทั้งเรื่องการศึกษา และความเป็นอยู่

 8.การใช้สารเคมี

          คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงสารเคมีต่าง ๆ ที่จะเข้าสู่ร่างกาย อย่างเช่น น้ำยาเปลี่ยนสีผม เพราะสารเคมีที่ซึมซับเข้าสู่ร่างกาย จะทำอันตรายกับเด็กในท้องได้ และนอกจากนี้ยังรวมถึงการสูดดมสารต่าง ๆ เช่น สารตะกั่ว สารปรอท ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะสารเหล่านี้จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งอาจทำให้เด็กพิการได้

 9.โรคที่เกิดจากแมว

          สำหรับบ้านที่เลี้ยงแมว ควรระมัดระวัง ปรสิตที่อยู่ในอุจจาระของแมว ซึ่งมีอันตรายอย่างมากกับเด็กในท้อง เพราะเป็นสาเหตุของโรคที่เรียกว่า ทอกโซพลาสโมซิส ซึ่งหากปรสิตตัวนี้เข้าสู่ร่างการเด็ก ก็จะทำให้เด็กมีอาการสมองบวม ประสาทตาอักเสบ หรือจอตาอักเสบ หรือมีอารมณ์ผิดปกติ โดยเฉพาะการตั้งครรภ์ในช่วงสามเดือนแรกนั้น ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ฉะนั้นบ้านไหนที่มีแมวก็ควรทำความสะอาดกระบะแมว และบ้านให้สะอาด

 10.ละ ลด เลิก กิจกรรมผาดโผน

          คุณแม่ที่รักกิจกรรมและกีฬาผาดโผน อย่างเช่น กระโดดร่ม ขี่ม้า ขี่จักรยาน ควรงดกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะกระทบต่อเด็กในครรภ์ เพราะการเคลื่อนไหวตัวมาก ๆ นั้น เสี่ยงต่อการแท้งเป็นอย่างมาก

          วิธีที่นำมาฝากกัน ไม่ยากใช่ไหมคะ สามารถทำตามได้ง่าย ๆ ฉะนั้นในช่วง 9 เดือนนี้ เรามาดูแลลูกน้อยของเราให้มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง ก่อนลืมตาดูโลกกันดีกว่าค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 24 ต.ค. 12, 10:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เลี้ยงลูกอย่างไร ให้เป็น อภิชาตบุตร


อภิชาตบุตร คือ บุตรที่มีคุณสมบัติยิ่งไปกว่าพ่อแม่ อาจจะดีกว่า เก่งกว่า เฉลียวฉลาด มีปัญญา สามารถนำพ่อแม่ไปในทางที่ดีงามได้ พ่อแม่จึงอยากจะได้ลูกที่เป็นแบบนี้ เพราะนอกจากจะมีความสบายใจว่าลูก จะไปในทางที่ดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งไม่ดีแล้ว ลูกยังแนะนำสิ่งที่ดีมาให้พ่อแม่ด้วย นอกจากนี้ เป็นที่แน่ใจได้ว่าลูกจะช่วยดูแลพ่อแม่ ช่วยเหลือบางเบาภาระงานทั้งหลาย รักษาสมบัติและชื่อเสียงให้ครอบครัว มีความงามครบถ้วนคือ งามกาย งามวาจา งามใจ อภิชาตบุตรมักจะมีจุดเด่น หรือความสามารถที่พิเศษ ทำให้คนรอบข้างชื่นชมและนับถือด้วย หากจะเปรียบอภิชาตบุตรให้ชัดเจนแล้ว อาจจะกล่าวได้ว่า อภิชาตบุตร คือ “ลูกเทวดาลงมาอาศัยท้องเกิด”




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 24 ต.ค. 12, 10:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อยากมีท้องมีวิธีการต่างๆ 4 วธีการดังนี้คือ

ทางเลือกที่ 4 ของคุณแม่ทั้งหลาย ที่ทำมา 3 ทางแล้วไม่สำเร็จจึงมาเข้าคอส์กับอาจารย์ 1 คอส์มี 3 เดือน 3 ครั้ง  ที่มาเข้าคอส์กับอ.แล้ว อย่าร้องไห้ให้เปลี่ยนเป็นกำลังใจ ให้สู้ต่อไปด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจทุกๆคน..


การ เข้าคอร์กสคุณแม่รุ่นที่ 23 ถึง 23 / 11  / 2555 นี้  พร้อมรูปถ่าย 6 ใบ มาทางไปรษณี์ อี เอ็ม เอส มาให้อ.ต่อไป

การปรึกษาบุตรยากมีทางเลือก 4  วิธีคือ

1.การ ทำ กีฟ     ต้องนำเชื้อมาผสมภายนอกต้องผ่านอากาศแล้วค่อยใส่กลับเข้าไปใหม่ต้องทำที่ โรงพยาบาล เด็กส่วนใหญ่จะไม่แข็งแรงเป็นภูมิแพ้ 3-4เดือนแท้ง (มดลูกช้ำเพราะถูกกระทบกระเทือนมาก อสุจิเลยไม่เกาะผนังมดลูก)


2.การทำ อิ๊กซี่   ต้องนำไข่ในมดลูกออกมาผสมเชื้ออสุจิมาผสมกันในหลอดแก้ววิธีการมากมายและ ต้อง ทำที่โรงพยาบาล เด็กส่วนใหญ่จะอ่อนแอ 3-4เดือนแท้ง
(มดลูกช้ำเพราะถูกกระทบกระเทือนมาก อสุจิเลยไม่เกาะผนังมดลูก)



3.การ ฉีดเชื้อ    ต้องนำสามีไปรีดเชื้อที่โรงพยาบาล และนำเชื้อใส่สลิงค์และฉีดเข้าไปมดลูกของคุณแม่ทั้งหลาย เชื้อผ่านอากาศแล้วเด็กจะไม่แข็งแรง3-4เดือนแท้ง (มดลูกช้ำเพราะถูกกระทบกระเทือนมาก อสุจิเลยไม่เกาะผนังมดลูก)



4.การเข้าคอร์สคุณแม่ มือใหม่รุ่นที่ 23  ปรึกษา อ.ทางโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว ไม่ต้องตรวจภายในให้ยุ่งยาก ให้ปฎิบัติตามขั้นตอนต่างๆ หากท้องแล้วไม่ต้องรีบฝากหมอเลี้ยงอยูในท้องให้ครบ 3 เดือนแล้วค่อยฝากหมอ ไม่ต้องรีบร้อนหาหมอ ไม่ต้องให้อุลตร้าซาวด์ ไม่ต้องฉีดยาให้ยุ่งยาก ไม่ต้องให้หมอตรวจภายในต้องฝากหมอที่ไว้ใจได้เพียงเท่านั้น...


ปรึกษาอาจารย์เทวฤทธิ์  อยู่สุนทร


ที่อยู่ เลขที่ 54/96 ซ.วุฒากาศ 40 ถ.วุฒากาศ เขตจอมทอง กทม. 10150

สามารถโอนเงินไปที่บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารไทยพานิชย์ สาขาวุฒากาศ
ในนาม อ.เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร เลขที่บัญชี  062-217-6716





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 25 ต.ค. 12, 09:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อยากมีสเปิร์มซุปเปอร์ฮีโร่ ให้สมัครเข้าคอส์คุณแม่รุ่นที่ 23 เปิดกรูเกิ้ลปรึกษาคุณแม่รุ่นที่ 22 จะมีเบอร์โทรติดต่ออยู่ในนั้น...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  อยากท้อง 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม