หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ตาแห้งเกิดจากอะไร? ตาแห้งมีอาการยังไง? เลือกน้ำตาเทียมแบบไหน?  (อ่าน 3 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 26 ม.ค. 22, 10:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ปัญหา “ตาแห้ง” เป็นปัญหาด้านสุขภาพที่หลายคนต้องพบเจอ เนื่องจากการใช้งานดวงตาอย่างหนักหน่วงของคนยุคดิจิทัล รวมไปถึงอายุที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน ทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาอ่อนแรงลง จนส่งผลกระทบต่อการทำงานของดวงตา แล้วอาการตาแห้งมีสาเหตุอย่างอื่นอีกหรือไม่ ตาแห้งมีอาการอย่างไร? ควรต้องดูแลรักษาและเลือกน้ำตาเทียมอย่างไร?

“ตาแห้ง” เกิดจากอะไร?

ตาแห้งเป็นอาการที่เกิดจากภาวะปริมาณน้ำตาหล่อเลี้ยงผิวตาไม่เพียงพอ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยจากการใช้สายตาเป็นเวลานานๆ เช่น อ่านหนังสือ ใช้คอมพิวเตอร์ รวมถึงภาวะการสร้างน้ำตาลดลงในผู้สูงอายุ แม้แต่การใส่คอนแทกเลนส์เป็นเวลานาน หรือใช้คอนแทกเลนส์ที่ไม่มีคุณภาพ เป็นภูมิแพ้ที่ตา หนังตา หรือเยื่อตาอักเสบเรื้อรัง หรือรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาแก้แพ้ ยาคลายเครียด ดื่มน้ำน้อย และอยู่ในบริเวณที่มีอากาศแห้ง ลมแรง เป็นเวลานาน

“ตาแห้ง” มีอาการอย่างไร?

•แสบตา เคืองตา ฝืดตา รู้สึกไม่สบายตาเหมือนมีเศษฝุ่นอยู่ในตา
•เมื่อยตา เจ็บตา ขณะกะพริบตา รู้สึกหนักตา
•ตาแดง น้ำตาไหลมาก การมองเห็นอาจลดลง หรือมองภาพไม่ชัดเท่าที่ควร
•หากมีอาการเรื้อรัง อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ การแพ้ หรือการอักเสบของดวงตา เกิดเป็นแผลที่กระจกตา กระจกตาไม่เรียบใส ผิวกระจกตาอักเสบ บางรายอาจร้ายแรงจนเกิดการติดเชื้อทำให้ตาบอดได้

“ตาแห้ง” รักษาอย่างไร?

1.หลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรงกับแดดและลมโดยสวมแว่นกันแดดเมื่ออยู่กลางแจ้ง และไม่นั่งในที่ที่มีลมพัดหรือแอร์เป่าใส่หน้า
2.กระพริบตาให้ถี่มากขึ้น ทุกครั้งที่กระพริบตา เปลือกตาจะรีดน้ำตาให้มาฉาบผิวกระจกตา ในภาวะปกติคนเราจะกระพริบตานาทีละ 20-22 ครั้ง แต่ถ้าขณะที่จ้องหรือเพ่งตาจะลืมค้างไว้นานกว่าปกติ ทำให้กระพริบตาได้เพียง 8-10 ครั้ง น้ำตาก็จะระเหยออกไปมากทำให้ตาแห้งเพิ่มขึ้น จึงควรพักสายตา โดยการหลับตา กระพริบตา หรือลุกขึ้นเปลี่ยนอริยบท ประมาณ 2-3 นาที ในทุกครึ่งชั่วโมง
3.สำหรับผู้ที่ตาแห้งมาก อาจใช้กรอบแว่นชนิดพิเศษที่มีแผ่นคลุมปิดกันลมด้านข้าง แว่นชนิดนี้มีคุณสมบัติช่วยครอบทั้งดวงตาและป้องกันลมด้วย หรือจะใช้แผ่นซิลิโคนชนิดพิเศษ ที่ใสบาง และนุ่ม นำมาตัดให้เข้ากับด้านข้างของกรอบแว่นตาคู่เดิม ซึ่งเรียกว่า Moist Chamber
4.ใช้น้ำตาเทียมเป็นยาหยอดตาที่เพื่อหล่อลื่นและให้ความชุ่มชื้นกับผู้ที่ตาแห้ง ความถี่ในการหยอดตาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ผู้ป่วยที่ตาแห้งน้อย ควรหยอดตาไม่เกินวันละ 4-5 ครั้ง แต่กรณีผู้ป่วยที่ตาแห้งมาก และต้องหยอดตามากกว่าวันละ 6 ครั้ง จักษุแพทย์จะสั่งน้ำตาเทียมชนิดพิเศษที่ไม่มีสารกันบูด (Preservative-Free Tear) ให้ใช้แทน ซึ่งมีข้อจำกัด คือ ยาจะบรรจุในหลอดเล็ก เมื่อเปิดใช้แล้วต้องใช้ให้หมดภายใน 16 ชั่วโมง หากใช้นานกว่านี้อาจเกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้ (อาการ “ตาแห้ง” กับน้ำตาเทียม” คลิก https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/knowledge_full.php?id=14)

น้ำตาเทียมคืออะไร?

น้ำตาเทียม หรือ Artificial Tears คือของเหลวที่ใช้เพื่อทดแทนสารหล่อลื่นในดวงตา ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำตาตามธรรมชาติ ช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองตาจากอาการตาแห้งหรือตาล้า รวมถึงตาแห้งจากการใส่คอนแทกเลนส์ โดยสามารถซื้อน้ำตาเทียมได้โดยไม่ต้องได้รับใบสั่งยาจากแพทย์ แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเลือกซื้อน้ำตาเทียมอีกครั้งเพื่อความปลอดภัย

เลือกน้ำตาเทียมอย่างไร?

น้ำตาเทียมในท้องตลาดมีมากมายหลายแบรนด์ จึงควรเลือกน้ำตาเทียมที่เหมาะกับการใช้งานให้มากที่สุด โดยดูที่คุณสมบัติดังต่อไปนี้

1.ไม่ใช้น้ำตาเทียมที่มีสารกันบูด

เพราะน้ำตาเทียมคือของเหลวที่ต้องใช้กับอวัยวะสำคัญอย่างดวงตา เพราะฉะนั้นควรเลือกน้ำตาเทียมไม่มีสารกันบูดชนิดรุนแรง เช่น Benzalkonium chloride เพราะหากใช้ซ้ำติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เซลล์เยื่อบุตาถูกทำลายได้ค่ะ แม้น้ำตาเทียมแบบไม่มีสารกันบูดอาจอ่อนโยนต่อดวงตามากกว่า แต่ก็ทำให้แบคทีเรียเติบโตง่าย จึงเหมาะจะใช้เป็นน้ำตาเทียมแบบรายวันที่เป็นแคปซูลมากกว่า หรือหากจำเป็นต้องใช้น้ำตาเทียมที่ผสมสารกันบูด ก็ควรเลือกชนิดที่ไม่รุนแรง เช่น สาร Stabilized oxychloro complex

2.มีคุณสมบัติเหมาะกับอาการของดวงตา

น้ำตาเทียมที่ผลิตออกมาให้ตอบโจทย์อาการของผู้ใช้มากมักมีหลากหลายคุณสมบัติให้เลือก เช่น หากมีอาการตาแห้ง ก็ควรเลือกน้ำตาเทียมที่มีสารเพิ่มความชุ่มชื้น แต่หากมีเส้นเลือดฝอยในตาแตก ตาแดง คัน ระคายเคือง ควรใช้ยาหยอดตาแบบเฉพาะทาง

3.เลือกประเภทของน้ำตาเทียม

น้ำตาเทียมในปัจจุบันมีทั้งแบบขี้ผึ้งหรือแบบเจล โดยต้องใช้ป้ายในดวงตาเพื่อให้ความชุ่มชื้นได้ยาวนาน แต่เรื่องความสะอาดก็จะลดลงเพราะต้องใช้นิ้วมือในการป้าย แต่สำหรับน้ำตาเทียมชนิดสารละลายที่เราใช้กันทั่วไปจะใช้ได้สะดวกกว่า และยังมีสูตรที่ไม่ผสมสารกันบูดที่ทำให้ปลอดภัยกว่าในระยะยาว (แนะนำน้ำตาเทียมยี่ห้อต่างๆ คลิก (https://www.top10.in.th/น้ำตาเทียม-ยี่ห้อไหนดี /)

ดูแลดวงตาให้ปลอดภัย เพื่อสุขภาพตาที่ดี มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น แล้วให้สินมั่นคงประกันสุขภาพช่วยดูแลความเสี่ยงด้านการเงินให้คุณ ด้วยประกันสุขภาพเหมาจ่าย ที่สุดของความคุ้มครองเรื่องสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ไม่ยุ่งยากเมื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เพราะคุ้มครองวงเงินค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายตามจริงสูงสุด 500,000 บาทต่อปี ไม่ต้องสำรองจ่าย สนใจรายละเอียด คลิก https://www.smk.co.th/producthealthdetail/7 หรือ โทร.1596 Line : @smkinsurance

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม