หน้า: 1 2 3 4

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ชีวิตหลังเกษียณไม่มีสิทธิ์เลือก (รับรองความดราม่า)  (อ่าน 25606 ครั้ง)
Guest
งง
เรทกระทู้
« ตอบ #90 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 18:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
รัฐบาลชุดนี้มีแต่ก่อหนี้ ไม่ได้เรื่อง หน้าอาย........ ข้าราชการเงินเดือนก็น้อยเต็มที่แล้ว ปีๆหนึ่ง ขึ้นก็ไม่กี่ร้อย อย่าแกล้งกันมากนัก ออกไปซะ...
ตกลงจะคุยกันเรื่องยา หรือเรื่องหญ้าอาหารของพวกเอ็ง เห็นด่าโน่น ด่านี่ ด่ารัฐบาล ด่าอำมาตย์ ตามวิสัยเสื้อแดงตะแบงไป นี่ถ้าข้าราชการไม่เห็นแก่ได้ ไม่โกงยา เบิกยาแต่ละทีก็ให้หมอสั่งยาซะเยอะแยะ จนงบบานปลาย บางทีก็เอาไปขายต่อ บางทีก็เวียนใบเบิกซ้ำซ้อน จนรัฐบาลต้องออกกฏมาควบคุม ปลาเน่าไม่กี่ตัว ทำให้ข้าราชการคนอื่นต้องลำบาก เหมือนเหลืองแดงไม่กี่ตัว จะพาประเทศชิหายนั่นแหละ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
โลกนี้หนอ
เรทกระทู้
« ตอบ #91 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 18:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*00เอาเงินไปทำอะไรเรื่องยานี่ใคร ๆ เขาก็ไม่อยากจะเป็น ตัดออกทำไมเบิกไม่ได้ยิ่งข้าราชการที่เกษียณแล้วเงินเหลือน้อยจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อยาที่ท่านตัดออกเบิกไม่ได้มาทานล่ะ ใคร ๆ ในโลกนี้ไม่อยากเจ็บป่วยกันหรอก เงินเดือนขึ้นมาก ๆ (ดีเแพาะชั้นผู้้ใหญ่)พูดไปก็เท่านั้น เวรกรรมมีจริงนะจะบอกให้ q*013q*019

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนที่ประกันตน
เรทกระทู้
« ตอบ #92 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 18:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สำหรับผู้ประกันตน ได้แต่ยาพารา เพราะหมอต้องการให้มากินแก้ปวดหัว ซึ่งอาการเป็นตามหลังจากโรคที่เป็นอยู่ เนื่องจากไปโรงพยาบาลแล้วได้รับการรักษาในมาตรฐานที่ต่ำกว่าปกติ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
i am doctor
เรทกระทู้
« ตอบ #93 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 18:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นแพทย์ค่ะ รู้สึกเห็นใจทุกคนที่ต้องเจอปัญหาเหล่านี้ ถึงเป้นหมอ แต่พ่อก็ต้องใช้ยาบางตัวซึ่งตอนนี้ก็เบิกไม่ได้ เซ็งเหมือนกัน จริงๆ พวกข้าราชการบางคน เบิกใช้ยาเกินความจำเป็นมากมาย ยิ่งพวกVIPทั้งหลายยิ่งไม่ต้่องพูด เซ็งสุดๆ ทำให้คนธรรมดาสามัญชนที่จำเป็นต้องใช้ยาจริงๆไม่มียาใช้ อยากให้ดูเป็นรายๆไปไม่ใช่มาจำกัดทุกคนแบบนี้ สงสารคนไข้ที่ต้องใช้ยา และสงสารหมอที่รักษาด้วย เดี๋ยวนี้ถ้าคนไข้เป็ฯอะไรขึ้นมาหมอก็ซวยอีก เศร้าจริง ไปขายน้ำเต้าหู้ดีกว่า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ลูกจ้าง
เรทกระทู้
« ตอบ #94 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 19:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นข้าราชการเงินเดือนก็น้อย สวัสดิการรักษาพยาบาลไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย รัฐไม่เห็นใจ ประกาศขึ้นเงินเดือนล่วงหน้า แต่สินค้าต่างๆก็ขึ้นแซงก่อนเงินเดือนขึ้นอีก เงินเดือนขึ้นหลักร้อยหลักพัน แต่นักการเมืองเพิ่มเงินสูงลิ่ว เงินเดือนก็มากอย่าเข้าไปโกงกินกันอีกเลย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เกลียดควาย
เรทกระทู้
« ตอบ #95 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 19:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
รัฐบาลอำมาตย์เขาไม่สนใจว่าประชาชนคนไทยจะมีคุณภาพชีวิตอย่างไร ใครจำได้บ้างในรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ รัฐบาลชวน 2 หลัจากเข้าแย่งอำนาจมาจากรัฐบาลชวลิต โดยวิธีการเฉกเช่นรัฐบาลมาร์คนี่แหละ...

ในปี 2541 นายกฯชวน หลีกไป ได้ปล่อย รมต.สาธารณสุขให้มีการยกเลิกราคากลางของยา จึงทำให้คนไทยที่เจ็บป่วยต้องซื้อยาแพงกว่าเดิมหลายเท่าตัว

ในที่สุดก็มีกลุ่มแพทย์ชนบทและเอ็นจีโอบางคนได้ร้องเรียนเอาเรื่องจนรมต.สาธารณสุข ในรัฐบาลชวน 2 ต้องติดคุกและถูกศาลสั่งยึดทรัพย์กว่า 200 ล้านบาท


นี่คือ วิธีการบริหารแบบอำมมาตย์ ๆ ของพรรคอำมมาตย์......!!!!!!
q*020q*020q*020q*00q*00q*005q*010q*011

โธ่ ควายอย่างแกนี่ พิมพ์มาได้ขนาดนี้ถือว่าไม่ธรรมดานะเนี่ย

เดี๋ยวบริจาคให้ซัก ร้อยนึงไปซื้อยาดองกินนะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
พันกร
เรทกระทู้
« ตอบ #96 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 19:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เร็วๆๆนี้แม่ผมก็โดนเหมือนกันครับ ยาเคยเบิกได้แต่ตอนนี้เบิกไม่ได้แล้วเพราะตัดรายการออกจากบัญชียาเบิกได้ กลุ้มๆๆๆๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เภสัชกรรพ.รัฐบาลแห่งหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #97 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 20:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยาที่จะเข้าบัญชียาหลักแห่งชาติได้จะต้องมีงานวิจัยรองรับว่ามีประสิทธิภาพในการรักษา ปลอดภัย และราคาเหมาะสม (ถ้ามียาที่มีประสิทธิภาพเท่ากันแต่ราคาถูกกว่า ยาที่แพงกว่าจะไม่อยู่ในบัญชี) มีคณะกรรมการพิจารณา เป็นแพทย์หลายท่าน ยาบางตัวเป็นยาที่วิจัยออกมาใหม่ ผลงานวิจัยยังน้อย ยังติดสิทธิบัตรยา ต้องนำเข้าเท่านั้น ราคาก็จะแพงมากๆ ยากลุ่มนี้คณะกรรมการไม่เห็นควรให้เข้าอยู่ในบัญชียา ข้าราชการก็จะเบิกไม่ได้ หากแพทย์สั่งใช้ต้องมีใบรับรองว่าจำเป็นใช้จึงจะเบิกได้ ยาไขข้อเสื่อมที่เบิกไม่ได้ น่าจะเป็นกลูโคซามีน พัฒนามาจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร งานวิจัยยังไม่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป แพทย์บางท่านยังบอกว่าเป็นยาผีบอก ดังนั้นจึงไม่อยู่ในบัญชียาหลัก แต่ตอนนี้ในบ้านเราผลิตยาตัวนี้ได้แล้ว ซื้อตามร้านขายยาน่าจะถูกกว่า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #98 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 20:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ครูทิพลาออกมา 5 ปี แล้วเหตุผล ออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ตอนนี้อายุ 53 ปีแต่โชคดีที่ไม่มีโรคประจำตัวที่ต้องเข้าออกโรงพยาบาล ป่วยหนักเมื่อ 3ปีที่แล้ว ตัดเนื้องอกในมดลูก จนปัจจุบันไม่เป็นอะไร นอกจากน้ำมูกไหลเวลาอากาศเย็นตอนเช้าเท่านั้น กรมบัญชีกลางก็น่าจะให้เบิกนะ เพราะบางคนก็ไม่ป่วยเข้าโรงพยาบาลเลย ไม่มีใครอยากป่วยหรอกนะ มันสนุกเสียเมื่อไร ทรมานและน่าเบื่อจะตาย แค่เป็นไข้หวัดธรรมดา เบ่อจะตายถ้าเป็นเรื้อรังจะไปคลีนิคก็คงไม่ไหว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
duan
เรทกระทู้
« ตอบ #99 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 20:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จะให้รัฐบาลออกเงินให้สิทธิ์ต้นสังกัดหมดก็ไม่ไหวนะค่ะ
ทีสิทธิ์ประกันสังคม จ่ายเงินทุกเดือนยังไม่ฟรีทุกอย่างเลย
ประเทศไทยควรทำเหมือนต่างประเทศ ที่ทุกคนต้องจ่ายให้ส่วนกลาง
ทุกเดือน ยกเลิกสิทธิ์ต้นสังกัดได้แล้ว .....

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #100 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 20:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*011 i know lang time already

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แพนค/
เรทกระทู้
« ตอบ #101 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 21:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ชื่อ ไวอาทิล

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
jijiji
เรทกระทู้
« ตอบ #102 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 21:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สำหรับบางคนยาตัวเดียวอาจจะทำให้เค้ามีชีวิตอยู่อีกยาว แต่กับบางคนที่มีเงินล้นฟ้าและยังไม่รู้จักพอ บางทีเงินอาจจะซื้อยาเพื่อยื้อชีวิตไว้ไม่ได้ q*009q*009

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #103 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 21:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หากอยากอยู่ดีมีสุข ต้องให้ลูกหลานเรียนทหารครับ เพื่อนผมเป็นทหารหลายคน สบายดีทุกคน หลานๆก็เป็นทหารครับ แต่เป็นทหารเกณฑ์นะ เลยไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ เพราะกลัวว่าสักวันจะถูกส่งไปต้าย..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #104 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 22:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เคยไปโรงบาลมาเมื่อหลายปีก่อน..เพราะลุยงานหนักไปหน่อย นอนประมาณตีสองและตื่นประมาณตีสี่ นานหลายเดือน..แล้วก็..เจ็บหน้าอก หมดแรง ปวดหัวมาก ต้องหลับตาตลอด เหมือนแพ้แสง นั่งรถเข็ญรอหมอแต่เช้า กว่าจะถึงคิวก็บ่ายๆ..สุดท้ายครับ..ได้พารา20เม็ด..ตั้งแต่บัดนั้นมา ข้าพเจ้าไม่ไปหาหมอโรงบาลอีกเลย..พาราร้อยละยี่สิบบาท ซื้อกินเองก็ได้..สรุปแล้วก็คือ ต้องไปโรงบาลเอกชนครับ ..แพงซะใจดี.....ซะใจเหมือนที่ประเทศไทย หาซื้อน้ำมันพืชยากกว่าหาซื้อยาบ้า..เรื่องจริงๆๆๆๆๆครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนที่สอบก.พ.ไม่ติด
เรทกระทู้
« ตอบ #105 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 22:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*002 ถูกใจ กะ ความคิดเห็นที่ 27 มากคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผู้อยู่ในระบบ
เรทกระทู้
« ตอบ #106 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 00:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เอกสารสรุปประเด็นข้อเท็จจริง
และข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับกลูโคซามีน
คอนดรอยตินซัลเฟต ไดอะเซอเรน และ
ไฮยาลูโรแนนชนิดฉีดเข้าข้อ

1. กลูโคซามีนเป็นสารธรรมชาติที่พบในร่างกายมนุษย์ มีน้ำตาลกลูโคสเป็นส่วนประกอบ
หลัก ร่างกายใช้เป็นสารตั้งต้นในการสร้างเนื้อเยื่อของกระดูกอ่อนและน้ำไขข้อ ผลิตได้
ทั้งจากเปลือกของสัตว์ทะเล และด้วยวิธีการผลิตอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับสัตว์ทะเล ร่างกาย
สามารถสร้างกลูโคซามีนขึ้นได้เองจากกลูโคส
2. กลูโคซามีนแบ่งเป็น 2 ชนิดคือกลูโคซามีนซัลเฟต (GS) และ กลูโคซามีนไฮโดรคลอไรด์
(GH) ในประเทศไทยใช้ GS เป็นหลัก
3. กลูโคซามีนจัดเป็นอาหารเสริมในบางประเทศ ส่วนในประเทศไทยจัดเป็นยา และมีบาง
ประเทศจัดไว้ทั้งสองสถานะ เช่นสหราชอาณาจักรมี GH ขึ้นทะเบียนเป็นยา ในขณะที่
GS จัดเป็นอาหารเสริม
4. กลูโคซามีนเป็นที่นิยมใช้มากในประเทศไทย ทั้งการซื้อใช้เองโดยประชาชนและการจ่าย
เป็นยาให้กับผู้ป่วย โดยมีมูลค่าการใช้ประมาณร้อยละ 10 ของมูลค่ายาราคาสูงที่มี
การเบิกจ่ายจากกรมบัญชีกลาง คิดเป็นค่ายากลูโคซามีนที่ข้าราชการเบิกไม่น้อยกว่า 459
ล้านบาท/ปี โดยอัตราการใช้กลูโคซามีนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปีอย่างรวดเร็ว ทั้งที่จัด
เป็นยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ
5. การใช้กลูโคซามีนอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องนาน 1 ปี มีค่าใช้จ่ายระหว่าง 2,700-13,000
บาทขึ้นกับผลิตภัณฑ์ ในประเทศไทยผลิตภัณฑ์จากบริษัท Rottapharm (Viartril-S)
ซึ่งเป็นยาต้นแบบได้รับความนิยมสูงสุด
6. มีการกล่าวอ้างสรรพคุณของกลูโคซามีนไว้มากมายหลายประการ การรับรู้ของประชาชน
ทั่วไปคือช่วยบรรเทาอาการปวดของโรคข้อเสื่อม ทำให้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ข้อลื่นขึ้น
เสียงดังในข้อหายไป ช่วยชะลอการเสื่อมของข้อเข่า และช่วยชะลอการเปลี่ยนข้อเข่า
7. ผลการศึกษาของ NIH Glucosamine/chondroitin Arthritis Intervention Trial (GAIT)
ซึ่งสนับสนุนการวิจัยโดย NIH (National Institute of Health) แห่งสหรัฐอเมริกา
เป็นงานวิจัยเกี่ยวกับกลูโคซามีนที่ใหญ่ที่สุดในโลก (จำนวนผู้ป่วย 1,583 คน) รายงานผล
ครั้งแรกในปีค.ศ. 2006 สรุปผลการวิจัยไว้ว่ากลูโคซามีนไม่มีผลในการบรรเทาอาการ
ปวดข้อ ไม่มีผลต่อความแข็งตึงและการเคลื่อนไหวของข้อ ไม่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
และไม่ลดปริมาณการใช้ยาแก้ปวด รวมทั้งเมื่อติดตามผลในระยะยาวไม่พบว่าช่วยชะลอ
การเสื่อมของข้อแต่อย่างใด งานวิจัยนี้ใช้ GH ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่มีจำหน่าย
ในสหรัฐอเมริกาในการวิจัย
8. จากงานวิจัยข้างต้น พบว่าแพทย์ผู้รักษามีความพอใจในผลการรักษาต่ำ และไม่สามารถ
บอกความแตกต่างระหว่างกลุ่มที่ให้กลูโคซามีนกับยาหลอก

9. Towheed และคณะ (2009) ได้ทำการทบทวนประสิทธิผลของ GS โดยวิเคราะห์ผลลัพธ์
ของงานวิจัยจำนวน 25 เรื่อง ซึ่งมีผู้ป่วยในงานวิจัยทั้งสิ้น 4,963 คน เมื่อคัดเลือกมา
วิเคราะห์เฉพาะงานวิจัยที่มีคุณภาพดีพบว่า GS ช่วยบรรเทาปวดให้กับผู้ป่วยโรคข้อเข่า
เสื่อมได้ไม่แตกต่างจากการให้ยาหลอก แสดงให้เห็นว่า GS ไม่มีประสิทธิผลจริง
10. ไม่มีคำแนะนำทางการแพทย์ใดในทวีปยุโรป สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกาในช่วง
5 ปีหลัง ที่แนะนำให้ใช้กลูโคซามีนในโรคข้อเสื่อม
11. มีหลักฐานจำนวนมากที่แสดงว่ากลูโคซามีนไม่มีความคุ้มค่าทั้งโดยมาตรฐานของประเทศ
ในยุโรป เช่นสหราชอาณาจักร สก๊อตแลนด์ สวีเดน และสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ประเทศ
ต่างๆ ที่กล่าวมาจึงได้ประกาศงดเว้นการเบิก (reimbursement) กลูโคซามีนภายใต้ระบบ
สาธารณสุขภาครัฐรวมทั้งระบบสวัสดิการ เช่นข้าราชการทหารของกระทรวงกลาโหม
สหรัฐอเมริกาไม่สามารถเบิกกลูโคซามีนได้จากระบบสวัสดิการ
12. กลูโคซามีนไม่มีความคุ้มค่าอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อใช้เกณฑ์ความคุ้มค่าของประเทศไทย
โดยมีค่าใช้จ่ายต่อปีสุขภาวะระหว่าง 7-26 เท่า (ขึ้นกับงานวิจัย) ของค่าใช้จ่ายต่อปีสุขภาวะ
ที่ยอมรับได้ของไทย

13. งานวิจัยล่าสุดในปี 2010 โดย Wandel และคณะ ระบุว่ากลูโคซามีน และคอนดรอยตินซัลเฟต
ไม่มีประสิทธิผลในการบรรเทาปวด และไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางภาพรังสีของข้อ
จึงแนะนำว่าผู้ให้บริการสาธารณสุข (ภาครัฐ) และผู้รับประกันค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ
(ภาคเอกชน) ไม่ควรให้เบิกจ่ายค่ายาในกลุ่มนี้ และแพทย์ไม่ควรสั่งยาเหล่านี้ให้กับผู้ป่วย
รายใหม่ที่ไม่เคยใช้ยาเหล่านี้มาก่อน

14. คอนดรอยตินซัลเฟต และไดอะเซอเรน เป็นยาที่มีเป้าประสงค์การใช้ไม่แตกต่างจาก
กลูโคซามีน
15. หลักฐานด้านประสิทธิผลของคอนดรอยตินมีความแน่ชัดหรือทำให้เชื่อมั่นได้น้อยกว่า
กลูโคซามีน ดังนั้น National Institute for Health and Clinical Excellence (NICE)
แห่งสหราชอาณาจักร จึงไม่แนะนำให้ใช้คอนดรอยตินในการรักษาโรคข้อเสื่อมในระบบ
บริการสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร
16. แนวปฏิบัติบริการสาธารณสุข โรคข้อเข่าเสื่อม พ.ศ. 2553 (ร่างฉบับประชาพิจารณ์)
ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ระบุว่า “ไม่แน่ใจว่าคอนดรอยติน และไดอะเซอเรน
(รวมทั้งกลูโคซามีน) มีความเหมาะสมกับสถานการณ์และสถานภาพของการประกอบ
วิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทย และไม่แน่ใจว่ามีความคุ้มค่าในบริบทของสังคมไทย”
17. ไดอะเซอเรน ให้ผลการบรรเทาปวดใกล้เคียงกับกลูโคซามีน และมีราคายาต่อวันใกล้เคียงกัน
ดังนั้นไดอะเซอเรนย่อมมีความไม่คุ้มค่าในลักษณะเดียวกันกับกลูโคซามีน
18. งานวิจัยของ Arrich และคณะ (2005) ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าไฮยาลูโรแนนชนิดฉีด
เข้าข้อ (IAHA) เป็นยาที่ไม่มีประสิทธิผลจริงทางคลินิก และอาจเพิ่มความเสี่ยงจาก
การใช้ยาให้กับผู้ป่วย ดังนั้นจึงไม่ควรให้การรักษานี้กับผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม (ยกเว้นใช้กับ
ผู้ป่วยในงานวิจัย)
19. NICE guideline (2008) ระบุว่า IAHA ต้องมีประสิทธิผลสูงกว่าที่ปรากฏในงานวิจัย
ในปัจจุบัน 3-5 เท่า จึงจะเริ่มเห็นความคุ้มค่าของการใช้ยาตามมาตรฐานด้านความคุ้มค่า
ของสหราชอาณาจักร ซึ่งยายังต้องมีราคาถูกลงอีกอย่างน้อย 10 เท่า จึงจะเริ่มเห็น
ความคุ้มค่าตามมาตรฐานความคุ้มค่าของระบบสาธารณสุขของประเทศไทย
20. ด้วยหลักฐานและเหตุผลต่างๆ ข้างต้น คณะทำงานวิชาการทางการแพทย์ฯ จึงมีความ
เห็นว่ารัฐไม่ควรให้มีการเบิกจ่ายยาในกลุ่ม SYSADOA ได้แก่กลูโคซามีน คอนดรอยติน-
ซัลเฟต และไดอะเซอเรนทุกรูปแบบ รวมทั้งไฮยาลูโรแนนชนิดฉีดเข้าข้อ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #107 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 03:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ชื่อยา Viartril-s หรือเปล่า อ่านเจอในเว็บบอร์ดสุขภาพ-ความงาม เป็นยาชะลอข้อเสื่อม ราคาแพง แต่ได้ผล กรมบัญชีกลางตัดออกจากรายชื่อยาที่เบิกได้ ต้องซื้อเอง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ยา
เรทกระทู้
« ตอบ #108 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 05:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*015สงสารคุณตาเหมือนกันนะ แต่สงสารพ่อกับแม่เราที่บ้านมากกว่า ไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะเบิกคืน เป็นชาวไร่ชาวนาจนๆเท่านั้น จะทำอะไรยิ่งยากลำบากกว่าข้าราชการเสียอีก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สายลมแรง
เรทกระทู้
« ตอบ #109 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 07:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เอาไปขึ้นเงินเดือนข้าราชการหมด เลยงบหมด ต้องเอาตัวเองให้สบายก่อนหรือไงถึงจะหันมาดูอย่างจริงจังเสียที เมื่อก่อนเบิกได้เพราะมีลูกเป็นข้าราชการ แต่เดี๋ยวนี้เค้าบอกว่าเบิกไม่ได้แล้วเค้างบส่วนนี้ไปแล้ว เซ็งจริง ๆ
จะเอาเปรียบกันไปถึงไหน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ชั้นผู้น้อย
เรทกระทู้
« ตอบ #110 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 08:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แม่เราก็เป็นและมาตอนนี้เบิกไม่ได้ ไม่กินก็ปวดเข่า เฮ้อ นายกเทพประทาน หารายได้เข้ารัฐไม่ได้ก็มารีดเลือดกับปู ... ข้าราชการชั้นผู้น้อยอย่างเรารับกรรมไปตามๆกัน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
123
เรทกระทู้
« ตอบ #111 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 09:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถูกต้องค่ะ เราเองก้อมาเจอกับตัว พอดียายเราเป็นมะเร็งต้องผ่าตัดลำไส้ต้องมีค่าใช้จ่ายสารพัด ต้องคอยปายหาหมอ ดูอาการรับยา และมียาบางตัวเบิกไม่ได้เพราะยายเราก้อเกษียณแร้วและตัวยาที่เบิกไม่ได้ก้อมีราคาแพงมากด้วย รัฐทำไมถูกต้อง ห่วย q*011q*011

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ลูกกตัญญู
เรทกระทู้
« ตอบ #112 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 09:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อ้างอิงข้อเท็จจริงจาก ผลการวิจัยจากต่างประเทศจากหลายๆแหล่งข้อมูล ซึ่งมีผลการวิจัยจาก The Joint Area Prescribing Committee (JAPC) ระบุว่า

ยารักษาข้อเสื่อมจาก บริษัท Rottapharm (Viartril-S) ซึ่งเป็นยาต้นแบบที่ได้รับความนิยมสูงสุด (ตามที่ คม.106 ระบุไว้นั้น)

ใช้ Glucosamine Sulphate 1500mg (Glusartel Powder - ซึ่งผลวิจัยระบุว่าเป็นตัวยาเดียวที่ได้ผลสำหรับการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม)


Glusartel oral powder
Further to the leading article in the May edition on how to prescribe glucosamine sulphate, two licensed
glucosamine sulphate products have been recently launched. These are Glusartel 1500mg powder for oral
solution and Dolenio 1500mg tablets. They both cost just over 18 per month and are significantly more
expensive than comparative simple analgesia. Glusartel is the original Rotta product that was used in the two
large trials that showed improvement in symptoms, a delay in progression of knee damage, and possibly a
reduction in the need for a knee replacement. Dolenio is not identical to the Rotta product.


อ้างอิงจาก http://www.ukmicentral.nhs.uk/therapeu/pace/PACE0905.pdf

สาเหตุที่ผลการวิจัยระบุว่าไม่ได้ผล เพราะ วิจัยจากกลูโคซามีนซัลเฟตที่เป็นตัวยาเลียนแบบ ไม่ใช่ตัวยา Original อย่าง Viartril-S

เพราะแม่เราใช้อยู่ 2 ปี จากปวดเข่า 2 ข้าง ตอนนี้ปวดแค่ข้างเดียวแล้ว แต่ตอนนี้แม่เราต้องผ่าตัด ซึ่งมันเป็นเรื่องใหญ่มาก เราไม่อยากให้แม่อายุมากต้องเข้าห้องผ่าตัดเลย ผลข้างเคียงจะเป็นไงไม่รู้ เพราะบัญชีกลาง และพวกโกงกินบ้านเมือง ผลาญงบ ไม่จ่ายยาให้แม่เรา และบ้านเราไม่มีเงินจ่ายยาแพงๆทุกเดือน จะให้ไปกินยาเลียนแบบที่ไม่ได้ผล ก็ไม่เอาหรอกนะ

ทำไมคะ แม่เราเป็นครู ทำงานให้ประเทศชาติมาเยอะ แล้วทำไมตอบแทนกันด้วยวิธีนี้ แม่เราแก่แล้ว จะเบิกยาไปอีกซักกี่ปีเชียว แลกกับที่ทำงานรับใช้ชา่ติมากว่า 50 ปี ลองทบทวนดูใหม่นะคะ อยากให้หมอลองจ่ายยาถูกๆให้พวกรัฐบาล หรือเจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลางลองกินดูบ้าง ว่ามันได้ผลไหม แล้วคุณจะยอมรับยาถูกๆเหล่านั้นไหม q*011

อย่างว่า ชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้ เลือกเป็นยังไม่ได้เลย ประเทศไทยไม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตประชาชนเลย สงสารคุณลุงและแม่เรามากๆค่ะ q*009 ระวังไว้นะคะ เพราะโรคนี้ยามแก่ไป เป็นกันเกือบทุกคนค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
กกก
เรทกระทู้
« ตอบ #113 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 09:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มีลูก เลี้ยงลูก มีหลาน เลี้ยงหลาน

แต่ลูกหลานมันไม่เลี้ยงท่านแล้วรึ

หรือจะให้รัฐ จ่ายให้ทุกอย่างหรือ?

เห็นใจ แต่ ลูกหลาน ไม่มี ไม่เลี้ยงดูหรือ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #114 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 10:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สงสัยจะขายเป็นขีด (ชั่งกิโลขาย) แบบไข่ไก่แน่เลย q*020

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ประชาชนคนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #115 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 10:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1293706069&grpid=03&catid=05


ลิงค์ข้างบนนี้เป็นเหตุผลความจำเป็นที่คลังสังระงับการเบิกจ่าย สมเหตุสมผลหรือไม่ ก็อยู่ที่ความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิทางการแพทย์ ก็คือหมอผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งหลายที่มาเป็นกรรมการ
หากหมอเห็นว่ายานี้ใช้ไม่ได้ผล ไม่จำเป็น โดยพิจารณาจากผลข้างเคียงที่คนไข้จะได้รับ ค่าใช้จ่ายที่เกินความจำเป็น และเห็นว่ามียาในบัญชียาหลักเพื่อใช้รักษาโรคดังกล่าวที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้วก็น่าจะโอเค พอรับฟังได้
แต่หากหมอที่เป็นกรรมการไม่มีความเป็นกลาง ใช้วิจารณญาณด้วยความไม่เป็นธรรม มุ่งเน้นแต่จะลดค่าใช้จ่ายตามนโยบายที่รัฐบาลตั้งธงมาเท่านั้น ก็ไม่รู้จะพูดว่าอย่างไร
ทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐต้องเสียค่าจ้างที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ มาทำการศึกษาวิจัย ซึ่งเงินค่าจ้างค่าตอบแทนเหล่านั้นก็มาจากเงินงบประมาณ เงินงบประมาณก็มาจากภาษีของประชาชน ซึ่งประชาชนเจ้าของเงินงบประมาณเองก็เรียกร้องให้รัฐประหยัดการใช้จ่ายเงินงบประมาณ รัฐเองก็ต้องคิดประหยัดเงินงบประมาณ เพื่อแก้ปัญหางบประมาณขาดดุลและเพื่อนำงบประมาณมาใช้พัฒนาประเทศด้านอื่นๆ เพื่อให้เกิดผลงานต่อไป หากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายเห็นว่าแนวทางนี้ไม่เหมาะสม ก็ชี้แจงข้อเท็จจริงไปว่าไม่เหมาะสม เกิดความเสียหายต่อผู้ได้รับสิทธิอย่างไร ผลที่เกิดคุ้มกับนโยบายการประหยัดเงินงบประมาณหรือไม่ รัฐคงไม่ดันทุรังหรอกมั้งคะ

สุดท้าย ดิฉันอยากทราบให้มีหน่วยงานกลางมาทำหน้าที่ตรวจสอบว่านโยบายนี้เหมาะสมหรือยัง หากไม่เหมาะสม ประชาชนอย่างดิฉันก็อยากรู้ต่อไปอีกว่า ระหว่าง ผู้ทรงคุณวุฒิ/กรมบัญชีกลาง+กระทรวงการคลัง/รัฐบาล ฝ่ายใดบกพร่องต่อหน้าที่

ปล. นโยบายลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของข้าราชการมิได้เกิดแค่สมัยของรัฐบาล ปชป. นะคะ เกิดมาเกือบทุกยุคทุกสมัยเพื่อหาเงินมาดำเนินนโยบายประชานิยมของตนคะ แต่บางรัฐบาลยังไม่ทันได้พิจารณานโยบายที่ตนได้วางไว้หรืออาจไม่กล้าตัดสินใจเพียงเพราะกลัวฐานคะแนนตัวเองตกมากกว่าคะ อย่าเอาประเด็นทางการเมืองมาเกี่ยวข้องกับทุกกรณีเลยคะ วันนี้เวลานี้ สามัคคีคือพลัง ประเทศชาติจะได้เจริญ ไม่อยากเห็นคนไทยคอยแต่พูดกระแทกแดกดันกันว่าดูดิเขมรเขาจะนำเราแล้ว โดยที่คนพูดยังคงเอาเท้าราน้ำและไม่คิดจะหยิบพายมาออกแรงจ้วงน้ำเลยสักที ช่วยกันคิดช่วยกันทำ คนละไม้คนละมือนะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #116 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 10:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปัญห่าที่เป้นมาแต่สมัยไหนเเล้ว ยังไงก็สู้ๆน้าา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
true story
เรทกระทู้
« ตอบ #117 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 10:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นกรรมของข้าราชการ ไม่ค่อยเห็นข้าราชการไม่โกงกิน เงินเดือนเยอะขึ้นทุกปียิ่งกว่าเอกชน ทำงานเช้าชามเย็นชาม ยังมีสวัสดิการเท่านี้ก็บุญหัวแล้ว ถ้าเป็นข้าราชการที่ดีก็ขออภัย เพราะไม่เคยเจอ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นุน้ำ
เรทกระทู้
« ตอบ #118 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 10:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แย่มากๆ เลย เป็นไงล่ะ ....
บอกแล้ว การเมือง เป็นเรื่องของทุกคน
ประชาธิปไตย เป็นของประชาชน ไม่ใช่คนหนึ่งคนใด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อเวจี๋
เรทกระทู้
« ตอบ #119 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 10:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่ได้ตัดแต่ยา ต้นไม้บนเขาใหญ่ก็ตัด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ข้าราชการผู้น้อย
เรทกระทู้
« ตอบ #120 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 11:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เค้ารู้มั้ยว่าข้าราชการบำนาญ ก้อเป็นผู้ที่สร้างประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองมามากมายเลยนะ หลายคนที่เป็นช้าราชการตอนนี้ ก้อได้ครูอย่างพวกท่านๆ นี่แระ ที่เป็นตัวอย่าง ควรยกย่อง และให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ภาณุวัฒน์
เรทกระทู้
« ตอบ #121 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 11:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก็เห็นด้วยในแง่ของสวัสดิการคุณภาพ ชีวิต แต่พอย้อนกลับมาดูตัวเอง
โอ๊ะ..เราไม่ใช่ข้าราชการ...เสียภาษีไปเป็นเงินเดือนให้ข้าราชการ (ที่บางคนเห็นเราเป็นขี้ข้า)

เราต้องจ่ายค่าประกันสังคมปีละ ร่วมหมื่น แต่ไม่กล้าไปใช้สวัสดิการประกันสังคม เพราะมันไร้คุณภาพ แถมยังได้บริการห่วยแตก ในขณะที่ข้าราชการ ได้การบริการจากภาษีเรา ที่ดีกว่า สะดวกกว่า มากกว่า

เลยไม่รู้ว่าจะวิจารณ์ยังไงกับเรื่องนี้ เพราะแล้วแต่ว่า ใครเป็นอะไร...อยู่ตรงมุมไหน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ข้าราชการชั้นผู้น้อย
เรทกระทู้
« ตอบ #122 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 11:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อย่างนี้ต้องลาออก ฉันขอลาออก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
กิมฮวย
เรทกระทู้
« ตอบ #123 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 11:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นใจข้าราชการที่เงินเดือนก็น้อยมากอยู่แล้ว หวังว่าจะได้ใช้สวัสดิการตอนป่วยไข้ กับหลังเกษียณ แต่ก็มาเจอกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด
เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ คนที่ไม่ได้เจ็บป่วย หรือมีญาติที่เจ็บป่วย ย่อมไม่รู้ซึ้งถึงความทุกข์ทรมาน ถ้ามีพ่อแม่ที่เป็นข้าราชการที่ทำหน้าที่อย่างดี แล้วได้รับการตอบแทนเช่นนี้ จะรู้สึกอย่างไร

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนเห้นใจผู้เดือนร้อน
เรทกระทู้
« ตอบ #124 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 11:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทุกรัฐบาลอะครับ อะไรที่ทำแล้วไม่ได้หน้าก้อไม่ทำกัน, อะไรทำแล้วไม่ได้ผลประโยชน์ก้อไม่ทำกัน, สรุปคือเอาตังไปซื้อของที่มีตังไม่พอต้องโ ง่ ด้วยทุกรัฐบาลนะฮัฟ, ต้องทำใจ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนกลาง
เรทกระทู้
« ตอบ #125 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 11:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รัฐบาลนี้เอาใจนายทุน ขึ้นเงินเดือนแล้วขึ้นดอกเบี้ยตามทันทีเหตุผลกลัวเงินเฟ้อแล้วคนไม่มีเงินเดือนต้องทำอย่างไร

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ลูกข้าราชการ
เรทกระทู้
« ตอบ #126 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 11:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โดนเหมือนกันค่ะ แต่เห็นหมอที่แม่ไปหาบอกมาว่า ยาที่เป็นซองมันเป็นเหมือนแค่อาหารเสริมอ่ะค่ะ เลยไม่มีความจำเป็น แต่หมอให้อีกตัวหนึ่งที่เป็นเม็ดแคปซูลมาให้แม่ บอกว่ามันดีกว่า แต่ก็ต้องซื้อเองเหมือนกัน แต่เท่าที่แม่กินก็บอกว่าดีกว่า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นานาจิตจัง
เรทกระทู้
« ตอบ #127 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 12:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณลุงคนนี้ยังดีกว่าคนแก่อื่น ๆ ที่ไม่มีสิทธิ์อะไรเลย..รัฐช่วยจัดการผลักดันให้ รัฐสวัสดิการสำเร็จทีเถอะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ครอบครัวข้าราชการ
เรทกระทู้
« ตอบ #128 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 13:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ทั้งบ้านเรามีแต่คนรับราชการ เพราะเขาดูแลจนตายแต่ตอนนี้ทั้งพ่อแม่ป้า และญาติ ๆ ที่กินเงินเดือนน้อย เพราะหวังจะได้ดูแลจนตาย q*011 แต่นี่ยังไม่ตายก็ทิ้งกันซะละ และที่บ้านมีแต่คนแก่ และเป็นข้อเสื่อม กระดูกพรุนทั้งนั้น เมื่อก่อนได้ซองๆ ที่เป็นอาหารเสริมไวอาทิลมา แต่พอต้องจ่ายตังค์เองหมอก็แนะนำให้กินเป็นยาเม็ดๆแคปซูลอ่ะชื่ออาโทดาร์ q*021 เพราะบอกกินแล้วคุ้มกว่าพวกซองๆ ตอนนี้ญาติ ๆ +พ่อแม่ก็ไม่ปวดเพราะกินยาเม็ด และอยากให้พวกที่ไม่ให้เบิกเป็นบ้างได้รู้ว่าพ่อแม่เราเวลาปวดเป็นไง q*011และแถมต้องมาซื้อยากินเองทั้ง ๆ ที่ทำงานได้เงินน้อยมาทั้งชีวิต q*011
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
หนูนานี่
เรทกระทู้
« ตอบ #129 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 13:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เจอปัญหาเหมือนกันเลยค่ะ หมอให้คุณแม่ทานยาอาโทด้าอยู่ แต่ตอนนี้เบิกไม่ได้แล้ว เลยต้ัองซื้อให้คุณแม่กินต่อ เพราะท่านทานแล้วดีขึ้นค่ะ ยังดีที่เป็นแค่ยานี้ตัวเดียว เลยพอจ่ายไหวค่ะ q*015

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ข้าราชการเหมือนกัน
เรทกระทู้
« ตอบ #130 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 15:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อีกหน่อยเราคงโดนแบบนี้เหมือนกันหลังเกษียรไปแล้ว เฮ้อเฮงซวยจริงๆ q*015

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Faii
เรทกระทู้
« ตอบ #131 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 20:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*009

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #132 เมื่อ: 1 ก.พ. 11, 22:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เราตอนนี้ก็ห้าสิบแล้ว ป่วยเป็นโรคกระดูกตั่งแต่อายุ สิบแปด สิบเก้า มาอยู่อังกฤษ ตอนอายุ ยี่สิบหก ว่ากันตามตรง มาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้ทำประโยชน์ อะไร ให้บ้านเมืองเขาเลย ไม่เคยทำงาน ไม่เคยเสียภาษี แต่สิ่งที่เราได้จากรัฐบาลที่นี่ มันไม่รู้ว่าจะตอบแทนเขาก็ชาติถึงจะหมด เริ่มแรก ได้บ้านรัฐบาล(สามารถอยู่จนตายไม่มีการไล่)ได้เงินค่าเลี้ยงดู ได้เงินคนพิการ(แต่ไม่ได้พิการอะไร)เป็นโรคกระดูกเท่านั้น ก็เจ็บปวดเหมือนโรคกระดูกทั่วไป เงินคนพิการเป็นเงินสำหรับใช้ในความสะดวก เช่นเป็นค่าแท็กชี่ หรือแล้วแต่เรา สำหรับเรา ไปเอารถออกคันหนื่ง เป็นรถเช่า เราจะเปลียนรถทุกสามปี(รถไหม่) ชื่งจะเหลือเงินใช้จ่ายได้ทั้งเดือน ทุกวันนี้เราเบื่อมากมาก คือมันสบายจนเช็ง คิดอยากกลับไปอยู่เมืองไทย แต่ก็กลัวเรื่องค่ารักษาพยาบาลนี่แหละ เห็นข่าวคนไทยเป็นทุกแล้ว ไม่รู้ว่าจะอยู่ หรือจะไปดี เออกลุ้ม




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ข้าราชการ (ตัวน้อย)
เรทกระทู้
« ตอบ #133 เมื่อ: 2 ก.พ. 11, 00:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จริงค่ะ ตอนนี้มียาเกี่ยวกับโรคข้อเสื่อม ที่กรมบัญชีกลาง มีหนังสือเวียนมาให้เบิกยาตัวนี้ไม่ได้ รวมทั้งยาฉีดด้วย ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๔ แล้ว ตัวเองเป็นอยู่เหมือกัน ก็คุยกับหมอ หมอบอกว่าไม่มีตัวยาอื่นที่จะช่วยได้ นอกจากจ่ายยา พารา และรอการผ่าตัดเท่านั้น ซึ่งการผ่าตัดเป็นอะไรที่ทรมานสำหรับผู้ป่วยมาก ก็ไม่รู้ว่ากรมบัญชีกลาง เอาอะไรมาเป็นข้อมูล ไม่รู้หรือว่าขณะนี้ประชาชนผู้สูงอายุ ของเมืองไทย เป็นโรคนี้กันเยอะ อยากให้เป็นกับญาติพี่น้องของคนในกรมบัญชีกลางบ้าง คนรับราชการถึงเงินเดือนน้อย ก็หวังเรื่องการรักษาพยาบาลในบั้นปลายของชีวิต อย่างนี้ต้องช่วยกันร้องสื่อให้มากๆ เช่น คุณสรยุทธ หรือคุณกนก เรื่องจะได้เร็วขึ้น ถ้าไม่ทำเดี๋ยวก็จะมีมาอีกเรื่อยๆ ค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ครอบครัวข้าราชการ
เรทกระทู้
« ตอบ #134 เมื่อ: 3 ก.พ. 11, 14:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นด้วยกับคุณข้าราชการตัวน้อย กระพือไปให้ถึงสื่อเลย พ่อแม่ป้าเราทำงานให้เขามาขนาดไหน พอแก่ตัวยังไม่ตายมาคิดว่าเป็นภาระเลยต้องตัดงบ อย่างงี้ใครจะอยากทำงานให้ประเทศชาติบ้านเมืองบ้าง เป็นข้าราชการที่ดีพอแก่ตัวก็โดนหักนู้นหักนี่ อย่างนี้เป็นข้าราชการโกงกินมีตังค์เก็บไว้ซื้อยาหาหมอตอนแก่ดีกว่า q*011

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 3 4

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม