หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ผู้หญิงเป็น "ข้อเสื่อม" มากกว่าผู้ชาย 3 เท่า!  (อ่าน 718 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 30 มี.ค. 11, 17:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ผู้หญิงเป็น "ข้อเสื่อม" มากกว่าผู้ชาย 3 เท่า!

ตามสถิติโลก ชาวอเมริกันเป็นโรคปวดข้อประมาณ 16 ล้านคน ส่วนในประเทศไทย 3.5% จากประชากรไทย หรือใน 60 กว่าล้านคนจะมีคนเป็นโรคปวดข้อประมาณ 3 ล้านคน ตัวเลขที่สูงขนาดนี้โรคปวดข้อคงเป็นโรคที่คุณแม่อย่างเราอดจับตามองไม่ได้แน่ ๆ

“ข้อ” ก็สำคัญ
ข้อมีความสำคัญกับร่างกายของคนเรามากค่ ะแต่ดูเหมือนว่าเราจะหลงลืมอวัยวะส่วนนี้ไปแล้วนะคะ ข้อในร่างกายคนเรามีอยู่ประมาณ 70 ข้อ นี้ยังไม่รวมข้อเล็ก ๆ ตามนิ้วมือและนิ้วเท้านะคะ เมื่อเด็กในครรภ์มีอายุได้ราว 4-5 เดือน จะเริ่มมีการเคลื่อนไหวร่างกาย โดยที่คุณแม่จะรู้สึกได้ว่าลูกในครรภ์เริ่มดิ้น หรือหมายความว่าข้อของมนุษย์เราเริ่มทำงานและจะเคลื่อนไหวอยู่ตลอด ตั้งแต่อยู่ในท้องจนกระทั่งคลอดออกมาเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มสาวลากยาวถึงวัยชรา

ชวนคุณแม่ลองมาสำรวจตัวเองดูกันหน่อยไหมคะว่า ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าจนถึงเข้านอนตอนกลางคืน ทั้งตอนที่คุณแม่ชงนม ซักผ้าอ้อม ไกวเปล ยกของ อุ้มลูก ทำกับข้าว ฯลฯ จะเห็นว่าข้อต่าง ๆ ในร่างกายต้องทำงานอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่งานเบา ๆ จนถึงงานหนัก ๆ ข้อส่วนใหญ่จึงมีเวลาพักผ่อนเฉพาะเวลาเรานอนพักหรือนอนหลับเท่านั้น โดยเฉพาะข้อกระดูกสันหลัง ข้อสะโพก ข้อเท้าและหัวเข่าข้อเหล่านี้จะเสื่อมและปวดได้ง่าย ถ้าได้รับแรงกระแทกจากของหนัก ๆ หรือใช้ข้อไม่ถูกวิธี มีโรคปวดข้อชื่อแปลก ๆ ว่า “โรคข้อศอกนักเทนนิส” หรือ Tennis Elbow เกิดในคนที่ต้องใช้กำลังแขนทำงานหนักมาก ๆ เช่น ช่างไม้ ช่างตีเหล็ก นักพุ่งแหลน นักทุ่มน้ำหนัก ฯลฯ พูดถึงตรงนี้คุณแม่หลายคนคงจะรู้สึกสงสารข้อน้อย ๆ ที่ต้องทำงานนักอยู่ตลอดเวลา เป็นอย่างนี้ข้อจะไม่เสื่อมได้อย่างไรเล่าคะ

ทำไมปวด?
- “ตอน สาว ๆ ดิฉันเคยลื่นล้มที่บ้านสะโพกกระแทกอย่างแรกจนตอนนั้นต้องเข้าเฝือกตั้ง 3 เดือน ตอนนี้มีลูกแล้วก็ยังรู้สึกขัด ๆ เวลาเดินหรือลุกนั่งอยู่บ้าง คุณหมอก็บอกให้ระวังอย่าออกกำลังกาย หรือวิ่งเร็ว ๆ เราที่เคยเป็นสาวบ้าพลังเลยจ๋อย วิ่งตามลูกเร็วๆ ก็ไม่ได้ ลูกกำลังอยู่ในวัยซนเลย รู้อย่างนี้ระวังตัวไม่ลื่นล้มดีกว่า”...แม่บ้าพลัง
- “แม่น้องมะตูมปวดเข่าอยู่ค่ะ เพื่อนบอกว่าสงสัยข้อเราจะเสื่อม แต่ไม่ถึงกับปวดมาก มันจะจี๊ด ๆ เวลาเดินลงบันได หรือเดินเร็วหรือกระโดด (เวลาออกกำลังกาย) เราก็กังวลนะ ตอนนี้อายุแค่ 32 เอง แต่เราคิดว่าคงจะเป็นจากกรรมพันธุ์ เพราะยายกับแม่ของเราปวดเข่าเหมือนกันคิดว่าจะหาหมอเร็ว ๆ นี้ค่ะ”...แม่น้องมะตูม
- “ก้อยเป็นพนักงานพิมพ์ดีดมาก่อนค่ะ ต้องพิมพ์ดีดทั้งวันวันละ 8 ชั่วโมง ทำอยู่หลายปี วันหนึ่งปวดข้อมือจนแทบขยับไม่ได้ ไปหาหมอ หมอบอกว่าข้ออักเสบต้องใส่ผ้ารัดข้อมือไว้ตลอด ปัจจุบันอุ้มลูกนาน ๆ ก็รู้สึกปวดแล้วเสียดายจังที่เราอุ้มลูกนานไม่ได้”...แม่ก้อย



อาการปวดข้อที่พบบ่อย

ข้อเสื่อม
ความเสื่อมของข้อเกิดขึ้นตามวัยและสังขารของคนเราค่ะ เมื่อเข้าสู่วัยชราหรืออายุ 50 ปีขึ้นไป หลังวัยหมดประจำเดือน พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 3 เท่าค่ะ และอาจมีสาเหตุจากกรรมพันธุ์ ความอ้วน น้ำหนักมาก อาชีพที่ต้องใช้ข้อมาก เช่น อาชีพที่ต้องยืนนาน ๆ เป็นต้น แต่จะช้าหรือเร็วนั้นก็ขึ้นอยู่กับการทำงานหรือปฏิบัติตัวด้วยนะคะ ข้อที่เสื่อมได้ง่ายมักเป็นข้อที่รับน้ำหนักมาก ได้แก่ ข้อเข่า ข้อสะโพก ข้อกระดูกสันหลัง ข้อกระดูกคอ เป็นต้น นอกจากนี้บางคนอาจเป็นตามข้อนิ้วมือ (ปลายนิ้วและกลางนิ้วมือ) ก็ได้ค่ะ อาการข้อเสื่อมถือเป็นโรคเรื้อรังที่ไมได้อันตรายร้ายแรง แต่จะมีอันตรายทันที หากรักษาไม่ถูกวิธี โดยเฉพาะการกินยาแก้ปวดอย่างพร่ำเพรื่อ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อตับได้

อักเสบจากอุบัติเหตุและกระทบกระแทกบ่อย ๆ
การยกของหนัก ๆ ทุกวัน การกระโดดของนักกีฬา อาจทำให้เยื่อบุข้ออักเสบบวมแดง ถ้ากระแทกรุนแรงมาก เช่น ข้อเท้าพลิกอาจเกิดการฉีกขาดของเอ็นหุ้มข้อ อาจปวดข้อมากจนเดินไมได้ หรือหกล้มก้นกระแทกพื้น ทำให้กระดูกสันหลังกดลงบนหมอนรองกระดูกสันหลังโดยตรง ทำให้ปวดหลังมากได้ค่ะ หรือผู้ที่ทำงานอยู่ท่าเดียวนาน ๆ เช่น ช่างเย็บรองเท้า ช่างเย็บเสื้อ คนขับรถแท็กซี่นั่งในท่านั้น ๆ นานกว่า 3-4 ชั่วโมงติดต่อกัน จนทำให้มีอาการปวดข้อกระดูกสันหลังได้


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 30 มี.ค. 11, 17:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ห้ามซื้อยากินเองเด็ดขาด
หากรู้สึกว่าปวดข้อ ถ้าจำเป็นต้องกินยา คุณแม่ควรเลือกกินยาแก้ปวดพาราเซตามอล แต่ไม่ควรกินยาเป็นประจำนะคะ ที่สำคัญห้ามซื้อยาชุด ยาแก้ปวดข้อ ยาแก้ปวดเส้น หรือยาลูกกลอนไทยมากินเองเด็ดขาด เพราะยาเหล่านี้มักมียาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ส่วนยาสเตียรอยด์เองอาจช่วยบรรเทาอาการปวดข้อได้ แต่หากกินเป็นประจำ ก็อาจเกิดผลข้างเคียงร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นเลือดออกในกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารทะลุ เบาหวาน ความดัน โลหิตสูง กระดูกผุ ฟังแค่นี้ก็ขนลุกแล้วล่ะค่ะ


ดูแลข้อกันเถอะ
- ภาวะข้อเสื่อมมักจะเป็นอยู่ตลอดไปไม่หายขาด ถ้าปวดแล้วก็มักจะมีอาการปวดเรื้อรัง บางคนอาจเคลื่อนไหวไม่สะดวกควรหาทางบรรเทาปวดข้อ ด้วยการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเองเป็นสำคัญค่ะ
- ออกกำลังกายเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอบริหารกล้ามเนื้อรอบ ๆ ข้อที่ปวดให้แข็งแรง เช่น ถ้าปวดหลังก็ให้บริหารกล้ามเนื้อหลัง ถ้าปวดเข่าก็บริหารกล้ามเนื้อต้นขาส่วนหน้า การฝึกกล้ามเนื้อควรเริ่มทำเมื่ออาการปวดทุเลาลงแล้วนะคะ
- หลีกเลี่ยงอิริยาบถหรือพฤติกรรมที่ทำให้อาการปวดกำเริบ เช่น ถ้านั่งพิมพ์งานนาน ๆ แล้วปวดข้อมือ ทำงานบ้านนาน ๆ แล้วปวดหลัง หรือเดินนาน ๆ แล้วปวดขา คุณแม่ควรเลิกทำพฤติกรรมเหล่านั้นให้น้อยที่สุดนะคะ เช่น หลังจากนั่งทำงานนาน 1 ชั่วโมง ควรพักและลุกขึ้นเดินสัก 2-3 นาทีหรือลองหาผู้ช่วยดู เพราะสุขภาพของเราสำคัญกว่านะ
- ถ้าเป็นน้อย ๆ ก็ใช้ยานวดทาบาง ๆ แช่น้ำร้อน หรือใช้น้ำร้อนประคบประมาณ 30 นาที หรือใช้ผ้ายืดพัน และพยายามเคลื่อนไหวบริเวณที่ปวดน้อยลงที่สุด จะช่วยบรรเทาอาการปวดลงได้
- ถ้าน้ำหนักเกินควรลดน้ำหนักลงด้วยค่ะ


สิ่งที่ควรพิจารณา
ถ้าอาการปวดรุนแรงมาก บวมตามข้อ หรือมีอาการปวดร้าวหรือชาตามแขน (ร่วมกับปวดคอ) หรือขา (ร่วมกับปวดหลัง) ควรไปโรงพยาบาลจะดีกว่า อาจต้องตรวจโดยการเอกซเรย์ดูการเปลี่ยนแปลงของข้อ หรือถ้าบวมตามข้ออาจเจาะน้ำในข้อมาตรวจพิสูจน์ ถ้าเป็นมากอาจฉีดสเตียรอยด์เข้าในข้อเป็นครั้งคราว (ไม่ควรเกินปีละ 2-3 ครั้งเพราะอาจทำให้กระดูกเสื่อมหรือสลายตัวเร็วขึ้น) และให้การรักษาทางกายภาพบำบัดในบางรายแพทย์อาจพิจารณาทำการผ่าตัดเปลี่ยนข้อ (สำหรับข้อเข่าหรือข้อสะโพก) ได้ค่ะ


อ่านจบแล้ว ควรรู้สึกว่าการดูแลข้อของเราไม่ใช่ยาก แต่หากลองปวดแล้ว รักษายากกว่าหลายเท่า อย่าลืมดูแลข้อให้ดีนะคะ อย่าให้ร้ายแรงถึงขั้นอุ้มลูกไม่เลยค่ะ


ที่มา : นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.144 October 2007



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 30 มี.ค. 11, 17:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*073


Jesus loves you and so do I.
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
น้ำนิ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 14 เม.ย. 11, 12:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กินแคลเทรด คอลาเจน วิตามินซี วิตามินดี พร้อมข้าวจะได้ดูดซึมไปพร้อมอาหารนะ อย่าไปแยกกินก่อนนอนหรืออะไร q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม