Sanook.commenu

ค้นหา ตรวจหวย ข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ คลาสสิฟายด์ ริงโทน เกมส์ ดูทั้งหมด »

หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ทำอย่างไรเมื่อลูกชายวัยรุ่นเชื่อเพื่อนมากกว่าครอบครัว  (อ่าน 4842 ครั้ง)
Guest
แม่ที่ห่วงลูก
เรทกระทู้
« เมื่อ: 23 ส.ค. 11, 14:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ดิฉันเป็นแม่ที่มีลูกชายอายุ16ปี กำลังเป็นวัยรุ่น นิสัยลูกชาย เป็นคนมองโลกในแง่ ดีจิตใจดี ขี้อาย ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ไม่ทันคน รักเพื่อน เก็บความลับเก่ง ไม่มีจุดยืนในตัวเอง ติดเพื่อน คบเพื่อนที่ไม่ค่อยชอบเรียน รักเพื่อน ก็เกรงว่าจะถูกชักจูงไปในทางที่เสียหาย เนื่องจากลูกชายไม่ค่อยเชื่อฟังแม่ สอนอะไรก็บอกว่ารู้แล้ว ถ้าแม่พูดหลายครั้งก็บอกว่าลำคาญ
ตอนนี้เรียนอยู่ต่างจังหวัด อยู่หอพัก แม่พูดอะไร เค้าไม่เคยฟังเลย แต่ถ้าเพื่อนพูดเค้าจะเชื่อ เกรงจะโดนชักจูงไปในทางไม่ดี กลุ้มใจมากๆ ใครช่วยแนะนำทีเถอะ ถือว่าทำบุญ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 24 ส.ค. 11, 08:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก่อนอื่นคุณแม่ต้องเข้าใจก่อนว่า สำหรับเด็กวัยรุ่นนั้น เพื่อนจะมีอิทธิพลต่อเขามากกว่าพ่อแม่ พยายามอย่าให้เขารู้สึกว่าพ่อแม่รู้สึกต่อต้านเพื่อนของเขา อย่าเพิ่งกลัวว่าเพื่อนจะชักจูงเขาไปในทางที่ผิด บางทีคุณแม่อาจกังวลเกินไปก็ได้

ไม่ใช่ว่าเขาไม่ฟังพ่อแม่ เขาฟังนะ แต่บางทีเรื่องที่พ่อแม่สั่งสอนนั้นเขาคิดว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็นอะไร เขารู้อยู่แล้ว ตามความคิดเด็กน่ะแหละ...เวลาคุณแม่สั่งสอนก็อย่าใช้น้ำเสียงดุ ใช้น้ำเสียงอ่อนโยน แต่อย่าย้ำเรื่องที่คิดว่าเขาควรจะต้องรู้ (ตามความคิดของคุณแม่) บ่อย ๆ

คุณแม่พูดและแสดงออกบ่อย ๆ แค่ว่ารักและเป็นห่วงเขาก็พอ...กอดเขาบ่อย ๆ คุณแม่อาจตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง แต่เขาจะดีขึ้นเอง บอกเขาเสมอ ๆ ว่ารักและเป็นห่วง พยายามทำตัวเ็ป็นเพื่อนกับเขา ชวนเขาคุยเรื่องเพื่อนก็ได้ แต่อย่าตำหนิเพื่อนของเขา...ถ้าเขาอยู่บ้านก็ให้เขาชวนเพื่อน ๆ มาเที่ยวบ้าน เมื่อเขาไปอยู่หอ ว่าง ๆ คุณแม่ก็ไปเยี่ยม (คุณแม่คุณพ่อผลัดกันไปเยี่ยมก็ได้) ซื้อขนมนมเนยไปฝากเขาและเพื่อน หากเจอเพื่อนเขาก็พูดจาถามทุกข์สุขอย่างอ่อนโยน

ใจเย็น ๆ ก่อนนะจ๊ะคุณแม่ อย่าเพิ่งคิดมาก...ยิ้มไว้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แม่ลูกชายวัย16-17
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 29 ส.ค. 11, 11:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดิฉันลูกชาย2คนวัย16กับ17ค่ะ อยากแชร์ประสบการณ์ ควรพิจารณาเรื่องอยู่หอพักด้วยนะค่ะ อย่าให้ลูกอยู่ไกล้ตัวบางทีไม่คุ้ม อีกอย่างศึกษาเพื่อนลูกจากลูกนี่แหละถามเล่นๆไปเรื่อยๆจะทราบรายละเอียด ตอนเวลาไปส่งที่โรงเรียน ลูกดิฉันก็เหมือนๆคุณนี่แหละเมื่อก่อนลูกเล่าให้ฟังว่าเพื่อนในห้องเรียนเล่นไพ่แทงบอลซอยกัญชาอยู่หลังห้อง พอฟังก็ทำเฉยๆไม่ทำตกใจอะไร ลูกดิฉันอยู่ รร.ที่มีชื่อเสียงด้วยนะค่ะ พักหลังแอบหนีไปเล่นเกมส์เริ่มติดเพื่อนจากเด็กดีเริ่มโกหกหนีเรียนเมื่อก่อนพ่อไปส่ง พอหมดเทอมก็ให้ลาออกมาอยู่โรงเรียนที่ดูแลเด็กได้ดีกว่าดิฉันรู้จักเพื่อนๆของลูกรู้จักพ่อแม่เพื่อนเขาและคุยกับครูตลอดปลอดภัยกว่าเยอะะขับรถไปส่งเองสอนเขาคุยกับเขาเวลาขับรถไปส่ง บางวันส่งเพื่อนลูกๆเรียน รด.ด้วยเลยรู้จักเพื่อนๆเขาด้วยบางคนมีปัญหาเม่ให้อยู่หอตามลำพังน่าสงสารมาก
กีฬาเป็นอีกทางที่ทำให้เด็กวัยนี้ใช้พลังงานให้หมด ลูกดิฉันว่ายน้ำจนเป็นนักกีฬามีประโยชน์มากมีสิทธ์สอบโควต้านักกีฬาเข้ามหาวิทยาลัยได้ก่อนคนอื่นด้วยค่ะ ขอให้คุณโชคดี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แม่คนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 29 ส.ค. 11, 14:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดิฉันก็มีลูกชายคนเดียว เหมือนคุณที่ตั้งกระดู้เลย เชื่อเพื่อน กลับบ้านดึก กลับมาเราก็โมโห แต่ใจก็รู้สึกว่าสบายโล่งที่ได้ยินเสียงมอไซด์ลูกถึงบ้าน เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เขาเข้ามหาลัยละ เขาก็บอกเราทุกวันว่าลูกโตแล้ว แม่หลับเถอะ เราก็ทำอย่างที่ลูกบอกไม่ได้สักที ทุกวันนี้อยากให้ลูกห่วงแม่บ้าง อยู่ติดบ้านบ้าง ยอมรับว่าทุกข์ใจมาก นอนร้องไห้ทุกคืนเลย
แต่เวลาไหว้พระไหว้เจ้า ก็จะวิงวอนให้ลูกแคล้วคลาดปลอดภัย....

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Tukky
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 29 ส.ค. 11, 15:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลูกชายดิฉันตอนนี้อายุย่าง 15 ปี เชื่อเพื่อนมาก ไม่สนใจการเรียน พูดอะไรนิดหน่อยก็ไม่ได้ เถียงตลอด จะใช้คำพูดแรง ๆ แทงใจเราตลอด ไม่พอใจก็หนีออกจากบ้าน หายไปทีเป็นอาทิตย์ คนเป็นแม่อย่างเราก็กลุ้มใจ ไม่อยากเรียนหนังสือ ทั้ง ๆ ที่เหลืออีกเทอมเดียวก็จะจบม.3 แล้ว ดูจากเพื่อนที่เค้าพบจะไม่ชอบเรียนหนังสืออยากทำงานทั้งนั้น มองแค่วันนี้พรุ่งนี้ไม่มองอนาคตอีก 5 - 10 ปีว่าจะเป็นยังไง พูดไปก็ไม่เค้าใจ บางทีก็มีเรื่องผู้หญิงอีก เด็ก15 ยังไม่ทำบัตรฯ พอฟังแล้วก็กลุ้มใจ ห่วงหล่อไม่ชอบตัดผม แถมไประเบิดหูอีก โรงเรียนก็เชิญผู้ปกครองตลอด ดิฉันก็ไม่เข้าใจทำไมเด็กวัยนี้หาแต่เรื่องกลุ้มใจมาให้ตลอด ตอนลูกสาวอายุเท่านี้ก็เป็น แต่ไม่หนักเท่านี้ ตอนนี้ลูกสาวดีขึ้นมากค่ะ แต่นี่เป็นลูกชายแสบสุด ๆคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เด็กวัยรุ่น
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 29 ส.ค. 11, 17:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รบกวนขอสอบถามคุณแม่ที่บอกว่าลูกๆ เถียงเวลาที่สอนสั่ง อยากทราบว่าตอนคุณแม่สอนลูกๆ คุณแม่ใช้น้ำเสียงกันแบบไหนเหรอบางทีคุณแม่ใส่ใจลูกผมเข้าใจนะแต่ด้วยน้ำเสียงของแม่และการที่พูดย้ำบ่อยๆ เกินไปมันทำให้พวกผมอยากที่จะเถียงทั้งๆ ที่รู้ว่ามันผิดแต่ด้วยอารมณ์วัยรุ่นมันห้ามไม่ได้จริงๆเลยแต่ถ้าแม่สอนสั่งแบบว่าพูดครั้งเดียวด้วยเสียงที่อ่อนโยนแล้วไม่คอยจับผิดผมยังรู้สึกที่จะอยากทำตามมากกว่า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คุณแม่ลูกสอง
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 29 ส.ค. 11, 18:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นใจค่ะ ประสบปัญหานี้อยู่เหมือนกันค่ะ ใกล้ชิดให้มากที่สุด อย่าเครียดจนเกินไปนะค่ะ เข้าใจมากมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
กลุ้มเหมือนกัน
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 29 ส.ค. 11, 22:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีลูกชายหญิงอย่าง ละคน ไม่เคยตี ไปส่งลูกดัวยตัวเอง(รถ ร.ร มาเช้าเกิน)
งานเลิกเย็น ลูกเรียนพิเศษรอทุกวัน ผู้หญิงจบ ป.ตรีปีนี้ ผู้ชายเรียนนายร้อยสามพราน เช้าไปร.ร เย็นกลับมึด ปากกัดตีนถีบ อบรมสั่งสอนกันในรถ เด็กเจียมตัวดี ไม่เคยทำให้เสียใจ เสียไม่ค่อยมีเพือน ไปใหนไม่เป็นไม่คล่องตัว
ลูกชายถ้าใด้กลับบ้านไม่เคยโผล่หัวไปใหน กลัวทำงานจะลำบากเข้ากับคนยาก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
kay
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 30 ส.ค. 11, 00:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือไปขวาง ถ้าเค้าคบเพื่อนคนใหนแล้วเราไม่ชอบ ก็อย่าไปห้ามเขา เพราะถึงคุณจะห้ามเค้าก็คบกันอยู่ดี แล้วที่สำคัญเค้าจะแอบคบแบบไม่ให้คุณรู้เลย เท่าากับว่าคุณจะไม่มีทางรู้เลยว่าพวกเค้าทำอะไรกันบ้าง คืออนุญาตให้เค้าคบกัน คอยถามเค้าว่าทำไรกันบ้างไปใหนกันบ้าง ฟังแล้วก็อ๋อๆอย่างเดียวอย่าไปดุ แล้วก็คอยบอกให้เค้าระวังตัวเวลาไปใหนถ้าเพื่อนคนนั้นๆเป็นคนเกเร ระวังโดนลูกหลงประมาณนี้ เอาน่ะ คุมเค้าไม่ได้ก็พยายามสอนให้เค้าหัดคิด ให้เค้าดูแลตัวเอง สอนเค้าว่าอะไรที่จะทำให้เป็นปัญหาน่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Napninkfksdfad
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 30 ส.ค. 11, 03:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก้อในฐานะผมเป็นเด็ก คือ . . . ผมก็ไม่อยากทำตัวให้พ่อแม่เป็นห่วงหรอก แต่ชีวิตในวัยเด็กมันก็เหมือนจะเปนไปตามสังคมอะคับ ก็อยากจะให้พ่อแม่เข้าใจ มันจะห้ามไม่ให้เทียวมันก็ห้ามไม่ได้หรอกคับ แต่ถ้าผมเที่ยว แม่ผมก็จะบอกว่า ให้กลับเวลานี้ๆ คือถ้าไม่กลับแม่ผมจะไม่ให้ตังและก้อดุ แต่ว่ามันก็ช่วยไรไม่ได้มากหรอก คือผมคิดว่าอยากจะสนุกไปวันๆอะคับมันก็ดีอะ ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงนะคับไม่ใหพ่อแม่ลำบากใจ เพราะผมก็โตแล้ว ดูแลตัวเองได้บ้าง คิดว่านะคับคืออยากจะบอกว่า ขอให้พ่อแม่ทุกคนเข้าใจและก็ไม่ต้องเป็นห่วงมากคับ แต่มันก็ห้ามไม่ได้หรอก . . . . แค่อยากจะบอกความคิดของเด็กๆอะคับว่าคิดกันยังไง q*031

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เดกที่หวังดี
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 30 ส.ค. 11, 07:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บ้านผมก่ชอบดุ ด่า ว่า นู่นนี่ ไปสารพัด ผมโดนบ่อยที่สุดเลยในบ้าน
ในความคิดผมผมว่าผู้ใหญ่น่ะแหละที่ไร้เหตุผล เถียงนิดเดียวทำมาเปนด่า
เถียงไม่ได้ก่ด่า ทำถูกก่ด่า ไม่ว่าจะทำไรผิดก่ด่า พอที่เขาทีผิดบ้างเราก่ด่าไม่ได้ ผมโดนมาหลายปีแล้ว ชินชาแล้ว ต้องเข้าไจครับ ผุใหญ่นะต้องมีเหตุผลบ้าง มีความเชื่อใจบ้าง ไม่ใช่ลูกผิดก่ตีก่ด่า หนักหน่อยก่กักบร ิเวน หนักมากก่ไล่ออกจากบ้าน ถ้าพวกผุใหญ่มีเหตุผลกับความเชื่อไจบ้าง ผมว่าลูกจะต้องเชื่อฟังคุนบ้างแน่นอน q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ย้อนดูครอบครัว
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 30 ส.ค. 11, 08:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีปัญหาเรื่องลูก กรุณาอย่าโทษเพื่อนของลูก เป็นเพราะคุณดูแลอบรมลูกไม่ดีจึงมีปัญหา

กรุณาย้อนดูตัวเอง การโทษว่าเป็นเพราะเพื่อนของลูกชักจูง ก็เหมือนกับการไม่ยอมรับว่าลูกคุณนิสัยเสีย เป็นการให้ท้าย

มีตัวอย่างให้เห็นในสังคมเยอะแยะ ลูกทำเรื่องไม่ดีถูกจับ แทนที่จะดัดสันดานกับยัดเงินให้เรื่องจบ ลูกใคร ใครก็รัก จึงทำให้คุณคิดไปเองว่าเป็นเพราะเพื่อนของเขา แต่แท้ที่จริงแล้วก็คือครอบครัวของคุณนั่นล่ะ q*077

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ซินญอรี่
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 30 ส.ค. 11, 08:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คหสต : ถ้าคุณคิดว่าเขาเป็นเด็กใจอ่อน คุณต้องใช้จุดนี้มาเป็นตัวดึงเขากลับ และต้องเพิ่มกุศโลบายหน่อย เน้นความใกล้ชิด-สนิทสนม-สนุกสนานเป็นเหมือนเพื่อนเล่น สมัยนี้พ่อแม่อาจต้องลืมความสัมมาคารวะบ้างเพื่อให้ลูกเป็นเพื่อน(รุ่นน้อง)กับเรา ถ้าเขาอยู่ใกล้คุณแล้วสบายใจเขาจะบอกคุณทุกอย่าง เรื่องดุด่า-เห็น comment เด็กๆ แล้วต้องบอกว่าอย่าไปด่ามันมาก สมัยนี้เขาชอบอะไรที่สั้น-3คำจบ ขอให้โชคดีครับ (คนหัวใจเด็ก)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อย่าคิดมาก
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 30 ส.ค. 11, 09:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียน. คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย ให้นึกถึงคำว่า "ลูกไม้มักหล่นไม่ไกลต้น" ได้ไหม ลองคิดถึงตัวเองตอนเป็นเด็กวัยเดียวกับลูกๆท่าน ว่าท่านทำตัวไกล้เคียงกันหรือไม่ หรือว่าหนักกว่านี้อีก ลองคิดทบทวนดูว่าพ่อแม่เราเขาเลี้ยงดูเราอย่างไร เราก็ทำให้ได้อย่างนั้น อย่าคิดมาก อย่าเข้าข้างตัวเองมากไป คุณนั่นแหละเป็นผู้รับผิดชอบ q*026

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ดูแลครอบครัวด้วยหัวใจ
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 30 ส.ค. 11, 09:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมเป็นพ่อ..อายุ 38
ลูกชาย 2 คน..อายุ 15..กับ 11

คนโต..เข้าสู่วัยรุ่นเล่นกีฬาอย่างหนัก เขาเลือกเองไม่เคยบังคับ ตอนเด็กฯคนโตสนใจบอล ทั้งฯที่ผมเองไม่เคยดูบอลด้วยซ้ำ ผมพาไปฝากเรียนเตะบอลกับครูอาสา เรียนฟรีเพราะผมฐานะไม่ดี ต้องทำมาหากินแต่ก็ต้องให้ความสนใจกับลูก ไม่มีเงิน ไม่เข้าใจในกีฬาบอล แต่ก็ไปขอความกรุณาให้เขาช่วยสอนลูก ช่วงแรกฯผมไปยืนดูลูกฝึก ผู้ปกครองคนอื่นฯยืนหัวเราะกันสนุก แล้วหันมาพูดกับผมว่าดูเด็กคนนั้นสิ วิ่งก็องแก็งกระดูกอ่อนมาก ตัวก็บิดฯ ผมบอกพวกเขาไปว่า..เค้าเป็นลูกผม

ทุกวันนี้โรงเรียนมีแข่ง..เขาจะเป็นตัวเลือกแรกที่ได้ลงสนาม

ผมเลี้ยงลูกแบบเพื่อน..ทั้ง 2 คน ยืนรอรถเมล์นานฯหน้าเขาเซ็งมาก ผมมักจะหาเรื่องขำฯชวนเขาคุยจนหัวเราะ แม้แต่พาขึ้นรถเมล์ที่คนแน่นฯผมรู้ว่าเขาเหนื่อยทั้งคู่ แต่ผมก็จะปล่อยมุขขำฯทำให้เขารู้สึกสนุก

คนเล็ก..เรียนหนังสือไม่เอาไหนเลย ขี้เกียจ..และเป็นเด็กพิการหูหนวก
มีครั้งหนึ่งตอน 8 ขวบ เขาเอาของเล่นออกมาเล่นในบ้าน เป็นตุ๊กตุ่น ที่ผมไม่เคยซื้อให้ ผมถามเขาว่าเอามาจากไหน เขาบอกว่าเพื่อนข้างบ้านให้ ผมจูงมือลูกผมไปบ้านเพื่อนเขาทันที สอบถามแล้วเป็นเรื่องจริง ผมก็บอกลูกผมว่าบ้านเพื่อนเขาก็ยากจนจะแย่อยู่แล้ว วันหลังถ้าเขาให้อะไรอย่ารับ

คนเล็กผมเรียนไม่เก่ง แต่ผมก็เข็นให้ทำการบ้านทุกวัน วันไหนบอกไม่มี วันรุ่งขึ้นผมไปถามครูที่โรงเรียน ผมไม่ชอบให้ลูกหยุดโรงเรียน ถึงแม้จะไม่สบายก็พาไป จนเคยมีครั้งนึงครูโทรมาให้ไปรับกลับบ้าน ผมคิดว่าถึงเขาเรียนไม่เก่งก็ควรมีความขยันก็ยังดี

ที่บอกไปทั้งหมดคุณที่อ่านคงคิดว่าผมมีเวลามาก ผมก็เหมือนกับผู้ปกครองคนอื่นนั่นล่ะครับ อาจมีเวลาน้อยกว่าบางคนด้วยซ้ำ อาจหนักกว่าบางคน เพราะงานผมเป็นงานระดับล่าง ที่คุณบางคนไม่อยากแม้แต่จะคิดทำด้วยซ้ำ
ขนาดมีบางครั้งผมไม่มีเงินจนต้องออกอุบายชวนลูกฯกินมาม่า ชักแม่น้ำทั้งห้าชวนลูกกินทั้งรอยยิ้มของทุกคน เพราะไม่มีเงินจริงฯ แต่ไม่บอกความจริง

ผมมองโลกในแง่ร้าย แต่มองครอบครัวในแง่ดี วันนึงผมต้องจากไป อย่างน้อยลูกฯของผมจะต้องไม่เป็นภาระของสังคม q*069



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Tukky
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 30 ส.ค. 11, 09:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถึง คุณที่ดูแลครอบครัวด้วยหัวใจ .... ขอชื่นชมคะว่าคุณเป็นคุณพ่อที่ดี รักและใส่ใจลูก หวังว่าต่อไปคุณจะชื่นใจกับความสำเร็จของลูกนะคะ ส่วนความเห็นของเด็กวัยรุ่น และท่านอื่น ๆ ดิฉันว่าดีหมดนะคะ เพียงแต่ว่าเราอาจจะอยู่กันบนพื้นฐานของปัญหาที่ไม่เหมือนกัน เพียงแต่คล้ายกัน เพราะลูกเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดิฉันยอมรับว่าการเลี้ยงลูกวัยรุ่นต้องใช้ความอดทนมาก ต้องใจเย็น ดิฉันเองพยายามที่จะพูดดีๆ พยายามเข้าใจ ไม่ใช้อารมณ์ แต่ก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะบางครั้งลูกก็ยั่วโมโหมาก พูดไม่รู้เรื่อง ต้องการเอาชนะทุกเรื่อง ได้คืบจะเอาศอก พอไม่ดุไม่ว่าพูดดีๆ ลูกอีกคนก็ว่าแม่สปอยน้อง ตามใจ ทำไมไม่ดุไม่ว่า เขาจะได้ใจ บางทีก็ว่าแม่ลำเอียงซะอีก กลุ้มนะคะ ลูกไม่รู้หรอกว่าแม่รักและเป็นห่วงลูกแค่ไหน ตราบใดที่ยังอยู่ร่วมกันลูกก็ยังเป็นเด็กในสายตาพ่อแม่ บางทีแยกบ้านแต่งงานไปแล้ว ก็ยังอดเป็นห่วงลูกอยู่ ต้องได้มาเป็นพ่อเป็นแม่คนแล้วจะรู้ คุณที่ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นนั้นก็พอมีเค้าอยู่ แต่สมัยก่อนกับสมัยนี้สิ่งยั่วยุไม่เหมือนกัน มันน้อยกว่านี้ ย้อนมองตัวเองแล้วยังไงก็ไม่ขนาดนี้หรอกคะ ดิฉันว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือการคุยกันดี และใช้ความอดทนให้มาก ๆ ยอมรับว่าแม่ต้องมากกว่าคนเป็นลูกแน่เพราะเค้าจะไม่มองว่าแม่รักและเป็นห่วง คิดแต่ว่าแม่คอยจับผิด ไม่ไว้ใจ แต่ไม่คิดว่าแม่เป็นห่วง มองคนละมุมคะ ถึงดิฉันจะไม่ใช่แม่ที่สมบูรณ์ในทุกเรื่อง แต่ดิฉันก็เป็นแม่ที่รักลูกมากที่สุด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แม่ลูก 3
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 30 ส.ค. 11, 10:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถึง ความเห็นที่ 14 ดูแลครอบครัวด้วยหัวใจ

ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมนะคะที่สามารถเลี้ยงลูกได้ดี ไม่มีปัญหา ซึ่งดูอายุแล้ว ตอนที่คุณมีลูกอายุยังน้อยอยู่ แสดงว่าคุณมีวุฒิภาวะสูง เป็นคนที่ใจเย็นแน่ ๆ เลย ขอเอาใจช่วยให้สู้ต่อไป และรับภาระหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดนะคะ ออ...ไม่เห็นพูดถึงแม่ของลูกเลยนะ

โดยส่วนตัวแล้วไม่มีประสบการณ์ลูกวัยรุ่นเลยค่ะ แต่ตอนนี้จะเน้นให้เวลากับลูกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะต้องทำงานเหมือนกัน ดีที่ทำงานพ่อกับแม่ บ้านและโรงเรียนลูกอยู่ไม่ไกลกัน อีกอย่างเห็นว่าการมีอารมณ์ขัน และเสียงหัวเราะในบ้านเป็นสิ่งสำคัญนะคะ เพราะทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้นเยอะค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นายควาย
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 30 ส.ค. 11, 10:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

coco ทุกๆๆ ท่านที่แสดงความคิดเห็นมานั้น เป็นประสบการณ์ ทั้งสุขหวัง และ ทุกข์หวัง และคำแนะนำที่ดีๆๆทั้งน้าน.......ขอให้ท่านที่ทุกข์หวังนั้นนึกถึง บริษัทเต็กเฮ็งอยู คือ กินย "ทำใจ" และให้นึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าสักนิดว่า กรรมมุนาวัตตีโลโก(เขียนถูกหรือเปล่าขออภัย) สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม คำโบราณท่านว่าไว้ "สัญชาติมันจะดีไม่ต้องเอาสีแดงไปทามันก็แดงของมันเอง" q*073q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คุณแม่คนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 30 ส.ค. 11, 10:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมเป็นพ่อ..อายุ 38
ลูกชาย 2 คน..อายุ 15..กับ 11

คนโต..เข้าสู่วัยรุ่นเล่นกีฬาอย่างหนัก เขาเลือกเองไม่เคยบังคับ ตอนเด็กฯคนโตสนใจบอล ทั้งฯที่ผมเองไม่เคยดูบอลด้วยซ้ำ ผมพาไปฝากเรียนเตะบอลกับครูอาสา เรียนฟรีเพราะผมฐานะไม่ดี ต้องทำมาหากินแต่ก็ต้องให้ความสนใจกับลูก ไม่มีเงิน ไม่เข้าใจในกีฬาบอล แต่ก็ไปขอความกรุณาให้เขาช่วยสอนลูก ช่วงแรกฯผมไปยืนดูลูกฝึก ผู้ปกครองคนอื่นฯยืนหัวเราะกันสนุก แล้วหันมาพูดกับผมว่าดูเด็กคนนั้นสิ วิ่งก็องแก็งกระดูกอ่อนมาก ตัวก็บิดฯ ผมบอกพวกเขาไปว่า..เค้าเป็นลูกผม

ทุกวันนี้โรงเรียนมีแข่ง..เขาจะเป็นตัวเลือกแรกที่ได้ลงสนาม

ผมเลี้ยงลูกแบบเพื่อน..ทั้ง 2 คน ยืนรอรถเมล์นานฯหน้าเขาเซ็งมาก ผมมักจะหาเรื่องขำฯชวนเขาคุยจนหัวเราะ แม้แต่พาขึ้นรถเมล์ที่คนแน่นฯผมรู้ว่าเขาเหนื่อยทั้งคู่ แต่ผมก็จะปล่อยมุขขำฯทำให้เขารู้สึกสนุก

คนเล็ก..เรียนหนังสือไม่เอาไหนเลย ขี้เกียจ..และเป็นเด็กพิการหูหนวก
มีครั้งหนึ่งตอน 8 ขวบ เขาเอาของเล่นออกมาเล่นในบ้าน เป็นตุ๊กตุ่น ที่ผมไม่เคยซื้อให้ ผมถามเขาว่าเอามาจากไหน เขาบอกว่าเพื่อนข้างบ้านให้ ผมจูงมือลูกผมไปบ้านเพื่อนเขาทันที สอบถามแล้วเป็นเรื่องจริง ผมก็บอกลูกผมว่าบ้านเพื่อนเขาก็ยากจนจะแย่อยู่แล้ว วันหลังถ้าเขาให้อะไรอย่ารับ

คนเล็กผมเรียนไม่เก่ง แต่ผมก็เข็นให้ทำการบ้านทุกวัน วันไหนบอกไม่มี วันรุ่งขึ้นผมไปถามครูที่โรงเรียน ผมไม่ชอบให้ลูกหยุดโรงเรียน ถึงแม้จะไม่สบายก็พาไป จนเคยมีครั้งนึงครูโทรมาให้ไปรับกลับบ้าน ผมคิดว่าถึงเขาเรียนไม่เก่งก็ควรมีความขยันก็ยังดี

ที่บอกไปทั้งหมดคุณที่อ่านคงคิดว่าผมมีเวลามาก ผมก็เหมือนกับผู้ปกครองคนอื่นนั่นล่ะครับ อาจมีเวลาน้อยกว่าบางคนด้วยซ้ำ อาจหนักกว่าบางคน เพราะงานผมเป็นงานระดับล่าง ที่คุณบางคนไม่อยากแม้แต่จะคิดทำด้วยซ้ำ
ขนาดมีบางครั้งผมไม่มีเงินจนต้องออกอุบายชวนลูกฯกินมาม่า ชักแม่น้ำทั้งห้าชวนลูกกินทั้งรอยยิ้มของทุกคน เพราะไม่มีเงินจริงฯ แต่ไม่บอกความจริง
****คุณเป็นสุดยอดคุณพ่อจริง ๆๆๆ ค่ะ q*062 กลัวเหมือนกันลูกกำลังก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ของเขา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แม่ลูกสอง
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 30 ส.ค. 11, 12:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นแม่ลูกสองค่ะ เด็กมีพ่อแต่เป็นพ่อที่ไม่สมประกอบทางใจ คือไม่เคยให้ความอบอุ่นกับครอบครัว เหมือนแม่ดูแลทุกอย่าง ลูกสาวม.4 กับลูก ป.6 ผ่านมาหกเดือน เหมือนตกนรกจริงๆ คุณที่เป็นวัยรุ่นก็วุ่นจนเกือบไปอยู่แล้ว ติดเที่ยวมากๆ ติดเพื่อนมากๆ เราก็ห่วงว่าเป็นหญิง แต่เหมือนกับแกเจอสิ่งที่ต้องการพอดี ไปแบบกู่ไม่กลับ คือยังห่วงเรียน เรียนดีใช้ได้ แต่การพูดจา การแต่งตัว พฤติกรรม ไม่ไหวจริงๆ แถมยังคบเพือนแบบใครชวนก็อยากไปตลอด ถึงขนาดปิดโทรไม่รับสายเพราะไม่อยากกลับ ความจริงแกจะไม่กล้าเลยเพราะไม่เคย แต่ตอนนี้รู้แล้วข้างนอกที่มีบ้านเพือนคอยรับ สนุกเป็นไง ขอเถอะนะประเภทที่ให้ลูกชวนเพือนอยู่บ้านได้ คุณช่วยมองถึงพ่อแม่เขาด้วยว่าเขารู้มั๊ยว่าลูกเขาไปอยู่กับใครที่ไหน โปรดอย่าเห็นแก่ตัว เพื่อให้ลูกคุณอยู่บ้านคุณก็หาทุกอย่างมาปรนเปรอให้ มันบาปนะคะ คุณรักลูก คนอื่นเขาก็รัก คุณอาจมีคอนโด มีบ้านหลายๆ ที่ มีอะไรๆ หลายๆอย่าง แต่โปรดคิดถึงใจครอบครัวผู้อื่นบ้าง เจอมาเยอะค่ะ ประเภทถึงขนาดอยากให้หลานตัวเองอยู่ อนุญาตให้ลูกอยู่ด้วย ให้กิน บอกว่าถ้ามาช่วยทำงานก็จะให้ตังใช้ แบบทำดอกไม้ประดิษฐ์น่ะค่ะ คิดได้ไงจะให้เป็นเพื่อน แล้วก็ใช้แรงงานเด็ก พอเราโทรไปกลับบอกว่าลูกอยากมาเอง
เราบุกไปหาทั้งที่ไม่รู้จักจนเจอบ้าน แถวจรัล13 โดนทุบกระจกรถด้วย
ถ้าหวังดีจริงโปรดบอกให้เด็กกลับบ้าน โปรดอย่าทำร้ายเด็กด้วยการทำดีให้เที่ยวได้ มันบาปค่ะ วันที่ไปตามลูกต้องทิ้งคนเล็กอยู่บ้านคนเดียว เพราะดึกมาก ห่วงก็ห่วงเพราะแกกลัวผี ดีที่ไม่ตื่นมารับรู้ ขอให้ฝันร้ายนี้ผ่านไปโดยเร็วด้วยเถิด ขอให้คนที่หวังร้ายกับผู้อื่นทุกคนได้รับผลกรรมเร็วๆด้วย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ดูแลครอบครัวด้วยหัวใจ
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 30 ส.ค. 11, 12:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผม..ความเห็นที่ 14
ผมเล่าให้รู้ และไม่ได้ต้องการคำชมอะไรครับ ผมไม่ได้ดีเกินพ่อคนไหน

แค่อยากให้อ่านดู แล้วคิดดูว่าทำไมผมถึงไม่มีปัญหาเรื่องลูกเชื่อเพื่อนอะไรแบบนั้น เพราะสำหรับลูกคนโต มีปัญหาอะไรบอกพ่อ ปรึกษาพ่อ ได้ทุกเรื่อง พ่อแก้ปัญหาให้ทุกอย่าง แม้ชีวิตและงานของพ่อก็โดนหนักสาหัสอยู่แล้ว แต่ผมคิดว่าปัญหาของผมเรื่องเล็กมาก ถ้าเทียบกับปัญหาของลูก แม้เพียงแค่ปัญหาเรื่องรองเท้านักเรียนลูกขาด นั่นคือปัญหาใหญ่ คุณเชื่อไหมผมไม่มีเงินซื้อให้เขาใหม่ แต่ผมกับบอกลูกไปพร้อมหัวเราะกันว่ามันดูเซอร์ดี ตอนผมเป็นเด็กขาดยิ่งกว่านี้ยังใส่ เพราะมันดูเท่ดี และไม่ต้องกลัวเรื่องรองเท้าหายอีกต่อไป ขนาดคนมีตังค์ยังซื้อกางเกงยีนราคาแพงฯ มาตัดให้มันขาดเลย ลูกคนโตก็ยังหัวเราะงอหาย ทุกวันนี้มันก็ยังใส่อยู่
ถุงเท้าขาดหัว ขาดส้น ผมก็พูดเป็นตลกว่า ถ้ามันไม่ดีทำไมนักมวยไทยใส่แบบนั้น เอากับผมดิ จบด้วยการหัวเราะกันทุกครั้ง

แต่ผมจะไม่ตามใจลูก เพราะคำว่า..อายเพื่อน..เด็ดขาด

ลูกคนเล็กมีปัญหาอะไรบอกผม คุยกับผมได้เสมอ ผมกลายเป็นเด็ก ป6.ได้ทันที เลิกเรียนรอแล้วรออีกไม่ออกมา ผมเข้าไปตาม อ้อ..รองเท้าหาย
สอบถามเพื่อนแกล้งเอาไปซ่อน มันทำหน้าอยากร้องให้ ผมบอกโอเคในเมื่อเพื่อนหาการละเล่นให้แบบนี้ ก็ดีเพราะพ่อไม่ได้รีบไปไหน มาหาด้วยกันไม่เป็นไร หากับมันตั้งแต่ 16.00 ยัน 18.30 ถังขยะรื้อหมดไม่เว้น เจอบนระเบียงด้านนอก แล้วก็หัวเราะกัน ตอนหาก็สอนลูกไปคุยเรื่องขำฯทำให้มันเป็นเรื่องปกติ บอกเขาชีวิตทุกคนก็มีปัญหา ตอนเป็นนักเรียนก็เพื่อนแกล้ง โตมาทำงานแล้วก็โดนนะ หนีไม่พ้น ไม่ต้องไปโกรธเคืองใคร ยอมรับมันเพราะเราก็ต้องอยู่กับมัน โดนเพื่อนต่อย ก็ถามเขาก่อนว่าโดนเพราะอะไร ไม่ใช่ยุให้ไปสู้ ถ้าเราไม่ผิดอยู่ดีฯโดนประลองกำลัง ก็ต้องไปบอกครู เขาก็ย้อนถามว่าบอกครูหนูก็เป็นตุ๊ด ผมก็บอกเขาว่า เป็นผู้ใหญ่ถ้าโดนต่อยยังต้องไปบอกตำรวจเลย ไม่เห็นหน้าอาย

ลูกมีปัญหา มีคำถาม เราต้องพร้อมตอบ ตอบแล้วสอนอย่างมีศิลปะ ถ้าเราไม่เปิดหัวใจให้กว้างที่สุด ไม่มีวันเข้าใจ ลูกเราเขาโดนวิชาการ ระเบียบ วินัย มาตั้งแต่ 08.00-16.00 โมงแล้ว เครียดมากพอแล้ว สอนลูก คุยกับลูก โยนปัญหาชีวิตตัวเองทิ้งไปก่อน เราพ่อ-แม่ จะอยู่ไปได้อีกซักกี่ปี ชีวิตเขาพึ่งเริ่มต้น

ก่อนที่เราจะคิดมากเรื่องลูก ถามตัวเราเองก่อนว่า เราเป็นคนที่เขาสามารถคุยได้ด้วยทุกเรื่อง จริงหรือเปล่า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แม่ของลูฏ
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 12 ก.ย. 11, 15:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ร่วมแชร์ด้วยคนได้ไหมคะ
อยากบอกว่า ตอนนี้ก็มีปัญหากับลูกคนโตค่อนข้างมาก (อายุ 15) แรกเริ่มเรียกว่าเป็นเด็กที่ค่อนข้างเรียนดีมาตลอด จนถึง ม.ต้น ก็ยังอยู่ในระดับดี พอเริ่ม ม.4 ปีนี้ การเรียนตกลงไปมาก ขนาดที่เรียกว่า ตกหลายวิชา ดิฉันเข้าใจว่า ม.ปลายนั้นเรียนยาก ไม่ได้คาดหวังว่า จะไม่ให้ลูกตกเลย แต่ก็รับไม่ได้เมื่อลูกตกแทบทุกวิชา และที่สำคัญ นั่นไม่เท่าไรเทียบกับที่นิสัยเขาเปลี่ยนแปลงไปมาก จากเดิมที่เมื่อไรเห็นแม่เสียใจ ร้องไห้ เขาจะเข้ามา ขอโทษ ทันที และบอกว่า แม่อย่าร้องไห้นะ เขาเสียใจ เขาขอโทษ แต่เดี๋ยวนี้ ไม่มีค่ะ ไม่มีแม้คำขอโทษใด ๆ
ดิฉันร้องไห้ ทั้งเสียใจ ทั้งเศร้าใจ คำว่า "ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น" สำหรับครอบครัวดิฉัน ไม่ใช่เลย เพราะทั้งพ่อและแม่ ไม่เคยเป็นเช่นนี้กับปู่ย่าตายาย เคยถามตัวเองเสมอว่า เป็นกรรมหรืออย่างไร
ตอนนี้เพียงหวังว่า เขาจะไม่ "เสียคน" เพราะสังคมรอบข้าง เพราะแม้จะเข้าใจว่า เป็นนิสัยของวัยรุ่นที่อารมณ์เริ่มเปลี่ยนแปลง แต่ไม่เคยคิดว่าจะพบเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้กับครอบครัวตัวเอง
ท่านใดมีประสบการณ์และมีวิธีการแก้ไขอย่างไร ช่วยบอกบ้างได้ไหมคะ? q*078

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนทั่วไป
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 26 ก.ย. 11, 19:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*039
คบคบพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล การเลือกคบคน ต้องดูให้ดี เพราะหากคบคนพาล หรือคนไม่ดีเป็นมิตร ก็มักชักจูงเราไปในทางเสียหาย แต่ถ้ารู้จักเลือกคบเพื่อนดี คนดี ก็จะพาให้เราเป็นคนดีไปด้วย ขอยกตัวอย่างสำนวนนี้นะครับ อยู่ที่ว่าเด็กจะเลือกคบเพื่อนแบบไหน ถ้าเลือกคบเพื่อนดีก็ดีไป แต่ถ้าคบเพื่อนที่ไม่ดี ก็ต้องเฝ้าติดตามต่อไป แต่ที่สำคัญที่สุดคือ พยายามอย่าใช้คำพูดที่รุนแรง ยิ่งรุนแรงเท่าไร ยิ่งจะทำให้เด็กไม่เชื่อฟังมากขึ้น ดีที่สุดคือ ใช้ความผูกพันธ์ ความรัก ความเอาใจใส่กับเขาให้มากขึ้น เดี๋ยวสักวันเขาจะรู้เองว่า ไม่มีใครที่รักเขาจริงเท่ากับ พ่อและแม่
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ซิน
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 04:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณ "ดูแลครอบครัวด้วยหัวใจ"
อ่านที่คุณเขียนแล้วมีความรู้สึกว่าอยากทำให้ได้แบบคุณบ้างและจะลองพยายามเป็น "เพื่อน" ของลูกให้มากที่สุด..ไม่น่าเชื่อว่าเราจะอายุเท่ากัน ..คุณสอนลูกได้ประทับใจมาก q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นุช
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 6 พ.ค. 12, 21:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนนี้ลูกกำลังวัยรุ่นม. 4 พยายามทำตัวสนิทกับลูกเข้าใจเขาทุกอย่าง เขาไม่เกเร ไม่เถียง แต่ก็ไม่สนใจเรื่องเรียน ชอบอยู่ติดบ้าน ขี้เล่น ชอบกอดแม่ ชอบแหย่แม่ตลอดเวลา แต่ก็กลัวมากๆกับการติดเพื่อน ถ้าสักวันนึงเขามองไม่เห็นความสำคัญเรา คงต้องทุกข์ใจมากๆเลย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  เพื่อน ครอบครัว 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม
         

ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้