หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: แนะรัฐบาล วิธีแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว!!  (อ่าน 1878 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 9 ต.ค. 11, 17:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ขอแนะนำรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชะลอโครงการรถไฟฟ้า5สาย ที่จะไปต่างจังหวัดก่อนเถอะครับ

เพราะตอนนี้รัฐจำเป็นต้องใช้เงินอีกมหาศาลให้การแก้ปัญหาน้ำท่วม และฟื้นฟูประเทศหลังน้ำท่วมใหญ่


รถไฟฟ้ายังรอได้ แต่แก้ปัญหาน้ำท่วม รอไม่ได้แล้วครับ ไม่เร่งแก้ไข ปีหน้าอาจท่วมหนักซ้ำรอยอีก


ผมขอแนะนำวิธีแก้ไขปัญหาน้ำท่วมด้วยการ ขุดอุโมงค์ส่งน้ำขนาดใหญ่ (พอๆกับสร้างรถไฟใต้ดินนั่นแหล่ะ)และท่อส่งน้ำขนาดใหญ่

ทำท่อส่งน้ำยักษ์ใต้ดิน5สาย แทนทำรถไฟฟ้า5สาย

ทำท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ลงใต้ดิน โดยต่อจากเขื่อนต่างๆยามน้ำในเขื่อนล้น เพื่อส่งน้ำลงใต้ดินแทนการปล่อยน่ำบนดินเพื่อไม่ให้น้ำท่วมประชาชน

และในแต่ละจังหวัดก็ทำท่อเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน เพือส่งตรงน้ำลงทะเลก็ได้ หรือจะบังคับน้ำไปเติมในจุดที่ขาดน้ำในช่วงหน้าแล้งก็ได้

เพราะน้ำในท่อควบคุมได้ง่ายกว่าน้ำบนดินครับ


พื้นที่ทางเหนือ มีภูเขามาก ควรทำเป็นท่อส่งขนาดใหญ่






แต่ถ้าในพื้นที่ลุ่มภาคกลาง ควรสร้างเป็นอุโมงค์ส่งน้ำ






ส่วนเรื่องการขุดคลองเพิ่ม พร้อมทำท่อระบายน้ำคู่ขนานไปบนถนนทุกสาย และการทำแก้มลิงเพิ่มขึ้น ก็ยังเป็นวิธีการที่จำเป็นเช่นกัน

http://akelovekae.blogspot.com/2011/10/blog-post_16.htm l



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 ต.ค. 11, 19:56 น โดย akecity » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 9 ต.ค. 11, 18:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*071q*071q*071

คิมขอเป็นอีกหนึ่งคนที่สนับสนุนความคิดของคุณเอก


เหมือนใจ...ไม่ใช่สิ เหมือนความคิดตรงกันคือว่า


แว๊บนึงในหัวสมองเมื่อเช้า คิมนึกถึงประเทศญี่ปุ่น


ไม่อยากคิดว่า ที่แท้ยังมีฮีโร่ที่รับรู้ได้ว่าเราคิดอะไรอยู่

q*014




(ยังเป็นฮีโร่ไม่เปลี่ยนแปลง)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 9 ต.ค. 11, 20:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โครงการดีๆแต่จะผ่าน ครม. ได้ง่ายไหมล่ะครับต้องมีหน่วยงานโน้นนี้หรือพวกอนุรักษ์ต่างๆอีกกว่าจะได้เริ่มโครงการมันจะไม่มีอะไรให้เหลือป้องกันล่ะซิตาเอก หน่วยงานราชการไทยแต่ล่ะโครงการไม่เคยทันกินทันใช้ซักครั้งเลยครับพี่น้อง. q*069 (เห็นด้วยกะตาเอก จะช้าจะเร็วแต่ขอให้ทำเถอะ)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 9 ต.ค. 11, 20:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
โครงการดีๆแต่จะผ่าน ครม. ได้ง่ายไหมล่ะครับต้องมีหน่วยงานโน้นนี้หรือพวกอนุรักษ์ต่างๆอีกกว่าจะได้เริ่มโครงการมันจะไม่มีอะไรให้เหลือป้องกันล่ะซิตาเอก หน่วยงานราชการไทยแต่ล่ะโครงการไม่เคยทันกินทันใช้ซักครั้งเลยครับพี่น้อง. q*069 (เห็นด้วยกะตาเอก จะช้าจะเร็วแต่ขอให้ทำเถอะ)


ผมว่า รัฐบาลต้องใช้วิกฤติให้เป็นโอกาสครับ ต้องรีบศึกษาโครงการ ถ้าสามารถทำได้ ต้องรีบประกาศทำทันที

คิดว่า อุทกภัยแสนสาหัสคราวนี้ ถ้าพวกอนุรักษ์ยังจะกล้าออกมาค้าน ก็มีหวังโดนประชาชนรุมประณามแล้วล่ะครับ

เพราะเวลาชาวบ้านเดือดร้อนน้ำท่วม พวกอนุรักษ์ธรรมชาติมันหายหัวไปไหนหมดไม่รู้

ถ้าเอาแต่ค้านๆ แต่ไม่คิดหาทางออกดีๆ คงโดนด่าแน่ครับ

จะรอปลูกป่ามาซับน้ำ ปลูกป่าไปอีก200ปีก็ยังไม่ได้ป่าเท่าที่เคยมี


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 9 ต.ค. 11, 20:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
" เพราะน้ำในท่อควบคุมได้ง่ายกว่าน้ำบนดิน "


ดังนั้น จึงขอสนับสนุนว่า...

หลังจากน้ำบนดิน ที่มีระดับน้ำสูงเกือบเหนือหลังคาบ้านแห้งลง

- ท่อส่งน้ำ

- อุโมงค์ส่งน้ำ หรือ

- อุโมงค์ยักษ์

ควรได้รับการพิจารณาให้เป็นเรื่องระดับต้นๆเลย


...เห็นด้วยกับวิธีแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว ตามที่คุณเอกแนะนำ...

q*071q*071q*071
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 9 ต.ค. 11, 20:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
โครงการดีๆแต่จะผ่าน ครม. ได้ง่ายไหมล่ะครับต้องมีหน่วยงานโน้นนี้หรือพวกอนุรักษ์ต่างๆอีกกว่าจะได้เริ่มโครงการมันจะไม่มีอะไรให้เหลือป้องกันล่ะซิตาเอก หน่วยงานราชการไทยแต่ล่ะโครงการไม่เคยทันกินทันใช้ซักครั้งเลยครับพี่น้อง. q*069 (เห็นด้วยกะตาเอก จะช้าจะเร็วแต่ขอให้ทำเถอะ)


น้ำท่วมแสนสาหัสเสียหายกันขนาดนี้ ยังมองไม่เห็นปัญหาและทางแก้

แต่หากจะมองเห็นแต่ทางขัดหรือขวาง ก็หมายความว่า อยากเจอ

อย่างที่เจออยู่ตอนนี้ ก็เชิญ...

แต่หากมีเหตุผลหรือพบว่าหากอย่างนี้ มันจะเจออย่างนั้น

แล้วมันก็ต้องมาถกกันแล้วว่า หากต้องอย่างนั้น มันจะออกมาอย่างนี้

แล้วจะดีไหม....

มันต้องมาระดมสมองกัน เพื่อให้ได้ข้อสรุป สรุปหาแนวทาง

เพื่อให้เกิดทางเลือก แล้วปฏิบัติทันที หลังการอนุมัติ รึไม่ใช่? q*029

สมองคิมคิดได้แค่นี้ ขอคำแนะนำด้วย q*027
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 10 ต.ค. 11, 07:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เอ้า มาร่วมด้วยช่วยอีกคน หนุนนำกันให้บรรลุเพื่อคนไทยทั้งชาติ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 10 ต.ค. 11, 08:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
นั่นระยะยาว...และหากอยากจะให้มันเป็นไปได้ ...
เหนืออื่นใดทั้งหมด...รัฐบาลก็ต้องอยู่ยาวด้วย...
เพราะแต่ละครั้ง มักจะมีอันเป็นไปเสมอโครงการใด ๆ
ก็ตามที ที่มีประโยชน์สูงสุดต่อชนในชาติ..ย่อมต้องเจอ..
กับอุปสรรค์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นั่นก็คืออายุของรัฐบาล...
สอง โครงการมักจะเป็นแผ่นพับหรือเป็นหมันไป....
หากได้รัฐบาลใหม่ขึ้นมาแทน...ผมแทบจะไม่เคยเห็น
มันจะผูกพันกันสักครั้งเลย...กรณีที่เป็นโครงการระดับชาตินะ?
เพราะใครขึ้นมาก็มักจะรื้อกันและดำเนินการเขียนโปรเจคใหม่
เพราะอยากได้หน้า อยากจะให้เห็นกันว่า โครงการนี้นี่มันของฉัน
พวกฉัน พรรคฉันดำเนินการ ไม่มีใครคิดจะต่อยอดโครงการของ
รัฐบาลหรือพรรคอื่นที่เขาตื่นตัวขึ้นมาทำกันก่อนหรือคิดก่อนเลย??
เพราะนี่คือนิสัย หรือสันดานของนักการเมืองถาวร???....ครับ

ยกกรณีศึกษา คลองคอดกระ....เป็นอย่างไร??...
เราเสียประโยชน์ไปมหาศาลกันขนาดไหน??...
พรรคหนึ่งชง พรรคหนึ่งล้ม...นี่แหล่ะคนการเมืองของบ้านเรา??

แต่ก็ขอสนับสนุนแนวคิดนี้อะนะ แต่อย่างน้อยก็ต้องทำควบคู่กันไป
กับรถไฟทั้งหลาย แต่จะลดจำนวนสายลงตามงบประมาณก็ไม่น่า
จะเป็นปัญหา ดีกว่่าเอามาทุ่มทางเดียว....อุโมงค์หนึ่ง ๆ
อาจจะช่วยบรรเทาเบาบางลงได้ หรืออย่างน้อยก็ระบายเร็วขึ้น?
ค่อย ๆ เติมเต็มไปทีละอุโมงค์ สองอุโมงค์ ในแต่ละรัฐบาล
ก็ถือว่ารับได้ แต่หากจะให้ดีที่สุดในยุคประหยัด นั่นก็คือขุดลอกคลอง
เสียใหม่ให้มันลึกขึ้น..รวมถึงแม่น้ำแต่ละสายด้วย...มันก็จะช่วย
ได้ทางหนึ่ง ไม่ใช่พอน้ำลด ก็หยุดกันหมดและไม่สนใจสำรวจตรวจตรา
ความพร้อมของเครื่องมือ เครื่องไม้ หรืออย่างที่เขาบอก
กันว่า...ที่ประตูระบายน้ำบางโฉมศรี..มันมีอันเป็นไป ก็เพราะความ
งี่เง่าของเจ้าหน้าที่ ที่ไม่เคยบำรุงรักษาประตู หรือกลอน บานพับ..
ที่มันเกิดสนิม หรือผุพัง กันมาก่อน ปล่อยอยู่อย่างนั้นเป็นนานสองนาน
เพราะเห็นว่าทุกปีที่ผ่านมามันก็ใช้การได้ ชาวบ้านในแถบนั้นก็บอกกัน
ให้ซ่อมบำรุง คนเหล่านี้ก็ทำเฉย ละเลยด้วยความประมาท...
เห็นหรือยังว่า จุดเล็ก ๆ แห่งเดียว สามารถสร้างความเสียหาย...
ให้มันขยายกลายเป็นวงกว้างได้ในพริบตา...เพราะน้ำมือมนุษย์
ที่ไม่รู้จักคำว่า หน้าที่ของตนเอง ว่าควรจะทำอย่างไร? มีหน้าที่อะไร?
ไม่ใช้ความรู้ความสามารถเท่าที่ควร?? เพื่อรักษาส่วนรวมเอาไว้?
้กลัีบเห็นเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วก็มองข้ามไป? บางโฉมศรีโมเดล?


และอีกจุดหนึ่งในระยะยาว ชาวบ้านชาวช่องก็ต้องรู้จักหันกลับ
มาใช้วิถีชีวิต...ในแบบฉบับดั้งเดิมของคนโบราณกันซะใหม่...
เพราะในสมัยก่อน ปู่ย่า ตาทวด เขาก็จะปลูกบ้านยกพื้นสูงกันเอาไว้
เพื่อให้มีการไหลเวียนของน้ำได้ เวลาน้ำหลากมา และยังจะมีเรือพาย
เก็บไว้ใต้ถุนบ้านกันทุกหลัง...เขาไม่สร้างบ้านติดดินเพราะมันจะเป็นที่
กั้นหรือปิดบังทางน้ำไหล...สมัยก่อนเขาก็ใช้ชีิวิตกันได้สบาย ๆ
ไม่เดือดร้อน น้ำจะมาจะไป...ก็ไม่ต้องสะทกสะท้านน้ำหลากฉันก็ใช้เรือ
น้ำลด ฉันก็เก็บมันไว้...ข้าวของเครื่องใช้ก็ไม่ต้องเสียหายเพราะน้ำพัดไป
ดังนั้น ชุมชนหรือหมู่บ้านในที่น้ำท่วมถึงซ้ำซาก ต้องรู้จักกับการเปลี่ยน
แปลงวิถีชีวิตกันเสียใหม่....ให้เข้ากับสถานการณ์ครับ??
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 10 ต.ค. 11, 20:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

น้ำยังคงท่วมต่อไป รอลุ้นอยุ่ว่าเมื่อไรจะถึง กทม.... มีแผนดี แต่ก็ต้องปฎิบัติให้ได้ด้วย ยังงั้นซินะครับ q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 11 ต.ค. 11, 02:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*031q*031

มาบอกว่า...สงสัย

ภาพพร้อมลิงค์หายไปไหน?

ดีนะที่ได้ดูและได้อ่าน

ไม่เข้าใจ แต่ก็คิดว่าเข้าใจนะ q*014

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 12 ต.ค. 11, 00:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สร้างแม่น้ำ 2 สาย เพื่อเป็นเส้นทางลัดน้ำลงทะเล และ กักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งได้ และ ใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางน้ำได้ด้วย โดยมีประตูกั้นน้ำ ทุกๆ 50 กิโลเมตร

สายที่1 จาก กำแพงเพชร ลง สมุทรสงคราม จะสามารถลัดน้ำจากกำแพงเพชร ไม่ให้ผ่านตัวเมืองนครสวรรค์ และ ใช้รักษาระดับน้ำเจ้าพระยาได้ ทำให้น้ำไม่ท่วมภาคกลางได้

สายที่ 2 จากลพบุรี ลง สมุทรปราการ ลัดน้ำจากลพบุรี ที่ลงมาที่อยุธยา ไม่ให้ไปสบทบน้ำที่ลงมาจากนครสวรรค์

ที่สำคัญต้องมีประตูกั้นน้ำ เป็นระยะๆ เหมือนเขื่อน แต่ไม่ใช้พื้นที่เยอะเหมือนเขื่อน แต่ใช้ระยะทางยาวๆแทน

และ ต้องให้เรือแล่นผ่านได้ด้วย

ทุกช่วงของประตูกั้นน้ำ ต้องมีท่าเรือ เพื่อขนถ่ายสินค้า เผื่อเวลา น้ำน้อย หรือต้องปิดประตูกั้นน้ำเพื่อกักเก็บน้ำ จะทำให้เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ต่อพื้นที่ที่ติดกับแม่น้ำ ได้ด้วย

7 ตุลาคม 2554 ธนวรรธน์ เตชะทัศนสุนทร

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 12 ต.ค. 11, 01:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สร้างแม่น้ำ 2 สาย เพื่อเป็นเส้นทางลัดน้ำลงทะเล และ กักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งได้ และ ใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางน้ำได้ด้วย โดยมีประตูกั้นน้ำ ทุกๆ 50 กิโลเมตร

สายที่1 จาก กำแพงเพชร ลง สมุทรสงคราม จะสามารถลัดน้ำจากกำแพงเพชร ไม่ให้ผ่านตัวเมืองนครสวรรค์ และ ใช้รักษาระดับน้ำเจ้าพระยาได้ ทำให้น้ำไม่ท่วมภาคกลางได้

สายที่ 2 จากลพบุรี ลง สมุทรปราการ ลัดน้ำจากลพบุรี ที่ลงมาที่อยุธยา ไม่ให้ไปสบทบน้ำที่ลงมาจากนครสวรรค์

ที่สำคัญต้องมีประตูกั้นน้ำ เป็นระยะๆ เหมือนเขื่อน แต่ไม่ใช้พื้นที่เยอะเหมือนเขื่อน แต่ใช้ระยะทางยาวๆแทน

และ ต้องให้เรือแล่นผ่านได้ด้วย

ทุกช่วงของประตูกั้นน้ำ ต้องมีท่าเรือ เพื่อขนถ่ายสินค้า เผื่อเวลา น้ำน้อย หรือต้องปิดประตูกั้นน้ำเพื่อกักเก็บน้ำ จะทำให้เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ต่อพื้นที่ที่ติดกับแม่น้ำ ได้ด้วย

7 ตุลาคม 2554 ธนวรรธน์ เตชะทัศนสุนทร



q*071q*071q*071

ก็เป็นอีกหนึ่งแนวความคิด ที่น่าสนใจไม่น้อย

ขอบคุณที่แสดงความเห็นให้ได้อ่าน

คนไทยยังมีอีกหลายต่อหลายท่านแน่นอน

ที่มีแนวความคิดดีๆ เพียงแต่ท่านไม่ออกมาพูด

ช่วยกันนะคะ q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 12 ต.ค. 11, 16:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สร้างแม่น้ำ 2 สาย เพื่อเป็นเส้นทางลัดน้ำลงทะเล และ กักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งได้ และ ใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางน้ำได้ด้วย โดยมีประตูกั้นน้ำ ทุกๆ 50 กิโลเมตร

สายที่1 จาก กำแพงเพชร ลง สมุทรสงคราม จะสามารถลัดน้ำจากกำแพงเพชร ไม่ให้ผ่านตัวเมืองนครสวรรค์ และ ใช้รักษาระดับน้ำเจ้าพระยาได้ ทำให้น้ำไม่ท่วมภาคกลางได้

สายที่ 2 จากลพบุรี ลง สมุทรปราการ ลัดน้ำจากลพบุรี ที่ลงมาที่อยุธยา ไม่ให้ไปสบทบน้ำที่ลงมาจากนครสวรรค์

ที่สำคัญต้องมีประตูกั้นน้ำ เป็นระยะๆ เหมือนเขื่อน แต่ไม่ใช้พื้นที่เยอะเหมือนเขื่อน แต่ใช้ระยะทางยาวๆแทน

และ ต้องให้เรือแล่นผ่านได้ด้วย

ทุกช่วงของประตูกั้นน้ำ ต้องมีท่าเรือ เพื่อขนถ่ายสินค้า เผื่อเวลา น้ำน้อย หรือต้องปิดประตูกั้นน้ำเพื่อกักเก็บน้ำ จะทำให้เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ต่อพื้นที่ที่ติดกับแม่น้ำ ได้ด้วย

7 ตุลาคม 2554 ธนวรรธน์ เตชะทัศนสุนทร


เมื่อหลายวันก่อน ผมเคยดูรายการทีวี เขาก็มีความคิดคล้ายๆกับคุณครับ

คือแนะนำให้ขุดคลองอ้อม ไปทางฝั่งตะวันตก และตะวันออกลงทะเลอีก 2คลอง

ซึ่งผมเห็นด้วย เพราะจะได้ประโยชน์เรื่องประมง และคมนาคมด้วย

แต่ปัญหาของการขุดคลองอย่างนึงก็คือ เรื่องการเวนคืนที่ดิน!!

ที่ผมใช้แนวคิดเรื่องท่อหรืออุโมงค์ใต้ดิน เพราะน่าจะมีปัญหาเรื่องเวรคืนที่ดินน้อยกว่า



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 15 ต.ค. 11, 11:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โครงการ แบบนี้ จะมีโอกาส ได้ก่อร่าง ในสมัยรัฐบาลนี้หรือ
เพราะโครงการแบบนี้ ไม่ติดตลาด และถ้าทำแล้ว ปัญหาจบไป ต่อไปก็ไม่มีงบแก้ไขปัญหาเร่งด่วนมาให้งาบอีกต่อไป น่ะสิ

โครงการต่างๆจะเกิดขึ้นได้ ไม่ได้อยู่ที่ว่า ผลการศึกษา B/C ratio เป็นเท่าไหร่ แต่ขึ้นอยู่ว่า โครงการนั้น จะมีเงินบำรุงพรรค กี่มากน้อย ต่างหาก

นี่แหละประเทศไทย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  น้ำท่วม แก้ปัญหา รัฐบาล 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม