หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ความรู้สึกจากการท่องเว็ปสามแยกของพระเกษม  (อ่าน 155 ครั้ง)
Guest
ส่งข่าว
เรทกระทู้
« เมื่อ: 29 ม.ค. 12, 17:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ได้เห็นข่าวของพระเกษมมานาน ได้ยินทั้งคำติชมต่างๆ ซึ่งตัวเองก็ได้มีส่วนร่วมทั้งติทั้งชม แต่ที่น่าสนใจคือสิ่งที่ทำให้เกิดข้อสงสัยต่างๆ ซึ่งโดยส่วนตัวได้ศึกษาพุทธศานามาบ้างและก็เคย งง กับทางพุทธมหายานที่กล่าวว่าพุทธเถรวาทยึดติดในธรรม แล้วกลับคิดแย้งกลับไปในทันทีว่าพุทธมหายานก็คงจะปล่อยวางมากเกินไปในธรรม อาจไม่เคร่งในข้อศีลในธรรมเท่าพุทธเถรวาท

แน่นอนหลักธรรมมีไว้เป็นแนวทางศึกษา
จุดมุ่งหมายของพุทธเถรวาท คือนิพพาน
บำเพ็ญสูงสุดที่พระอรหันต์ ซึ่งต่างจาก
พุทธมหายานคือเป็นพระโพธิสัตว์หรือ
พระพุทธเจ้าจึงต้องทานอาหารเจไม่เบียด
เบียนสัตว์ เน้นเมตตากรุณาสูง

สรุปคือถึงแม้พุทธศาสนาจะแยกเป็น
นิกายต่างๆแต่ทางที่เดินไปสู่จุดมุ่งหมาย
ก็ไม่ต่างกันคือดับกิเลสโดยสิ้นเชิง
ต่างกันแค่กุศโลบายของวิธีปฏิบัติให้ไปถึง

แต่พุทธมหายานพระโพธิสัตว์จะเน้นเมตตามากกว่า
พระอรหันต์ คือไม่มุ่งนิพพาน แต่มุ่งพาคนอื่นให้ถึง
นิพพานจนหมดเสียก่อน ยอมทำเพื่อคนอื่นโดยไม่
คิดถึงตัวเองแม้แต่น้อย อาจทำได้แม้ต้องผิดศีลฆ่าโจร
เพื่อรักษาชีวิตคนทั้งหมู่บ้าน ฟังแล้วดูเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่
มีจิตใจที่เปิดกว้างไม่ยึดหลักเกณฑ์ตายตัว แม้ตัวเองจะ
ต้องได้รับผิดก็ตาม


ส่วนความรู้สึกจากการท่องเว็ป(samyaek.com)
นั้นได้เห็นสิ่งที่เคร่งครัด ยึดความในพระไตรปิฏกเป็นใหญ่
บอกความเป็น ผู้เคร่งครัด เช่น

"มีที่นี่ที่เดียวเท่านั้น ไม่เคยมีและไม่มี facebook, twitter, Google+ "

"โยมที่ร่วมทำผิดกับพระเพราะถวายสิ่งของที่ผิดพระวินัยก็มีโทษต้องตกขุมนรกเดียวกับพระ แต่จะรับโทษเบากว่า"

"พระไตรปิฎก เป็นตาที่วิเศษยิ่ง
พระไตรปิฎก เป็นหูที่วิเศษยิ่ง
พระไตรปิฎก เป็นจมูกที่วิเศษยิ่ง ..."

"พระวัดสามแยก ไม่สามารถที่จะทำความเข้าใจให้กับทุกคนได้ ผู้ใดสามารถที่จะเข้าใจในสิ่งที่พวกเราอธิบาย ก็ไปด้วยกันกับพวกเราได้..."

"ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าผู้นั้นยังพึ่งเวทมนต์ - เครื่องรางของขลัง - หรือพึ่งหรือสรรเสริญรูปเคารพใดๆ อยู่แม้แต่พระพุทธรูปก็ตาม ต้องนำใจของตนออกไปให้พ้นจากสิ่งเหล่านั้น"

ส่วนกระดานความคิดเห็น เช่นเรื่องนิพพานก็มีพระมา
ตอบว่า" มีชาวพุทธจำนวนมากที่เข้าใจเรื่อง "นิพพาน" คลาดเคลื่อนไปจากคำสอนของพระพุทธเจ้า

จึงทำเป็นวีดีโอเฉพาะเรื่องเอาไว้ให้ผู้ศึกษาได้รับชมเพื่อการพิจารณาให้เกิดสติปัญญาที่ถูกต้องตามธรรมต่อไป

"เรื่องนิพพานนี้ ผู้ที่ไม่ใช่ "อรหันต์" ก็ไม่มีวันเข้าใจว่าสภาวะที่แท้จริงของนิพพานนั้นเป็นอย่างไร ได้แต่คาดการณ์ว่าน่าจะอย่างโน้น อย่างนี้

เพราะได้ยินได้ฟังจากครูบาอาจารย์องค์นั้นบ้าง องค์นี้บ้าง แล้วก็นำมานึกคิดปรุงแต่งไปตามจินตนาการของแต่ละคน...ดังนั้น จึงต้องเปรียบเทียบสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมาจากคนอื่นๆ ประกอบคำสอนของพระพุทธเจ้าก่อน จึงควรปลงใจเชื่อในระดับเริ่มต้น"

พออ่านจบทำให้นึกถึงสภาพตัวเองถ้าไม่มีประสีประสามาก่อน
และสนใจอยากศึกษาอย่างจริงจัง วัดนี้ช่างน่าสนใจ
เหมือนว่าพระท่านอาจเป็นอรหันต์ที่รู้ซึ้งนิพพานจึงทำวีดีโอไว้

แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ คิดเสมอว่าคนเราทำไมจะอยู่ร่วมกับคนอื่น
ไม่ได้ พุทธศาสนาทำไมจะอยู่ร่วมกันไม่ได้ ทำไมต้อง
มาทะเลาะกันในสิ่งที่ล้วนแล้วแต่เป็นกุศโลบายของ
การกำจัดกิเลสเท่านั้นเอง ทำไมต้องยึดติดว่าฉันแท้
เธอเทียม ถ้าใจคนมันมีกิเลสหนา ต่อให้หลีกไกลผู้คน
ไม่แตะต้องสิ่งใดก็ยังมีกิเลสวันยังค่ำ ก็ไม่ต่างจากคน
ที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมและจับต้องสัมผัสกิเลสแต่อย่างใด

แต่กลับนึกใฝ่ฝันถึงศาสนาพุทธที่อยู่ร่วมกันได้ด้วย
มีเมตตากรุณาสูง มองเห็นข้อดีและไม่ดีของตนและผู้อื่น
กล้าตำหนิตนก่อนผู้อื่น กล้ายอมรับผิดก่อนเพ่งเล็งผู้อื่น
ไม่ได้มองแต่ตนดีแล้วคนอื่นไม่ดี มีความเคร่งครัดภายในและ
อะลุ่มอล่วยภายนอก ไปตามสภาพที่ไม่ตายตัวและไม่ยึดติด
มีความคิดที่จะให้ผู้อื่นไม่ว่าศาสานาใด มากกว่าผูกขาดยึดครอง
ความขาวสะอาดเพียงผู้เดียว

"เหมือนกับการแบ่งผงซักฟอกไปให้ผู้ถือผ้าแต่ละสี
ไม่ใช่เอาสีขาวเที่ยวไปย้อมผ้าของผู้อื่นให้เค้า
ต้องเสียความเป็นตัวเอง"

นี่น่าจะเป็นศาสนาพุทธ ในฝันที่ไม่ยึดถือเอา ตัวตน แต่เอาใจเค้า
มาใส่ใจเราเป็นหลัก เป็นศาสนาพุทธที่มีแต่ให้กับให้

--------

SONGKAO

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Guest
ภูผา
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 30 ม.ค. 12, 03:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมก็ไม่ค่อยมีความรู้ทางพระพุทธศาสนามากนัก ศึกษามาบ้างก็ตามขอบเขตอันจำกัด แต่เท่าที่พอรู้บ้างพุทธศาสนาไม่ใช่เรื่องเฉพาะมนุษย์เท่านั้น รวบรวมถึงสรรพสิ่งในโลกอยู่ในคำสอนทั้งหมด โดยใช้กรรมคือการกระทำหรือลักษณะของสิ่งนั้นเป็นตัวชี้วัดกำหนดความเป็นไป และทุกสรรพสิ่งไม่ว่ามีชีวิตหรือไม่มีชีวิต หามีผู้ไดทำให้เหมือนกันได้ทั้งหมดไม่ แม้แค่องค์พุทธะเองก็ตาม

แม้แต่พระพุทธเจ้าท่านก็บอกผู้ชี้หนทางให้เท่านั้น หาใช่ผู้บังคับให้ทุกสิ่งไปตามทางของพระองค์ไม่ จะแก้ไขผู้ไดก็ใช้วิธีเปลี่ยนความคิดโดยคำสอนของพระองค์ ไม่ได้มีวิธีการบังคับแต่อย่างได จุดหมายสูงสุดคือนำผู้นั้นไปสู่นิพพานคือการดับหรือสิ้นกิเลสนั่นเอง แต่ก็มิใช่นำไปได้ทั้งหมด เพราะความแตกต่างกันแห่งพื้นฐานทางความรู้ความคิด การไปสู่พระนิพพานก็ไม่ใช่ก้าวกระโดดไปในคราวเดียว แต่เป็นการก้าวไปตามวิถีที่ละชั้นที่ละก้าว

ในแต่ละก้าวที่ก่อนจะถึงพระนิพพานนั้นก็ใช่ว่าจะสูญเปล่า เพราะยิ่งก้าวใกล้เท่าไหร่ ความสูงแห่งจิต ความสงบร่มเย็นแห่งจิตก็จะสูงตามขึ้นเท่านั้น และดูเหมือนจะไม่มีวิธีลัดขั้นตอน ต้องไปตามลำดับชั้นแห่งจิตที่บำเพ็ญที่อบรม ที่พระเกษมท่านสอน เห็นว่าใช้พระไตรปีฏกเป็นหลัก บางอย่างก็ถูกต้องแต่ไม่ถูกตัว บางอย่างเห็นตัวแล้วก็ต้องบอกว่าไม่ถูกต้อง

ที่ว่าถูกต้องแต่ไม่ถูกตัว ก็คือคำสอนระดับสูงสำหรับพระอริยบุคคล กลับถูกนำมาใช้กลับปุถุชนที่ยังไม่มีพื้นฐานด้วยซ้ำ เป็นการผิดฝาผิดตัวอย่างรุนแรง ที่บอกว่าเห็นตัวแล้วก็รู้ว่าไม่ถูกต้อง ก็คือตัวพระเกษมผู้สอนเอง ดูแล้วไม่ได้มีลักษณะไดๆที่บอกได้เลยว่าอริยะชน ถ้าปฎิบัติตามแล้วผลออกมาเหมือนพระเกษมหมด ก็คงไม่เอาโลกคงวุ่นทั้งโลกแน่นอน

พระอริยะไม่ได้มีลักษณะน่าเกลียดขนาดนี้ ดูจะเป็นการดึงศาสนาให้ตกต่ำด้วยซ้ำ ถ้าจะบอกว่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบในพระพุทธศาสนาคือผู้มีลักษณะแบบนี้ สิ่งที่ท่านแสดงออกต่อสังคม ผมว่าคนที่ว่าแย่ๆที่สุดยังไม่กล้าแสดงออกเลย คนเห็นเข้าก็จะตีความว่า พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบต้องมีลักษณะแบบนี้ มันจะไปกันใหญ่

คำสอนส่วนคำสอน คำสอนยังไงก็ดี เพราะเป็นของพระพุทธเจ้า ไครหยิบไปสอนก็ดีทั้งนั้น คนดีหยิบไปสอนก็ดี ต่อให้โจรหยิบไปสอนก็ดี เพราะมันดีอยู่ที่คำสอน ว่าแต่จะสอนด้วยจุดประสงค์ได สอนเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เรียนรู้ หรือสอนเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้สอนเอง ที่สอนเพื่อมุ่งหวังความเคารพนับถือส่วนตัวเพื่อให้ได้ทรัพย์สินเงินทอง

สอนเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ถูกสอน ก็สอนตามพุทธวิธีของพระองค์ พระองค์สอนตามอุปนิสัยที่มีอยู่ของแต่ละคน ไม่ใช่สอนตามพระทัยของพระองค์ อุปนิสัยมีอย่างไรก็สอนตามระดับนั้นอย่างนั้น ผลดีก็จะตามมาให้เห็นทันที สอนแบบพระเกษมไม่น่าจะใช่ เพราะผู้สอนเองก็ไม่ได้มีลักษณะถูกตามพระธรรมวินัย สอนแล้วผลร้ายก็ตามมาทันที น่าจะเป็นความปราถนาดีที่ประสงค์ร้ายมากกว่า
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ส่งข่าว
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 30 ม.ค. 12, 08:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณคุณภูผาสำหรับความคิดเห็นดีๆที่เพิ่มเติมเข้ามา

จากเท่าที่ไปอ่านดูแล้วมีคนเข้าไปพูดเรื่องพระไตรปิฎก
ท่านถืออยู่มีความน่าเชื่อถือมากเพียงใด
เพราะว่าเป็นพระไตรปิฎกผสมขอแท้มีไม่เท่าไหร่

แต่ต่อให้แท้หรือเทียม ประเทศไทยก็เกิดพระอริยะ
สงฆ์ขึ้นมากมาย ไม่ว่ารุ่นเก่ารุ่นใหม่ นั่นแปลว่า
ประเทศไทยยังไม่สิ้นคนดีหรือพระดีอีกมากมายที่พร้อม
จะเป็นผู้นำพาผู้คน ไม่ได้ถูกผูกขาดไว้ที่วัดเดียว
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 30 ม.ค. 12, 10:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สิ่งดีที่มองเห็นจากข่าวของพระเกษมในกรณีที่ท่านอยากดัง คือ ทำให้ชาวพุทธ
ได้ตื่นและค้นหาและจับต้องพระไตรปิฎก เพื่อนำมาถกประเด็น หรือพูดคุย
ตอบประเด็นของพระเกษม และใช้อ้างอิง
(อันนี้เห็นจากการตื่นตัวของคนรอบข้างนะครับ ไม่ได้ทำแบบสำรวจอะไร)


ส่วนเรื่องอื่นๆ ของพระเกษม บอกตรงๆ ไม่กล้าวิจารณ์ครับ ให้เป็นหน้าที่ของ
ผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่สามารถจะพูดคุยกับท่านได้เข้าใจและลึกซึ้ง

มองแต่สิ่งดีที่เกิดขึ้น ชีวีสดใสดีครับ หากล้วงลึก และฟังท่านมากบอกตรงๆ ผมอารมณ์ขึ้นเหมือนกัน ไม่รู้ท่านสอนไม่ถูกจริต หรือผมดัดจริตก็ไม่รู้

ไม่ใช่ไม่เคยฟังนะครับ เคยฟังก่อนเป็นข่าวล่ะ แต่ต้องปิดกลางคัน มันร้อนเกินไป

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ส่งข่าว
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 30 ม.ค. 12, 12:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตอบคุณ NoLogin10

พูดถึงเรื่องพระไตรปิฎก เท่าที่เห็นมีหลายกรณี

บ้างก็ลอกพระไตรปิฎก

คือศาสนาเต๋า ทำการลอก
พระไตรปิฏกพุทธสมัยราชวงศ์ถัง
ศีลและหลักอะไรหลายๆอย่างจึงคล้ายพุทธ
แต่เค้าก็อ้างเค้าบำเพ็ญเป็นเซียนไม่ตาย
นั้นสูงส่งกว่า
ไปอ่านในตำราเค้ามา
เห็นเค้าว่าพระพุทธเจ้าบำเพ็ญเป็นแค่ผีเซียน
ต้องเวียนว่ายตายเกิดต่อ ของเค้า
หลุดพ้นเป็นเซียนสวรรค์
เฮ้อออออออออออออออออ

บ้างก็ไม่เอาตำราเป็นหลัก

คือพุทธมหายานนิกายฌาณหรือ เซน ที่เน้นบรรบุ
ฉับพลัน ไม่ยึดติดตัวหนังสือ สอนนอกตำรา
ตรงไปที่ใจคน ภาษาจีนเรียกว่า
“不立文字,教外别传;直指人心,见性成佛”
อันนี้ก็ยังพอว่าไม่เรื่องมากวุ่นวายอะไร แบบ
จำจัดกิเลสได้เลย ก็จุดมุ่งหมายเดียวกัน
แต่ที่น่าสนใจคือ พระอาจารย์ฮุ้ยเหนิง
เป็นสังฆปรินายกองค์ที่ 6 ในนิกายฌาน

ลองอ่านดูนี้แล้วจะทราบว่า แท้จริง สงฆ์ที่ยิ่งใหญ่
นั้นอยู่ร่วมกับพรานได้ แยกกินผักหม้อเดียวกับเนื้อได้
เพราะพุทธมหายานยังไงก็ต้องทานเจ
แต่ท่านไม่จำเป็นต้องแยกเนื้อคนอื่นทิ้งไป


"หลังจากสืบทอดบาตรจีวรและธรรมจากพระสังฆปรินายกองค์ก่อน ก็มีคนตามล่าหมายจะปองร้าย จึงหนีไปอยู่กับพวกพรานป่า ใส่เสื้อผ้าแบบชาวบ้าน

เนื่องจากกลัวท่านไม่มีใจล่าสัตว์ พวกนายพรานจึงให้ท่านเฝ้าแร้วดักสัตว์ เมื่อสัตว์มาติดกับ ยามปลอดคนท่านก็ปล่อยสัตว์ไป ทำเช่นนี้ตลอด 15 ปี
สัตว์ถูกปล่อยนับไม่ถ้วน พรานป่าหาเลี้ยงชีพด้วยการล่าสัตว์ อาหารทุกมื้อส่วนมากมีแต่เนื้อสัตว์ ท่านนำผักใส่ลงไปต้มในหม้อเดียวกัน แต่ท่านรับประทานเฉพาะผักเท่านั้น

ต่อมาถึงกาลสมควร ไปตั้งสถานธรรมที่อำเภอซีเจียง มณฑลกวางตุ้ง เผยแผ่พุทธธรรมดุจดังโคมไฟส่องแสงไปทั่ว โปรดสรรพสัตว์กว้างขวาง นับประมาณมิได้ ..." http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AE%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%87


แต่กรณีที่เมืองไทยเป็นกรณีอ้างตำรา

ทั้งที่พระพุทธองค์ไม่ได้ให้ยึดติดอะไร
แม้แต่นิพพานก็ไม่ให้ยึดติด
เท่าที่อ่านเจอในพระไตรปิฎก

และพระพุทธเจ้าได้ตรัสกับพระอานนท์ว่า
“ดูกรอานนท์ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา ถ้าสงฆ์ต้องการก็จงถอนสิกขาบทเล็กน้อยเสียบ้างก็ได้” (มหาปรินิพพานสูตร 10/141) พุทธดำรัสดังกล่าวไม่ชัดเจนเพียงพอ ทำให้เกิดมีปัญหาในการตีความ
แม้แต่สิกขาบทก็ยังมีผ่อนได้นิดหน่อย

จากที่ศึกษามาทั้งหมด ตัวแปรมันไม่ได้อยู่ตำรา
คนดีคนชั่วเอาตำราไปก็เป็นแบบที่คนเอาไปจริง
เหมือนความคิดด้านบนของคุณภูผาที่ได้กล่าว
แต่แม้เค้าคือพระฮุ้ยเหนิง ไม่ได้ยึดตำราแต่เค้าเป็นคนดีใจสะอาด
เน้นขัดเกลากิเลสทางใจโดยตรง ก็ได้เป็นปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ของจีน
ก็ไป
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 30 ม.ค. 12, 16:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

"แม้แต่พระพุทธเจ้าท่านก็บอกผู้ชี้หนทางให้เท่านั้น หาใช่ผู้บังคับให้ทุกสิ่งไปตามทางของพระองค์ไม่ จะแก้ไขผู้ไดก็ใช้วิธีเปลี่ยนความคิดโดยคำสอนของพระองค์ ไม่ได้มีวิธีการบังคับแต่อย่างได จุดหมายสูงสุดคือนำผู้นั้นไปสู่นิพพานคือการดับหรือสิ้นกิเลสนั่นเอง แต่ก็มิใช่นำไปได้ทั้งหมด เพราะความแตกต่างกันแห่งพื้นฐานทางความรู้ความคิด การไปสู่พระนิพพานก็ไม่ใช่ก้าวกระโดดไปในคราวเดียว แต่เป็นการก้าวไปตามวิถีที่ละชั้นที่ละก้าว" ชอบข้อความนี้ครับ q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ส่งข่าว
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 30 ม.ค. 12, 17:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เป็นคำสรุปความที่กินใจ q*078q*078q*078
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ส่งข่าว
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 30 ม.ค. 12, 19:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณทุกคน Bye Bye! q*039q*039
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม