หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เรื่องมันมัน...ที่ไม่ค่อยจะมัน !!!  (อ่าน 1677 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 05:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
เมื่อสองสามวันก่อน ได้เข้าไปคุยในกระทู้ "ขอบ่นคนที่รัก" ของท่านทองผา เรื่องพี่น้องเกษตรกรชาวปราจีนฯกำลังเดือดร้อนเรื่องราคามันสำปะหลัง เช่นเดียวกับที่ท่านทองผาเดือดร้อนเรื่องราคาลำไย มาวันนี้มีข่าวชาวไร่มันออกมาปิดถนนประท้วงราคามันกันอีกแล้ว (เป็นครั้งที่สาม)

อะไรก็ไม่ชอกช้ำหัวใจเท่ากับคำพูดที่เจ้าของลานมันหน้าเลือด มันพูดใส่หน้าว่า "ให้ได้แค่นี้ละ จะขายก็ขาย ไม่ขายก็เอากลับไปต้มกินเอง" แม้...มันพูดมาได้ อ้ายสำปะหลี !!!!!
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 06:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลิ้งค์ข่าวครับ http://www.thairath.co.th/content/region/241841

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 08:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เข้าใจว่าเรื่องพรรณนี้เป็นปัญหากับทุกรัฐบาล..แต่เมื่อเกิดขึ้นก็ควรเริ่มเอาใจใส่ได้แล้ว..กลัวจะเป็นแผลเน่าเสียก่อน..แล้วจะหาว่าหล่อไม่เตือน++!! q*073q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 08:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รู้ทั้งรู้..ว่าเกษตรกรบ้านเรานั้น.ได้ตกเป็นเบี้ยล่างของพ่อค้าคนกลางมานานนับ...

ใครมาเป็นรัฐบาลก็แก้ปัญหากันแบบไม่รู้จักจบ....

สังคมเสือนอนกินนั้น..มันสุด ๆ...

นี่คงต้องบอกว่า.เพราะบ้านเมืองมันไม่เป็นระบอบประชาธิปไตยนั่นเอง....

หากประชาชนสามารถยกร่างกฏหมายสูงสุดให้เป็นประชาธิปไตยได้มากเพียงใด...

กฏหมายลูกหรือเงื่อนไขของสังคมใด ๆ มันก็ย่อมจะเอื้อต่อการให้ประโยชน์ประชาชนคนส่วนใหญ่ได้เป็นธรรมมากเท่านั้น..

ทุกวันนี้..คนที่ร่ำรวย.ไม่ใช่เกษตรกร แต่เป็นพ่อค้าขายปุ๋ย ขายยาฆ่าแมลง และเจ้าของลานมัน เจ้าของโรงงานอาหารสัตว์ เจ้าของโรงสี และผู้ส่งออกข้าว...

เช่น ในวันนี้ราคาขาวสารเกรดดี ๆ ตก กก.ละ 30 กว่าบาท แต่ข้าวเปลือกตอนอยู่ในมือชาวนานั้นแสนถูก

นี่คือ สังคมแห่งการกดขี่....

ประเทศไทยถึงก้าวไปทางไหนไม่ได้...!!!!!!!!
q*033q*032q*031

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 10:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
นี่หล่ะที่ทักษิณต้องการให้รัฐบาลเป็นผู้รับซื้อเอง เพราะต้องการกำจัดพ่อค้าคนกลาง แต่มันก็มีปัญหาที่ยังไม่บูรณาการทั้งระบบ จึงต้องรอดูต่อไปว่ารัฐบาลจะทำได้แค่ไหน เพื่อประชาชนคนไทย ตอนนี้ทุกคนพร้อมให้กำลังใจในการกอบกู้ความสงบสุขให้ประเทศ พร้อมกันก็รอความหวังเรื่องราคาสินค้าเกษตรที่จะปรับตัวสูงขึ้น


ม็อบต่อต้านรัฐบาลโจร ปชป. เป็นล้านกลับสนับสนุน ม็อบแค่ปะติ๋ว ดันเอามาทำเป็นโวย คุ้ย......
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 11:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หอยทาก...ออกมาลากน้ำลาย กลบเกลื่อนความล้มเหลวของพรรค "ดีแต่โม้" ตลอดเลยนะ ทำไม่ได้ก็อย่าไปหลอกชาวบ้าน ให้ความหวังลมๆ แล้งๆ พอเขาออกมาทวงสัญญากลับทำท่าโมโหโทโส พาลพาโลตีขลุมออกนอกเรื่อง

นะฮะก็อีกคน ไม่ต้องท้าวความย้อนหลังไปเป็นร้อยปี ก็เมื่อตอนหาเสียงก่อนจะได้เข้ามาเป็นรัฐบาล ไปแหลชาวบ้านเอาไว้ไม่ใช่หรือ ข้าวตันละหมื่นห้า มันโลละสองบาทสามสลึงอ่ะ เอาเข้าจริง หุยยยย....ไม่เป็นตาซิแตกสักอย่างเลย...
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 16:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณมเหศักดิ์ ที่รัก

ผมอยากให้คุณลองมาเป็นรัฐมนตรีดูสักยกสองยก..

นักมวยชกต่อยบนเวทีกับพี่เลี้ยงหรือคนดูอยู่ล่างเวทีนั้น มันคนละสถานการณ์กัน...
พลตรีจำลอง ศรีเมือง สมัยยังเป็นข้าราชการประจำก็เคยมีความคิดว่า ทำไมพวกนักการเมืองมันถึงแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ดั่งใจ แล้วแกก็ตัดสินใจลงมาเล่นการเมืองแบบได้รับความนิยมจากคนกรุงเทพฯแบบท่วมท้น ในตำแหน่งผู้ว่ากทม.และต่อมาในปี 2536-38 ก็ได้ตำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลชวน 1 โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ
และต่อมาพลตรีจำลอง ศรีเมือง ก้ได้ยอมรับว่า คนทำงานการเมืองนั้น มันไม่ง่ายเลยที่จะแก้ปัญหาของคนไทยทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายให้ได้ผลแบบทันทีทันใด...

มาจนวันนี้พลตรี จำลอง ศรีเมือง ( อดีตขวัญใจของผม)อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้ว่าราบการกทม. ก็มาแปรสถานะกลายเป็นแกนนำแก้งการเมืองข้างถนน และต้องตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาแผ่นดินนับหลายสิบข้อหา.และต้อวงถูกฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายหลายร้อยล้านบาทจากการท่าฯ กรณีปิดสนามบินนานาชาติสุวรรณภุมิ.

พูดไปพูดมา..คุณเหมือนคนมีภาวะทางจิตไม่ปกติง่ะ..จะเอาอะไรก็จะให้ได้ดังใจ...ใครขัดใจไม่ได้ประเภทนั้น..

หากเป็นเช่นนี้..ผมว่าคนอย่างคุณ.หาความสงบสุขในจิตใจยากสุด ๆ...

หัดมองโลก แบบ360 องศาซะบ้างนะ..เสียแรงที่บินรอบโลกไปมาเปล่า ๆ.น่า..แต่ทัศนในการมองโลกของคุณ..โคตรเบบี้...ฮ่า...!!!!
!
q*073q*074q*033

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 16:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมสงสัยครับ ท่านทองผา

โดยปกติ กลุ่มเกษรกร มีการรวมกลุ่มกัน เพื่อที่จะช่วยเหลือ ในเรื่องลำใยแบบครบวงจรหรือเปล่า

เช่น ตั้งกลุ่ม ผู้ปลูกลำใย จว. ปราจีน และ มีการทำงานแบบเป็นระบบ ตั้งแต่ดูต้นทุน คัดแยก กำหนดราคา หาตลาด รวบรวมกองทุนช่วยเหลือ รวมถึงอื่น ๆ อีกมากมาย

หากกลุ่มเกษตรกร สามารถรวมกลุ่มกัน และ บูรณาการณ์ ได้เป็นแบบแผน ผมว่าสุดท้าย อาจจะทำในลักษณะ จ้าง ผู้ค้า(คนกลางในการขาย) เองก็ได้

เมื่อ เรารวมกลุ่มกันแล้ว เราก็จะมีกำลังต่อรอง มากกว่า ผู้ค้าคนกลางน่ะครับ

แล้วให้ รัฐบาลสนับสนุน มากกว่า ดีกว่าจะรอแต่พึงพาคนอื่นครับ ไม่งั้นปัญหาแบบนี้ก็จะเจอเดิม ๆ ทุกรัฐบาล อย่างที่ท่านทองผาว่ามาครับ

จริง ๆ ในใจผมคิดจะทำตั้งแต่ตอน อยู่ต่างจังหวัดแล้ว แต่ติดหลายอย่าง หากท่านทองผา ดูละคร เกี่ยวกับคนดี ๆ จะไปพัฒนา บ้านไร่ แล้วเจออุปสรรคหลายอย่าง ของคนในพื้นที่ อยากบอกว่า ปัญหาเดียวกัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 16:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอบ..คุณปิงปอง
การรวมกลุ่มเกษตรกรมีกันทุกจังหวัด..ครับ ก็มีทั้งเกษตรกร อบต.และพ่อค้าคนกลางนั้นแหละ!!....สวนผมมีลำไยเยอะราคาตกก็ยังมีเงินเหลือ สงสารแต่พวกมือใหม่หัดปลูกหรือเช่าสวนหวังรวยเต็มที่..เจอราคาแบบนี้คงต้องชีช้ำกันบ้างล่ะ!!..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 16:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตอบ..คุณปิงปอง
การรวมกลุ่มเกษตรกรมีกันทุกจังหวัด..ครับ ก็มีทั้งเกษตรกร อบต.และพ่อค้าคนกลางนั้นแหละ!!....สวนผมมีลำไยเยอะราคาตกก็ยังมีเงินเหลือ สงสารแต่พวกมือใหม่หัดปลูกหรือเช่าสวนหวังรวยเต็มที่..เจอราคาแบบนี้คงต้องชีช้ำกันบ้างล่ะ!!..

ดังนั้นผมมองว่า การปลูกอะไรสักอย่างไม่ว่าจะเป็นลำใย หรือ ปลูกอย่างอื่น ก็ถือเป็นการลงทุนถูกไหมครับ ท่านทองผา

ในกรณีมือใหม่ ก็ควรได้เข้ากลุ่มก่อน และ ควรศึกษา ถึงลำใยรอบด้านหรือเปล่า

ในกรณีนี้ ผมมองไปถึง การปลุกไร่ นา สวนผสม ที่มีการ Rotation ในผลผลิตต่าง ๆ

และ มันก็แปล ว่าปัญหา ของพ่อค้าคนกลางนี้ น้อยลงแล้วใช่ไหมครับ การที่ลำใย ราคาถูก อาจจะมาจากปัญหา สินค้าล้นตลาด มากกว่า ที่จะบอกว่า ถูกกดราคา
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 17:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ดังนั้นผมมองว่า การปลูกอะไรสักอย่างไม่ว่าจะเป็นลำใย หรือ ปลูกอย่างอื่น ก็ถือเป็นการลงทุนถูกไหมครับ ท่านทองผา

ในกรณีมือใหม่ ก็ควรได้เข้ากลุ่มก่อน และ ควรศึกษา ถึงลำใยรอบด้านหรือเปล่า

ในกรณีนี้ ผมมองไปถึง การปลุกไร่ นา สวนผสม ที่มีการ Rotation ในผลผลิตต่าง ๆ

และ มันก็แปล ว่าปัญหา ของพ่อค้าคนกลางนี้ น้อยลงแล้วใช่ไหมครับ การที่ลำใย ราคาถูก อาจจะมาจากปัญหา สินค้าล้นตลาด มากกว่า ที่จะบอกว่า ถูกกดราคา
กรณีราคาลำไยผมประมาณว่า พ่อค้าทางประเทศจีนเป็นกำหนดราคาครับเพียงแต่ข้อมูลคงมาจากพ่อค้าไทยเสียมากกว่า..คงเข้าตำราปริมาณสินค้ามาก-น้อย นั้นแหละครับ
สวนของผมปีนี้พอไหวเพราะเราผลิตลำไยที่มีคุณภาพนะครับ..จึงได้ราคาสูงกว่าราคาปรกติ..!!
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 17:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
กรณีราคาลำไยผมประมาณว่า พ่อค้าทางประเทศจีนเป็นกำหนดราคาครับเพียงแต่ข้อมูลคงมาจากพ่อค้าไทยเสียมากกว่า..คงเข้าตำราปริมาณสินค้ามาก-น้อย นั้นแหละครับ
สวนของผมปีนี้พอไหวเพราะเราผลิตลำไยที่มีคุณภาพนะครับ..จึงได้ราคาสูงกว่าราคาปรกติ..!!


แปลว่าข้อมูลจำนวนสินค้า มากหรือน้อยนั้น ทางพ่อค้าคนกลางเป็นคนรวบรวมข้อมูล สิน่ะครับ แปลว่าสุดท้าย ตัวแปรที่แท้จริง ก็คือ จำนวนสินค้า และ คุณภาพของสินค้า

ดังนั้นหาก เกษตรกร สามารถ ปลูก สินค้าได้ เกรดA ในจำนวนมาก ก็พอช่วยได้สิ

ดังนั้นปัญหา เรื่องราคานี้ การให้ความรู้ความสามารถ ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งในการแก้ไขสิน่ะครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 18:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แปลว่าข้อมูลจำนวนสินค้า มากหรือน้อยนั้น ทางพ่อค้าคนกลางเป็นคนรวบรวมข้อมูล สิน่ะครับ แปลว่าสุดท้าย ตัวแปรที่แท้จริง ก็คือ จำนวนสินค้า และ คุณภาพของสินค้า

ดังนั้นหาก เกษตรกร สามารถ ปลูก สินค้าได้ เกรดA ในจำนวนมาก ก็พอช่วยได้สิ

ดังนั้นปัญหา เรื่องราคานี้ การให้ความรู้ความสามารถ ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งในการแก้ไขสิน่ะครับ
ครับประมาณนั้นแหละ..!! สิ่งสำคัญของการแข่งขันคือ..คุณภาพของสินค้าดีปริมาณเยอะๆโดยต้นทุนต่ำอย่างมีแบบแผนครับ!!
..นักวิชาการหลายท่านที่เข้าไปให้ความรู้แต่ไม่รู้ข้อมูลต้นทุนตลาด..หรือเอาชีวภาพเข้าไปแทนแต่คุณภาพต่ำและมีปัญหาเรื่องโรคพืชแทน..ก็เท่านั้น..แหละ สิ้นเปลืองเงินหลวงเปล่าประโยชน์!!
q*070q*070
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 18:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ครับประมาณนั้นแหละ..!! สิ่งสำคัญของการแข่งขันคือ..คุณภาพของสินค้าดีปริมาณเยอะๆโดยต้นทุนต่ำอย่างมีแบบแผนครับ!!
..นักวิชาการหลายท่านที่เข้าไปให้ความรู้แต่ไม่รู้ข้อมูลต้นทุนตลาด..หรือเอาชีวภาพเข้าไปแทนแต่คุณภาพต่ำและมีปัญหาเรื่องโรคพืชแทน..ก็เท่านั้น..แหละ สิ้นเปลืองเงินหลวงเปล่าประโยชน์!!
q*070q*070

ขอบคุณ ท่านทองผา สำหรับข้อมูลครับ

ขอถามเพิ่มเติมครับ

ดังนั้นรัฐ ควรจะแก้ไขปัญหา เรื่อง พืชผล ให้เป็นรูปธรรม และ หยั่งยืน อย่างไรครับ

หรือ ว่าการศึกษาหาความรู้ และ บริหารจัดการด้วยตัวเอง เป็นหนทางที่ดีที่สุดครับ

เพราะผมมองแล้วจากที่เราคุย ๆ กันมา ปัญหาไม่ได้เกิดจากการผูกขาด ในขณะเดียวกัน ตลาดค่อนข้างมีความเสรี และ ยืดหยุ่น ตามกลไกตลาด ปริมาณ สินค้า และ อื่น ๆ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 19:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณ ท่านทองผา สำหรับข้อมูลครับ

ขอถามเพิ่มเติมครับ

ดังนั้นรัฐ ควรจะแก้ไขปัญหา เรื่อง พืชผล ให้เป็นรูปธรรม และ หยั่งยืน อย่างไรครับ

หรือ ว่าการศึกษาหาความรู้ และ บริหารจัดการด้วยตัวเอง เป็นหนทางที่ดีที่สุดครับ

เพราะผมมองแล้วจากที่เราคุย ๆ กันมา ปัญหาไม่ได้เกิดจากการผูกขาด ในขณะเดียวกัน ตลาดค่อนข้างมีความเสรี และ ยืดหยุ่น ตามกลไกตลาด ปริมาณ สินค้า และ อื่น ๆ
แหม++!!..ทองผาแค่ชาวสวนกิีกกีอกนะครับ..!!จะให้ว่าถึงกลไกตลาดเลยรึ!!@@!!
เป็นอันว่า รัฐช่วยหนุนเรื่องน้ำเพื่อการเกษตร แทรกแซงราคาปุ๋ยอย่าให้สูงเกินเหตุ..หมั่นหาตลาดต่างประเทศเพื่อรองรับปริมาณผลผลิต..แค่นี้ก็พอไหวมั้ง..!!แล้วราคาขายจะเป็นตัวกำหนดต้นทุนโดยธรรมชาติล่ะก๊า..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 20:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณมเหศักดิ์ ที่รัก

ผมอยากให้คุณลองมาเป็นรัฐมนตรีดูสักยกสองยก..

นักมวยชกต่อยบนเวทีกับพี่เลี้ยงหรือคนดูอยู่ล่างเวทีนั้น มันคนละสถานการณ์กัน...
พลตรีจำลอง ศรีเมือง สมัยยังเป็นข้าราชการประจำก็เคยมีความคิดว่า ทำไมพวกนักการเมืองมันถึงแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ดั่งใจ แล้วแกก็ตัดสินใจลงมาเล่นการเมืองแบบได้รับความนิยมจากคนกรุงเทพฯแบบท่วมท้น ในตำแหน่งผู้ว่ากทม.และต่อมาในปี 2536-38 ก็ได้ตำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลชวน 1 โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ
และต่อมาพลตรีจำลอง ศรีเมือง ก้ได้ยอมรับว่า คนทำงานการเมืองนั้น มันไม่ง่ายเลยที่จะแก้ปัญหาของคนไทยทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายให้ได้ผลแบบทันทีทันใด...

มาจนวันนี้พลตรี จำลอง ศรีเมือง ( อดีตขวัญใจของผม)อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้ว่าราบการกทม. ก็มาแปรสถานะกลายเป็นแกนนำแก้งการเมืองข้างถนน และต้องตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาแผ่นดินนับหลายสิบข้อหา.และต้อวงถูกฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายหลายร้อยล้านบาทจากการท่าฯ กรณีปิดสนามบินนานาชาติสุวรรณภุมิ.

พูดไปพูดมา..คุณเหมือนคนมีภาวะทางจิตไม่ปกติง่ะ..จะเอาอะไรก็จะให้ได้ดังใจ...ใครขัดใจไม่ได้ประเภทนั้น..

หากเป็นเช่นนี้..ผมว่าคนอย่างคุณ.หาความสงบสุขในจิตใจยากสุด ๆ...

หัดมองโลก แบบ360 องศาซะบ้างนะ..เสียแรงที่บินรอบโลกไปมาเปล่า ๆ.น่า..แต่ทัศนในการมองโลกของคุณ..โคตรเบบี้...ฮ่า...!!!!
!
q*073q*074q*033
ท่านคิดเหมือนผมเลย.ท่านนะฮะ

แนะนำใครไม่แนะนำมาแนะนำท่านมเหสี..ไม่ได้ผลหรอกท่าน นะฮะ.

แก่รุ่นนี้แล้วไม่ยอมจนกระดานง่ายๆหรอก เลี่ยงไปเลื่อย.

บางครั้งการได้สัมพัสตัวหนังสือก็อ่านออกถึง ไอคิว และ อีคิว คนๆนั้นได้เลยน่ะ.


อย่างเช่น: กระทู้คนไทยอดอยากไม่มีจะกิน จนต้องโขมยปลาทูทอดที่ถูกตำรวจจับได้และขยายผลไปที่บ้านเจอทรัพย์สินของกลางบ้านอื่นๆอีกเพี๊ยบ แต่ท่านมเหสีแสดงความคิดเห็นว่า แรงจูงใจมาจากการอดข้าวเจตนาเข้าไปโขมยปลาทูกินเพราะหิว ส่วนทรัพสิ้นอื่นๆเป็นผลพลอยได้..ผมละ..ฮากลิ้งเลยที่เดี่ยว คนระดับอินเตอร์ ช่างคิดแบบคนธรรมดา คิดไม่ได้จริงๆครับ ต้องท่าน..มเหสีเท่านั้น. cocococococo
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 20:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แหม++!!..ทองผาแค่ชาวสวนกิีกกีอกนะครับ..!!จะให้ว่าถึงกลไกตลาดเลยรึ!!@@!!
เป็นอันว่า รัฐช่วยหนุนเรื่องน้ำเพื่อการเกษตร แทรกแซงราคาปุ๋ยอย่าให้สูงเกินเหตุ..หมั่นหาตลาดต่างประเทศเพื่อรองรับปริมาณผลผลิต..แค่นี้ก็พอไหวมั้ง..!!แล้วราคาขายจะเป็นตัวกำหนดต้นทุนโดยธรรมชาติล่ะก๊า..


แหม มันก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ผมก็พูดไป 555
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 20:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ท่านคิดเหมือนผมเลย.ท่านนะฮะ

แนะนำใครไม่แนะนำมาแนะนำท่านมเหสี..ไม่ได้ผลหรอกท่าน นะฮะ.

แก่รุ่นนี้แล้วไม่ยอมจนกระดานง่ายๆหรอก เลี่ยงไปเลื่อย.

บางครั้งการได้สัมพัสตัวหนังสือก็อ่านออกถึง ไอคิว และ อีคิว คนๆนั้นได้เลยน่ะ.


อย่างเช่น: กระทู้คนไทยอดอยากไม่มีจะกิน จนต้องโขมยปลาทูทอดที่ถูกตำรวจจับได้และขยายผลไปที่บ้านเจอทรัพย์สินของกลางบ้านอื่นๆอีกเพี๊ยบ แต่ท่านมเหสีแสดงความคิดเห็นว่า แรงจูงใจมาจากการอดข้าวเจตนาเข้าไปโขมยปลาทูกินเพราะหิว ส่วนทรัพสิ้นอื่นๆเป็นผลพลอยได้..ผมละ..ฮากลิ้งเลยที่เดี่ยว คนระดับอินเตอร์ ช่างคิดแบบคนธรรมดา คิดไม่ได้จริงๆครับ ต้องท่าน..มเหสีเท่านั้น. cocococococo

ผมว่าเรามาคุยกันแบบ ท่านทองผา กับ ผมคุยกันดีไหมครับ

ไม่ต้องการเอาชนะกัน แต่พูดคุยถึงปัญหา ที่แท้จริง และ วิธีแก้ปัญหากัน

ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถ นำมันไปปฏิบัติได้ แต่มันก็ดีกว่า เราจะมาทะเลาะกันอย่างนี้ จริงไหมครับ

หรือ บางทีท่านทองผา อาจจะนำความคิดดี ๆ ของพวกเราไปประยุกต์ใช้ก็ได้จริงม่ะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 21:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ปล่อยเขาเถอะครับ คุณหนูปิงฯ อาจเป็นความผิดของลุงเองก็ได้ ที่เป็นคนตรงเกินไปตามสไตล์คนบ้านนอก ไม่ชอบพูดจาอ้อมค้อม บางครั้ง อาจไปกระเทือนซางคนอ่านคนฟัง ที่ตกเป็นเป้าหมายโดยที่ลุงเองก็ไม่ได้ตั้งใจ
คิดๆ ก็น่าสงสารครับ คนพวกนี้ไม่ต่างอะไรจากคนสีผิวในอเมริกา ที่มีความรู้สึกฝังใจว่าตกเป็นเบี้ยล่างของสังคมอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่ยอมยกฐานะตัวเองให้เท่าเทียมกับคนอื่นๆ เพลิดเพลินอยู่กับความมีปมด้อย-ถูกกดดัน เพื่อใช้เป็นข้ออ้าง-เหตุผลสำหรับพฤติการณ์ก้าวร้าวของตนเอง


พิจารณากันเองตามภาพที่ปรากฏ ใครกันแน่ที่มีอาการ "น่าเป็นห่วง"
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 22:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมว่าเรามาคุยกันแบบ ท่านทองผา กับ ผมคุยกันดีไหมครับ

ไม่ต้องการเอาชนะกัน แต่พูดคุยถึงปัญหา ที่แท้จริง และ วิธีแก้ปัญหากัน

ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถ นำมันไปปฏิบัติได้ แต่มันก็ดีกว่า เราจะมาทะเลาะกันอย่างนี้ จริงไหมครับ

หรือ บางทีท่านทองผา อาจจะนำความคิดดี ๆ ของพวกเราไปประยุกต์ใช้ก็ได้จริงม่ะ

q*071q*071q*071
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 23:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีค่ะคุณTongpah เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรแล้วรู้สึกเห็นใจมากค่ะ เลยลองหาข้อมูลส่งออกไทย-จีน

ปัญหาและอุปสรรค เมื่อค้าขายกับจีน

ในแง่ของปัญหาและอุปสรรคด้านการค้าขายกับประเทศสาธารณรัฐประชาจีนนั้น มีข้อต้องพิจารณาหลายประการ คือ

1.มาตรการทางด้านการค้าที่มิใช่ภาษี โดยในการนำเข้าผลไม้มีข้อกำหนด ดังนี้

- มีใบรับรองโรคพืชและแมลง และต้องผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ของรัฐด้านสุขอนามัยพืช ณ ด่านกักกันพืช ที่ท่าอากาศยาน และท่าเรือ เช่น ในการนำเข้าลำไยกำหนดให้ หากสุ่มตรวจพบโรคและแมลงต้องนำไปรมควันด้วย Methyl Bromide ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น รวมทั้งต้องมีใบรับรองตรวจสอบสารตกค้าง จากกรมวิชาการเกษตร ไม่ให้มีสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างที่เนื้อลำไยเกินกว่า 300 ppm และไม่มีสารตกค้างเมทามิโดฟอส


2.ระเบียบการนำเข้าและส่งออกผลไม้ MOFTEC (Ministry of Foreign Trade and Economic Cooperation) กำหนดให้ผู้นำเข้าและส่งออกได้จะต้องเป็นผู้ที่มีใบรับรองอนุญาต (License) สำหรับบริษัทธุรกิจจีนที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองชายฝั่งทะเล ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านหยวน จึงจะสามารถขออนุญาตประกอบการนำเข้า-ส่งออกได้

สำหรับบริษัทธุรกิจที่อยู่ในเมืองอื่น ๆ ทุนจดทะเบียนจะลดลงเหลือเพียงไม่ต่ำกว่า 3 ล้านหยวน ของแต่ละมณฑล ซึ่งในการขออนุญาตนำเข้าผลไม้ไทยจะนำเข้าและจำหน่ายได้จะต้องผ่านผู้ได้รับอนุญาตดังกล่าว

3.การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มภายในประเทศจีน แม้อัตราภาษีนำเข้าจะลดเหลือศูนย์ก็ตาม แต่จีนยังมีการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้นำเข้า ร้อยละ 13 สำหรับผลไม้สด และร้อยละ 17 สำหรับผลไม้แปรรูป ทำให้ผู้นำเข้าผลักภาระไปให้พ่อค้าขายส่ง ขายปลีก ส่งผลให้ราคาผลไม้ของไทยสูงกว่าผลไม้ที่ผลิตในจีน

4.คุณภาพมาตรฐานของผลผลิตของไทย ผลผลิตสินค้าเกษตรของไทยยังไม่ได้มาตรฐานการส่งออกและมีปัญหาสารตกค้าง เนื่องจากยังมีเกษตรกรไม่ปฏิบัติตามวิธีการเกษตรดีที่เหมาะสม (Good Agriculture Practice : GAP) ทำให้สินค้ายังคงมีปัญหาสารตกค้าง ได้แก่ ผัก ผลไม้ (ลำไย ทุเรียน)

5.การกำหนดมาตรฐานสินค้าส่งออก ยังมีปัญหาใหญ่ 2 ประการ คือ

- มาตรฐานคุณภาพสินค้าของไทยบางส่วนยังไม่มีการกำหนดคุณภาพ และที่มีการกำหนดไปแล้วก็ยังไม่มีการนำไปใช้ในทางปฏิบัติ รวมทั้งการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าส่งออกยังขาดประสิทธิภาพ เนื่องจากขาดห้องปฏิบัติการและอุปกรณ์ตรวจสอบ และเจ้าหน้าที่ชำนาญเฉพาะทางวิทยาศาสตร์ด้านพืช

- ขาดความร่วมมือในการกำหนดมาตรฐานสินค้าส่งออกของทั้ง 2 ประเทศ ให้เป็นที่ยอมรับซึ่งกันและกัน

6.แหล่งรวบรวมและกระจายสินค้าของไทย ปัจจุบันยังขาดผู้ขายส่งสินค้า (Distributors) ของไทยในตลาดจีน ที่ทำหน้าที่เป็นผู้รวบรวมสินค้าที่นำเข้าจากไทยและกระจายสินค้าของไทยไปยังตลาดในมณฑลต่าง ๆ ในจีน

7.เส้นทางและระวางขนส่งสินค้า ในส่วนที่ยังเป็นปัญหาประกอบด้วย

- เส้นทางการขนส่งหลักจากไทยไปจีนยังเป็นการขนส่งทางเรือ ซึ่งต้องผ่านฮ่องกงก่อนเข้าสู่จีน ไปยังเมืองท่าหลัก ๆ คือ กวางโจ และเซินเจิน ก่อนกระจายสู่มณฑลต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่ใช้การขนส่งทางบก โดยรถยนต์บรรทุกธรรมดา ขณะที่เส้นทางยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ทำให้เกิดความล่าช้า และคุณภาพของผลไม้ด้อยลงเมื่อถึงปลายทาง รวมทั้งไม่สามารถขนส่งในระยะทางไกล ๆ ได้

- ค่าระวางขนส่งค่อนข้างแพงและขาดแคลน โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องการส่งออกมาก ๆ

- ขาดเรือพาณิชย์ที่เป็นของไทยในการขนส่งสินค้าเส้นทางแม่น้ำโขง ซึ่งปัจจุบันต้องพึ่งพาเรือพาณิชย์ของจีนเกือบทั้งหมด

แปด การบริหารจัดการธุรกิจในจีน ปัจจุบันขาดศูนย์กลางข้อมูลทางด้านธุรกิจการค้าเชิงลึกของจีนทั้งด้านกฎหมาย ระเบียบ และวัฒนธรรมการค้าของจีนที่จะเชื่อมโยงให้กับผู้ส่งออกของไทยใช้ในการตัดสินใจลงทุน รวมทั้งปัญหาการเจรจาทางการค้าที่ยังใช้ภาษาจีนเป็นหลัก


ปัญหาเยอะมากค่ะ หากรัฐบาลจะแก้ไขคิดว่าต้องใช้เวลานานแน่เลยค่ะ อย่างไรก็ขอเอาใจช่วยพี่น้องชาวเกษตรกรค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 1 มี.ค. 12, 06:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รัฐบาลน่าจะนำเข้าปุ๋ยมาขายให้ชาวไร่ชาวนาในราคาถูก ผมว่าคงช่วยได้ พ่อค้ารายใหญ่ชอบอ้างต้นทุนการผลิต ถ้ารัฐนำเข้าเองคงดี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 1 มี.ค. 12, 08:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณครับ.!คุณbanshee.++!!หลายข้อมูลที่ให้มาก็เคยผ่านตาบ้างแต่บางอย่างที่จำเป็น..ก็ได้รู้จากคุณนี่แหละ!!
แค่รัฐมาช่วยเรื่องราคาและตลาด ส่วนการผลิตอยากจะได้คุณภาพแบบไหนเวลาใด..บอกเกษตรกรทองผาได้เลยครับ!! q*021q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 1 มี.ค. 12, 08:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ปล่อยเขาเถอะครับ คุณหนูปิงฯ อาจเป็นความผิดของลุงเองก็ได้ ที่เป็นคนตรงเกินไปตามสไตล์คนบ้านนอก ไม่ชอบพูดจาอ้อมค้อม บางครั้ง อาจไปกระเทือนซางคนอ่านคนฟัง ที่ตกเป็นเป้าหมายโดยที่ลุงเองก็ไม่ได้ตั้งใจ
คิดๆ ก็น่าสงสารครับ คนพวกนี้ไม่ต่างอะไรจากคนสีผิวในอเมริกา ที่มีความรู้สึกฝังใจว่าตกเป็นเบี้ยล่างของสังคมอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่ยอมยกฐานะตัวเองให้เท่าเทียมกับคนอื่นๆ เพลิดเพลินอยู่กับความมีปมด้อย-ถูกกดดัน เพื่อใช้เป็นข้ออ้าง-เหตุผลสำหรับพฤติการณ์ก้าวร้าวของตนเอง


พิจารณากันเองตามภาพที่ปรากฏ ใครกันแน่ที่มีอาการ "น่าเป็นห่วง"
ผมว่า..ท่านพ่อกำนันมเหฯคงปกครองลูกน้องทะโมนมาเยอะนะ!!..แต่ผมว่าสิ่งที่ท่านเสนอออกมามิใช่แบบแผนคนตรงสไตล์คนบ้านอก..แต่เป็นเฒ่าขี้โมโหที่เก็บอาการมากกว่า!!..ขออภัยนะครับหากเข้าใจผิด q*070q*070
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 1 มี.ค. 12, 09:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ไม่เป็นไรครับท่านทองผา วิจารณ์กันได้ ผมก็ไม่ใช่ว่าดิบดีมาจากไหน แค่ปุถุชนคนทำมาหากินธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น ไม่ชอบเก็บอะไรไว้ในใจให้เป็นความกดดันแก่ตนเอง ชอบการเดินทาง เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากผู้คนในหลายๆ ประเทศในทุกภูมิภาคของโลก ชอบเล่นกอล์ฟ ซึ่งเป็นกีฬาที่มีกติกามากแต่ไม่มีกรรมการ ฉนั้นจึงเป็นคนที่เคารพตนเองได้ในด้านความซื่อตรง ความผูกพัน ห่วงใยถิ่นกำเนิดคือแรงบันดาลใจให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกบอร์ดสนุกครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 1 มี.ค. 12, 11:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เซ็งคนแก่คุยกัน น้อยใจกันไป น้อยใจกันมา 555

แซวเล่นครับ ขำ ขำ ยังไงผมผู้น้อย ก็เคารพ เสมอน่ะครับ

ขอบคุณข้อมูล คุณbansheesaba ครับ เป็นประโยชน์มากครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 1 มี.ค. 12, 12:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
รัฐบาลน่าจะนำเข้าปุ๋ยมาขายให้ชาวไร่ชาวนาในราคาถูก ผมว่าคงช่วยได้ พ่อค้ารายใหญ่ชอบอ้างต้นทุนการผลิต ถ้ารัฐนำเข้าเองคงดี

ผมว่าตรงจุดนี้ไม่น่าตอบโจทย์ ของปัญหาทั้งหมดน่ะครับ

ผมเข้าใจว่า ปุ๋ย ก็ยังคงมีหลาย คุณภาพ หลายราคา และมีส่วนผสมหลายอย่าง และ ปุ๋ยหลายชนิด รวมถึง สามารถทำปุ๋ยขึ้นมาใช้เองได้

ดังนั้น ผมคิดว่า ถ้าใช้ปุ๋ยแพง ก็ต้องมีคุณภาพ ดังนั้น ผลผลิตก็ต้องมีคุณภาพตามมา ขายได้ราคากว่า อย่างที ท่านทองผา กล่าวมา รวมถึง ข้อมูลของคุณbansheesaba ด้วยครับ

แล้วถ้ารัฐนำเข้ามา ผมก็กลัวว่าจะมีการผูกขาด ด้วยซ้ำไป
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
zole
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 3 มี.ค. 12, 21:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปัญหามีมากมายให้แก้ไข ไม่แก้ จะแก้แต่รัฐธรรมนูญ
อิดหนาระอาใจจริงๆ ได้คุณพวกนี้เป็นเสนาบดี เวรกรรมไทยแลนด์
แต่ก็ต้องทนตามกติกา พอเห็นว่าต้องทนตามกติกาเลยได้ใจ
ฟ้าดินคงมาจัดการอีกเช่นเคย เล่นงานประชาชนตามระเบียบโทษฐานที่เป็นผู้เลือกตามกติกาประชาธิปไตย จะดีใจหรือเสียใจดี
จะต้องหมดตัว สูญเสีย เสียสุขภาพ กับอาเพศธรรมชาติกี่ครั้ง ก็ต้องทน
เพราะเสียงส่วนใหญ่กำหนดมา
จะปิดสักร้อยถนน ก็ไม่เป็นไรยืนได้อย่างองอาจด้วยเสียงส่วนใหญ่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 6 มี.ค. 12, 09:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอบ #18 เมื่อ: 29 ก.พ. 12, 21:46 น
แก้ไข แก้ไข แก้ไข ลบทิ้ง ลบทิ้ง ลบทิ้ง แยกกระทู้ แยกกระทู้บล็อคบล็อค


ปล่อยเขาเถอะครับ คุณหนูปิงฯ อาจเป็นความผิดของลุงเองก็ได้ ที่เป็นคนตรงเกินไปตามสไตล์คนบ้านนอก ไม่ชอบพูดจาอ้อมค้อม บางครั้ง อาจไปกระเทือนซางคนอ่านคนฟัง ที่ตกเป็นเป้าหมายโดยที่ลุงเองก็ไม่ได้ตั้งใจ
คิดๆ ก็น่าสงสารครับ คนพวกนี้ไม่ต่างอะไรจากคนสีผิวในอเมริกา ที่มีความรู้สึกฝังใจว่าตกเป็นเบี้ยล่างของสังคมอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่ยอมยกฐานะตัวเองให้เท่าเทียมกับคนอื่นๆ เพลิดเพลินอยู่กับความมีปมด้อย-ถูกกดดัน เพื่อใช้เป็นข้ออ้าง-เหตุผลสำหรับพฤติการณ์ก้าวร้าวของตนเอง พิจารณากันเองตามภาพที่ปรากฏ ใครกันแน่ที่มีอาการ "น่าเป็นห่วง"
พูดได้ดีครับผม ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าอะไรทำให้คนเรายอมดูถูกตัวเองว่าเป็นไพร่ แค่ฐานะด้อยกว่าแค่เป็นชาวนาชาวไร่ แค่ไม่ได้เรียนสูงๆ ถึงกับเป็นไพร่เลยเหรอ เอาแต่โทษโน่นโทษนี่รอแต่ให้คนอื่นช่วย ดูถูกแม้กระทั้งชีวิตตัวเอง ถ้าคิดได้แค่นี้ ประชาธิปไตย์ไม่ได้ช่วยให้สูงกว่าไพร่หรอกน่ะ...ขอคารวะด้วยสุราไผ่เขียวครับท่านมเหศักดิ์
แจ้งลบความคิดเห็นนี้ บันทึกการเข้า

Tags: เรื่อง, ที่
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  เรื่อง ที่ 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม