หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ไม่น่าจะใช่ นี่หรือบริษัทที่ดูแลแท็ปเล็ตเด็กๆ...???  (อ่าน 310 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 15 ส.ค. 12, 22:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ไม่น่าจะใช่ นี่หรือบริษัทที่ดูแลแท็ปเล็ตเด็กๆ...???

q*021q*096q*021

บุญยอด แฉ บ.เสิ่นเจิ้นในไทยสุดอนาถา ไร้โทรศัพท์ติดต่อ แถมศูนย์ซ่อมบริการมีแค่ หนุ่มจีน กับเครื่องมือ 1 ชุด เชื่อทำตามสัญญาจัดศูนย์บริการ 30 แห่งทั่วประเทศไม่ได้

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการงบประมาณ กล่าวว่า ได้ตรวจสอบสัญญาที่กระทรวงไอซีทีทำกับบริษัทเสิ่นเจิ้นสโคป พบว่าในสัญญาที่มีการลงนามครั้งแรกมีกำหนดส่งเครื่องแท็บเล็ตเด็กป.1 จำนวน 4 แสนเครื่อง โดยจะต้องจัดให้มีศูนย์ซ่อมบำรุง 30 จุดให้ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ ภายในเวลา 6 เดือน และศูนย์บริการดังกล่าวจะต้องให้บริการ 24 ชั่วโมง เมื่อมีการส่งซ่อมจะต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 5 วันทำการ แต่เมื่อไปตรวจสอบออฟฟิศของบริษัทตัวแทนในประเทศไทยแห่งแรกของเสิ่นเจิ้นสโคป พบว่ามีการเช่าพื้นที่ชั้น 8 ของอาคารทีีซีซี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตหลักสี่เยื้องกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต เมื่อทีมงานของตนเข้าไปตรวจสอบพบว่าไม่มีความพร้อมใด ๆ ทั้งสิ้น แม้แต่ป้ายชื่อบริษัทก็ยังไม่ได้ติดตั้ง โดยในสำนักงานเป็นห้องโล่งมีอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานที่จำเป็น เช่น โต๊ะ เก้าอี้ และเครื่องมือซ่อมแท็บเล็ต เพียง 1 ชุด นอกนั้นเป็นกล่องใส่เอกสารประชาสัมพันธ์แท็บเล็ตของบริษัทเสิ่นเจิ้น โดยที่สำนักงานดังกล่าวมีหนุ่มชาวจีนอายุ 24 ปี พูดไทยและอังกฤษไม่ได้ ซึ่งเพิ่งจะเดินทางมาถึงเมืองไทยเฝ้าออฟฟิศอยู่เพียงรายเดียว ที่สำคัญคือสำนักงานดังกล่าวยังไม่มีแม้กระทั่งโทรศัพท์ที่จะติดต่อ

“ทีมงานได้สอบถามกับหนุ่มจีนรายดังกล่าวได้รับคำอธิบายว่าเป็นหัวหน้าฝ่ายซ่อมและสำนักงานนี้จะมีพนักงานรวม 4 คน ส่วนช่างซ่อมที่จะมาเพิ่มเติมนั้นยังไม่ทราบว่าจะเดินทางมาถึงเมื่อไหร่ และในขณะนี้มีอุปกรณ์สำหรับการซ่อมแซมเพียง 1 ชุดเท่านั้น ผมตั้งคำถามว่า บริษัทที่ประมูลงานของรัฐมูลค่าถึง 2,460 ล้านบาท แต่กลับไม่มีความพร้อมที่จะดูแลซ่อมบำรุงได้ตามที่สัญญาระบุ” นายบุญยอดกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริษัทเสิ่นเจิ้นได้ส่งมอบแท็บเล็ตให้กับกระทรวงไอซีทีแล้วจำนวน 59,000 เครื่อง จาก 4 แสนเครื่อง โดยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2555 มีการกระจายไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ใน 8 จังหวัด 20 เขตพื้นที่การศึกษา คือ กระบี่ กทม. กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี และฉะเชิงเทรา แล้ว 55,000 เครื่อง ในขณะที่ศูนย์บริการซ่อมบำรุงกลับขาดความพร้อมโดยสิ้นเชิง ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคตว่าจะหาศูนย์ซ่อมไม่ได้เมื่อเครื่องแท็บเล็ตเกิดเสียหรือใช้งานไม่ได้ โดยล่าสุดบริษัทเสิ่นเจิ้น พยายามที่จะจับมือกับบริษัทเอเซอร์เพื่อให้เป็นตัวแทนในการซ่อมแท็บเล็ต แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ และยังไม่มีความชัดเจนว่าบริษัทเสิ่นเจิ้นจะจัดตั้งศูนย์บริการซ่อมบำรุงได้ครบ 30 แห่งทั่วประเทศตามที่ระบุไว้ในสัญญาหรือไม่ อย่างไรก็ตามไอซีทียังได้ลงนามซื้อแท็บเล็ตล็อตสองจากบริษัทเสิ่นเจิ้นอีก 403,941 เครื่องแล้วตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา วงเงิน 1,054 ล้านบาท

ที่มา : http://www.facebook.com/SaiTrongPhakSanam



q*021q*096q*021



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 16 ส.ค. 12, 09:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แหม บล๊อคเดียวกันยังกะแกะเลยนะ
เหมือนของ ศิริโชค โส....เป๊ะเลย!!!!
น่าจะรอผลงาน อีกสัก 2 เดือนก็รู้ผลแล้ว
ว่ามันเป็นไปตามโปรแกรมที่กำหนดกันไว้หรือไม่?
จะใจร้อนไปใย...เอาไปเล่นในสภาเลย...
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
4ss
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 16 ส.ค. 12, 11:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สงสัยช่างน้ำท่วมบ้านมาไม่ได้ต้องรอไปก่อน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 16 ส.ค. 12, 12:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมเชื่อมือรัฐบาลนี้ครับ

โดยเฉพาะนายกฯ เคยขายมือถือมาก่อน เรื่องง่ายๆ แค่นี้คงไม่ปล่อยให้พลาดได้ง่ายๆ แน่นอน

ข้อมูลจากสายล่อฟ้า ต้องกลั่น และกรองให้ดีครับ ไม่งั้นจะถูกหลอกเอาได้ง่ายๆ

http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3632769

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 16 ส.ค. 12, 20:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เคยซื้อมือถือจากฝั่งลาวมาใช้ ของจีนเนี่ยแหละ ราคา 1000 - 1500 ใช้ไม่เกินปีพัง พอเอาไปซ่อมช่างในไทยบอกไม่มีอะไหล่ บางทียังใช้ถึงอาทิตย์ก็พังต้องเอาไปขว้างทิ้ง คุณภาพต่ำมาก สัณนิษฐานไว้ได้เลยว่าแท็บเล็ต สองล็อตนี้จะเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 16 ส.ค. 12, 21:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แหม บล๊อคเดียวกันยังกะแกะเลยนะ
เหมือนของ ศิริโชค โส....เป๊ะเลย!!!!
น่าจะรอผลงาน อีกสัก 2 เดือนก็รู้ผลแล้ว
ว่ามันเป็นไปตามโปรแกรมที่กำหนดกันไว้หรือไม่?
จะใจร้อนไปใย...เอาไปเล่นในสภาเลย...


ผมเชื่อมือรัฐบาลนี้ครับ

โดยเฉพาะนายกฯ เคยขายมือถือมาก่อน เรื่องง่ายๆ แค่นี้คงไม่ปล่อยให้พลาดได้ง่ายๆ แน่นอน

ข้อมูลจากสายล่อฟ้า ต้องกลั่น และกรองให้ดีครับ ไม่งั้นจะถูกหลอกเอาได้ง่ายๆ

http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3632769


สวัสดีครับ น้าพันฯ คุณเรดฯ

ส่วนตัวผมคิดว่า มีความน่าจะเป็นได้ยากมากครับ เพราะ

1. สินค้าล็อตแรก ถึงมือนักเรียนไปหลายเดือนแล้ว แต่ดูสภาพศูนย์บริการที่แรกซิครับ หาความพร้อมไม่เจอเลย

2. การเปิดศูนย์บริการ 30 สาขาภายใน 2 เดือน ฟังคำพูดแล้วยิ่งไม่น่าเชื่อถือได้เลย

เพื่อนๆลองคิดดูซิครับ การเปิดศูนย์บริการ ไม่ได้ง่ายเลยนะครับ

1. เริ่มตั้งแต่การหาสถานที่เปิด (ซึ่งต้องเช่าแน่ๆ)

2. การจัดหาช่างซ่อมกว่า 30 คนและพนักงานบริการหน้าร้าน กว่า 60-90 คน ภายใน 2 เดือน (ซึ่งไม่ง่ายแน่ๆ)

3. การเปิดศูนย์บริการ นั่นคือบริการจริงๆ ไม่มีรายรับจากงานขายหน้าร้าน ถ้าขายเยอะอย่างโนเกียกับซัมซุง ผมเชื่อนะ

แต่ถ้าเป็นเท็ปเล็ตของเซินเจิ้นสโคป ผมไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดว่าจะเป็นไปได้จริงหรือเปล่าครับ
q*073

cocococococo

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 16 ส.ค. 12, 22:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สงสัยช่างน้ำท่วมบ้านมาไม่ได้ต้องรอไปก่อน

ช่างน่าจะกำลังเดินทางมากับเรือสำเภา คาดว่า น่าจะถึงประเทศไทย อีก 5 ปีข้างหน้า

ซึ่ง ณ.วันนั้นแท็ปเล็ต น่าจะกลายเป็นตำนานไปแล้วครับ
q*013

cocococococo
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 16 ส.ค. 12, 22:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เคยซื้อมือถือจากฝั่งลาวมาใช้ ของจีนเนี่ยแหละ ราคา 1000 - 1500 ใช้ไม่เกินปีพัง พอเอาไปซ่อมช่างในไทยบอกไม่มีอะไหล่ บางทียังใช้ถึงอาทิตย์ก็พังต้องเอาไปขว้างทิ้ง คุณภาพต่ำมาก สันนิษฐานไว้ได้เลยว่าแท็บเล็ต สองล็อตนี้จะเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง

สวัสดีครับ คุณกระสา

ผมดูจากสเปคเครื่องและภาพลักษณ์โดยรวม บอกได้เลยว่า

"คุณภาพ...พอใช้ได้"

ไม่ได้แย่อย่างกับเครื่องจีนจ๋า ราคา 1-2 พัน

แต่ก็ไม่ดีเยี่ยมเหมือนกับแท็ปเล็ต ที่ขายดี ในท้องตลาด ซึ่งคุณภาพสินค้าและการ QC ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

สินค้าคุณภาพ ยอมรับได้ ในการเสียของสินค้า ไม่เกิน 1-2 %

แต่คุณภาพของแท็ปเล็ตของเด็กๆ น่าจะอยู่ที่ประมาณ 10% ซึ่งมีให้เห็นกันแน่ๆครับ

ค่าที่ยอมรับได้ในการเสีย ไม่ได้หมายถึง ใช้ไปแล้ว เสียภายหลังนะครับ

แต่หมายถึง สินค้าใหม่แกะกล่อง เริ่มใช้แล้วพบปัญหาทันที
q*020

cocococococo
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 16 ส.ค. 12, 22:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เผอิญผมรู้จักกับอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งท่านสอนอยู่ที่โรงเรียนสารพัดช่างแห่งหนึ่ง ได้เล่าให้ฟังว่า

เมื่อประมาณไม่น่าจะเกินสามเดือน รัฐฯ ได้จัดงบประมาณส่วนหนึ่ง

คัดเลือกบุคลากรทั่วประเทศ ประมาณ 30-50 คน โดยตั้งงบฯให้รายละ 100,000 บาท

ในการดูงาน ที่ประเทศจีน

ซึ่งท่าน ก็เป็นหนึ่งในจำนวนอาจารย์ ที่ได้รับคัดเลือก

เท่าที่เราคุยกันในวันนั้น รัฐฯ น่าจะพยายาม ใช้คนของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด

คือ การอบรมซ่อมแท็ปเล็ตของเด็กๆ ที่คาดว่า น่าจะมีเครื่องเสีย ในปริมาณมาก

และน่าจะดีถ้ารัฐ สามารถซ่อมบำรุงได้เอง

แต่สุดท้าย ก็คงหนีไม่พ้น ที่บริษัทผู้ผลิต ต้องเข้ามาตั้งศูนย์บริการ เพื่อรับผิดชอบสินค้า ของตัวเองครับ
q*020

cocococococo


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 18 ส.ค. 12, 06:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มาขัดใจ

เมื่อก่อน ฝ่ายของท่านลำตะ...
ก็เคยโจมตีออฟฟิศของแอร์เอเชีย ว่า
นี่นะหรือออฟฟิศแอร์เอเชีย
เป็นบริษัทฯ ดูใหญ่โต ทำไมออฟฟิศมีแค่นี้ ประมาณนี้

ลืมหัวเราะ 555

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 18 ส.ค. 12, 06:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปล่อยให้เขาบริหารไปเถอะ ท่านลำตะ
4 ปี เลือกตั้งที ใครชนะ ก็เป็นรัฐบาลไป 4 ปี
อีก 4 ปีก็เลือกตั้งกันใหม่ แข่งขันกันใหม่
ใครชนะ ก็บริหารไป 4 ปี ใครแพ้ก็ค้านไป 4 ปี

อีก 4 ปีก็เลือกตั้งกันใหม่ แข่งขันกันใหม่
ใครชนะ ก็บริหารไป 4 ปี ใครแพ้ก็ค้านไป 4 ปี

อีก 4 ปีก็เลือกตั้งกันใหม่ แข่งขันกันใหม่
ใครชนะ ก็บริหารไป 4 ปี ใครแพ้ก็ค้านไป 4 ปี

อีก 4 ปีก็เลือกตั้งกันใหม่ แข่งขันกันใหม่
ใครชนะ ก็บริหารไป 4 ปี ใครแพ้ก็ค้านไป 4 ปี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 18 ส.ค. 12, 10:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมว่าให้มันใช่ได้ก่อน เรื่องเสียอย่าเพิ่งไปกังวนมันมากครับซื้อมาแล้วได้ใช้จริงต่อมาอย่างไรมันก็ต้องเสียไม่ว่าจะเสียช้าเสียเร็วก็ยังเป็นความจริงแตะต้องได้จริง.

ยังดีกว่า "ครุภัณฑ์อาชีวะไทยเข็มแข็งโครงการสอง "ที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้แถมแพงกว่าปกติธรรมดา3-4เท่าตัว ทำไมไม่เป็นหูเป็นตาหรือกล่าวถึงกันบ้างอันนึ้ซิที่จะต้องนำมาพูดถึงมากกว่าศูนย์ซ่อมแท๊ปเล็ตนี้มากกว่า..เงียบเพราะอะไรกัน หรือช่างมันเถอะ.
q*034
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 18 ส.ค. 12, 10:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ที่ปรึกษารมว.ไอซีทีโต้'บุญยอด' แจง'ไทยร่วมค้าฯ'เป็นตัวแทนศูนย์ซ่อมแท็บเล็ต
นาวาอากาศเอกสุรพล" ที่ปรึกษา รมว.ไอซีทียอมรับข้อมูลของ "บุญยอด" ที่แฉว่า พนง.บริษัทสโคปมีแค่ 4 คนเป็นเรื่องจริง เนื่องจากอยู่ระหว่างขั้นตอนตรวจรับเครื่องแท็บเล็ต แจงสโคปได้เลือก บ.ไทยร่วมค้าฯ เป็นตัวแทนทำหน้าที่ศูนย์ซ่อมทั่วประเทศแล้ว...
เมื่อวันที่ 15 ส.ค. นาวาอากาศเอกสุรพล นะวะมวัฒน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ชี้แจงกรณีนายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวระหว่างอภิปรายงบประมาณรายจ่ายปี 2556 วาระ 2 ถึงโครงการแจกแท็บเล็ตให้เด็ก ป.1 ซึ่งพบปัญหาเกี่ยวกับศูนย์บริการของบริษัท สโคป (ประเทศไทย) จำกัด ที่ไม่ได้เตรียมความพร้อมเกี่ยวกับศูนย์บริการ มีพนักงานบริษัทฯ เพียงแค่ 4 คน ทำหน้าที่ช่างซ่อม 1 คนมาจากประเทศจีน พูดไทยและอังกฤษไม่ได้ เกรงจะเกิดปัญหาเมื่อเครื่องแท็บเล็ตเสียหายจะติดต่อเพื่อขอรับซ่อมบริการได้หรือไม่นั้น
โดยนาวาอากาศเอกสุรพล ยอมรับข้อมูลของนายบุญยอดที่ว่ามีพนักงานบริษัทเพียง 4 คน เป็นเรื่องจริง เนื่องจากตอนนี้อยู่ในระยะการดำเนินการตรวจรับเครื่องแท็บเล็ต จำนวน 400,000 เครื่อง ซึ่งบริษัท สโคป (ประเทศไทย) จำกัด ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับกระทรวงไอซีที แต่คู่สัญญาของกระทรวงที่เซ็นจัดซื้อโครงการแท็บเล็ต คือ บริษัท SHENZEN SCOPE Scientific Development จำกัด (ประเทศจีน) ทั้งนี้ บริษัท สโคป (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งขึ้นเพื่อทำการตลาดหลังจากที่ได้ส่งมอบเครื่องแท็บเล็ต 800,000 เครื่องที่กระทรวงไอซีทีเป็นผู้จัดซื้อทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตามหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง หรือทีโออาร์ (TOR) ระบุว่า บริษัทสโคปจะต้องตั้งศูนย์บริการทั่วประเทศจำนวน 30 ศูนย์ภายใน 90 วันหลังจากลงนามสัญญา ซึ่งบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ได้ทำการจัดตั้งศูนย์บริการโดยตัดสินใจเลือกบริษัท Advice Distributions จำกัด หรือบริษัท ไทยร่วมค้า เดอะซิสเต็ม จำกัด เป็นตัวแทนในการทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการทั่วประเทศ
สำหรับโครงการแท็บเล็ตพีซีเพื่อการศึกษาไทย (OTPC) โดยได้จัดตั้งศูนย์บริการทุกอย่างเป็นไปตามข้อกำหนดของทีโออาร์ การให้บริการ ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 114 ศูนย์ ส่วน ในส่วนของ Call Center ในปัจจุบัน มี TOT ถามตอบปัญหาด้านแท็บเล็ต ตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถโทร.สอบถามได้ที่ 1111 กด 8.
ที่มาจาก ไทยรัฐออนไลน์

สามารถตรวจสอบศูนย์บริการซ่อมและบำรุงรักษาแท็บเล็ตพีซีเพื่อการศึกษาไทย (OTPC) ทั่วประเทศได้แล้ววันนี้
http://www.advice.co.th/otpc/ q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
โกงแต่ดีจาก ค?แดง
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 18 ส.ค. 12, 23:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*026q*026

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ที่ เด็กๆ บริษัท 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม