หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: รวมบทความ "เลี้ยงลูกเองควรอ่าน"...*วิธีการเลี้ยงลูกสู่ความเป็นเลิศ* !!!  (อ่าน 860 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 16 ก.ย. 13, 13:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ ^^

บทความเหล่านี้มาจากการเลี้ยงลูกเองของผม ที่ค้นพบเองระหว่างการ

เลี้ยงลูก ที่ผมกับภรรยาได้ค้นหาวิธีการต่างๆในการเลี้ยงลูกเพื่อสร้างให้

เป็นเลิศในทางดนตรี ตั้งแต่ให้ฟังเพลงคลาสสิคตั้งแต่เกิด และคอยค้นหา

ความเป็นอัจฉริยะที่อยู่ในตัวพวกเค้าจนสามารถประสบผลสำเร็จแล้วใน

ระดับหนึ่ง

จึงตัดสินใจว่า น่าจะนำวิธีการต่างๆที่ได้ทำมาแล้ว มาเผยแพร่แก่คุณพ่อ

คุณแม่ท่านอื่นๆ เพื่อเป็นประโยชน์สูงสุดต่อลูกๆของพวกเราต่อไป...


ผมจะค่อยๆทยอย นำบทความทั้งหมด มาลงรวมกันไว้ที่กระทู้นี้นะครับ

ส่วนวิธีการอ่าน คุณสามารถทยอยอ่านได้ทีละบทความโดยไม่ต้องเรียงกัน

หรือจะอ่านทั้งหมดเลยก็ได้... ขอบคุณมากครับ


แฟรงค์ พ่อ บีโธเฟียน











noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 16 ก.ย. 13, 18:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เลี้ยงลูกเองควรอ่าน1. * วิธีค้นหาความอัจฉริยะ ที่มีอยู่ในตัวลูกของเรา* !!


เชื่อมั้ยที่ผมจะบอกว่า อัจฉริยะ มีอยู่ในตัวเด็กทุกๆคน แล้วคนที่ค้นพบได้

เร็วที่สุดก็คือ พ่อ กับ แม่ เท่านั้น!!


....จริงอยู่ ว่าเราเคยเชื่อว่า ความเป็นอัจฉริยะ อยู่ในเด็กที่เหนือมนุษย์

เข้าใจยาก ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นง่ายๆในคนธรรมดาๆอย่างเรา...แต่ความ

เป็นจริงแล้วไม่ใช่ครับ!! เพียงแค่เริ่มจาก

..

1.หาสิ่งที่เราพอจะมีความรู้บ้างแล้วเราผู้เป็นพ่อแม่ชอบ แล้วส่งให้เค้าไป

เรียน หลายอย่างก็ได้ แล้วแต่งบที่คุณมีสำหรับลูก.. ซึ่งไม่จำเป็นที่เราต้อง

เก่งในสิ่งนั้น (เพราะผมเองก็อ่านโน๊ตไม่เป็นเลยแต่ส่งลูกเรียนดนตรี) แต่

ขอให้เราชอบเป็นสำคัญ^^.. เช่น กีฬา ดนตรี วิชาการ วาดรูป ศิลปะอื่นๆ

เป็นต้น........คราวนี้คอยจับตาเฝ้าดูเป็นพิเศษ ในทุกสิ่งที่เค้าทำ เพราะ

ต่อไป วินาทีที่สำคัญที่ผมเรียกว่า.."จังหวะคลิก"กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งจะ

ปรากฏให้คุณเห็นเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นและเป็นช่วงเวลาที่สั้น

มาก ...............................................

..จังหวะคลิกคืออะไร?....คือจังหวะที่ลูกของเราสามารถทำในสิ่งนั้นได้ดี

และชอบทำในสิ่งนั้นมากๆเช่น ไปเรียนว่ายน้ำแค่อาทิตย์เดียว แต่ล้ำหน้า

คนอื่นไปหมด ดำน้ำเก่ง ว่ายได้ ดี ท่าทางสวย เป็นต้น..หรือ เรียนเต้น แต่

มีจินตนาการอย่างไม่น่าเชื่ออย่างกับเรียนมานาน หรือเรียนดนตรีกลุ่ม แต่

เก่งกว่าเด็กคนอื่นๆ หรือ ชอบในสิ่งใดเป็นพิเศษ แล้วชอบมากในการทำแต่

สิ่งนั้น และทำได้ดีกว่าเด็กคนอื่นๆ นั้นแหละครับที่ผมเรียกว่าจังหวะคลิก!!

(บางคนเรียกว่า พรสวรรค์ ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่เพราะมันเป็นแค่ จังหวะเวลา

ที่เกิดขึ้นสั้นมาก)...พอคลิกแล้วคราวนี้แหละครับ เป็นหน้าที่ของเราพ่อแม่

ที่ต้องบอกและกำชับพูดคุยกับคุณครูผู้สอนว่าต้องดุแลเป็นพิเศษ เช่นว่าย

น้ำเก่ง เป็นไปได้ไหมที่จะส่งลงแข่ง หรือเล่นดนตรีเก่ง เป็นไปได้มั้ยที่จะ

สอนเพลงที่ยากขึ้น........


..


2.ต้องรู้เวลาที่จะต้องเปลี่ยนครู


........หน้าที่ของพ่อแม่ที่มีลูกที่คลิกแล้วตอนนี้ ต้องอัปเกรดตัวเองหา

ความรู้ในสิ่งที่ลูกทำได้ดีอย่างเร่งด่วน ในหนังสือ อินเตอร์เนต เพื่อจะได้รู้

เท่าทันกับสิ่งที่ครูสอนให้กับลูกเราว่าดีพอไหม และระดับใด เพราะครูคือ

อาชีพ! ครูบางคนชอบถ่วงเวลาไปวันๆ เหมือนกับครูเงินเดือน หรือครูบาง

คนทำเป็นอาชีพเสริมหารายได้เพิ่ม ที่พอเห็นเด็กที่เก่งแล้วเฉยๆ เพราะไม่รู้

ว่าจะทำไปทำไมให้มันเหนื่อยยิ่งขึ้น.... ซึ่งถ้าเจอครูแบบนี้ ต้องรีบเปลี่ยน

ครูทันที เพื่อให้เหมาะกับพัฒนาการที่ลูกของเรากำลังมี.........เพราะถ้า

ไม่เปลี่ยนครู แทนที่ลูกของเราจะเป็นเด็กอัจฉริยะ กลับต้องกลายเป็นเด็ก

ธรรมดาเพราะความขี้เกียจของครูโดยแท้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจที่

สุด ......................

..........................คราวนี้หลังจากที่เรามีความรู้ในเรื่องนั้นๆแล้ว เรา

ก็จะสามารถมากำกับครูได้ ไม่ใช่ให้ครูมากำกับเรา อย่าลืมว่าแท้จริงแล้ว

เรามีหน้าที่เป็นผู้จัดการ และครูมีหน้าที่เป็นโค้ช!! ผู้จัดการสามารถเปลี่ยน

โค้ชได้ตลอดเวลา ถ้าเห็นว่านักกีฬาของตนไม่มีความก้าวหน้า !!

..

3.หาไอดอลและสนับสนุนอย่างถึงที่สุดแบบถูกต้อง

...เบื้องหลังของนักกีฬา นักดนตรี นักวาดรูป ฯลฯ ที่เป็นอัจฉริยะ อยู่ที่การ

ซ้อมการฝึกฝนอย่างถูกต้องเท่านั้น เราต้องหาสนาม ต้องสร้างบรรยากาศ

ต้องหาสีกระดาษ และที่สำคัญ หลังจากซ้อมเสร็จ ต้องเปิดยูทู๊ปดูคนที่

เก่งๆในสิ่งที่เค้าชอบทำของโลก "เน้นนะครับว่าต้องเป็นของโลกเท่า

นั้น"!!.. มานั่งดูและชื่นชมไปด้วยกัน บอกเค้าว่าเรามีความสุขมากแค่ไหน

ถ้าได้เห็นว่าเค้าเป็นแบบนี้ได้ ในทุกๆครั้งที่ดูด้วยกัน^^..... ยุคนี้การก้าว

ขึ้นไปสู่ระดับโลกไม่ใช่ความฝันอีกแล้ว เพราะมีอินเตอร์เนต เฟสบุ๊ค ยูทู๊ป

ที่สามารถโชว์ฝีมือลูกของเราได้อย่างเต็มที่ เมื่อถึงวันที่เค้าเก่งจริงๆ!!






..........*อัจฉริยะ เป็นสิ่งที่เราพ่อแม่ สามารถสร้างให้กับลูกของเราได้*

เพียงแต่เราต้องหมั่นสังเกตุ คอยจับตาดูตลอด เพราะช่วงเวลาที่จะปั้นได้

มันสั้นมากๆ คนส่วนใหญ่มักปล่อยให้มันผ่านไป ลองนึกถึงตัวของเราพ่อ

แม่ ในตอนที่ยังเด็กๆสิครับ เราจะจำเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นกับเราได้

ดีเช่น เราเคยเป็นตัวแทนรำไทย เราเคยเป็นตัวแทนโต้วาที เราเคยเป็นนัก

วิ่งของรร. เราเคยเป็นอะไรต่ออะไรที่เราทุกคนผู้เป็นพ่อเป็นแม่ ล้วนแต่มี

ช่วงที่ประทับใจและเราก็เคยทำสิ่งนั้นได้ดีมีคนชื่นชมมากตอน

เด็ก...................แต่พ่อแม่ของเราหรือตัวเรา กลับปล่อยสิ่งนั้น ให้ผ่าน

เลยไปโดยไม่ได้ใส่ใจจริงจังกับสิ่งนั้นอย่างเต็มที่ที่ควรจะทำ...............

ตอนนี้ถึงเวลาแล้วครับ ที่จะกลับมาดูลูกๆของเราแบบพิจารณาจริงๆ ว่าเค้า

มีความสามารถพิเศษด้านไหน เกิดมาเพื่อเป็นอะไร

..
...............หัวใจจริงๆของการสร้างลูกอัจฉริยะก็คือการให้โอกาส ให้ได้

ทำในสิ่งต่างๆที่ดี จับตามองอย่าให้พลาด"วินาทีที่คลิก" แล้วรีบสนับสนุน

ในเวลาที่เหมาะสมที่สุด ให้ลูกของเราไปสู่เป้าหมายที่เค้าควรจะเป็นได้ ...

จากที่ผมสังเกตุตัวอย่างจากหลายครอบครัวที่มีลูกเป็นอัจฉริยะ ล้วนมาจาก

ลำดับขั้นตอนนี้ทั้งสิ้น... เป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่เลี้ยงลูกเองนะครับ^^

ถ้ามีคำถามใด หรือ สนใจเกี่ยวกับการส่งลูกเรียนเปียโน ให้โพสลงบนกระ

ดานเพจ บีโธเฟียน กับ น้องฟ่อน ได้ครับ ผมยินดีตอบและให้คำแนะนำ ถือ

เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กัน ในทุกคำถามเท่าที่รู้อย่างจริงใจครับ *ยินดี

เป็นอย่างมากถ้าท่านแชร์บทความนี้ต่อ* รับรองเป็นประโยชน์ต่อพ่อแม่

ท่านอื่นๆแน่นอนเพราะ


*อัจฉริยะ มีอยู่ในตัวเด็กทุกคน พ่อกับแม่เท่านั้นที่จะค้นพบ และส่งเสริมสนับสนุนพวกเค้า* !!


เพจ @บีโธเฟียน กับ น้องฟ่อน
http://www.facebook.com/Beethofien



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 ก.ย. 13, 19:03 น โดย d00bd00b » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 16 ก.ย. 13, 19:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เลี้ยงลูกเองควรอ่าน2. *อยากให้ลูกเรียนดนตรี ควรอ่านครับ*

วิธีทำให้ลูกเก่งดนตรี !

"ดนตรี" ถ้าลูกของเรามีโอกาสได้เรียนตั้งแต่ยังเด็ก จะส่งผลให้สมองทั้งซ้ายและขวาทำงานร่วมกันอย่างประสิทธิภาพสูงสุด สิ่งนี้จะติดตัวเค้าไปตลอดชีวิต ถ้าเริ่มเรียนตั้งแต่ยังเล็กๆ".........
เชื่อไหมครับ?..การเรียนดนตรีของลูก จะไปได้ไกลแค่ไหน ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ตัวลูกเลย แต่ขึ้นอยู่กับตัวคุณพ่อคุณแม่ทั้งหมด!!....ส่วนหัวใจของการให้ลูกประสบความสำเร็จในการเรียนดนตรีมีไม่เยอะครับ แค่
..
1.ความสม่ำเสมอ!!...ผมไม่อยากใช้คำว่า"วินัย" เพราะมันฟังดูเครียดและทำได้ยาก แต่มันก็เหมือนกับเราซักผ้า รีดผ้า ทำกับข้าวให้ลูกทานน่ะครับ เป็นสิ่งที่เราต้องทำสม่ำเสมอทุกๆวัน การเรียนดนตรีก็เหมือนกัน ที่เราต้องไปส่งเค้าให้ได้ทุกครั้ง และยิ่งกว่านั้นคือ เราต้องเข้าไปหัดเรียนกับเค้าด้วย ใช่ครับ หัดเรียนไปพร้อมกันเลย!! ตรงนี้ถือเป็นเคล็ดลับเลยนะครับ เพราะเมื่อเราเริ่มเรียนไปด้วยแล้ว เค้าจะรู้สึกดี ปลอดภัย มีความสุขกับการเรียน ซึ่งจะทำให้เค้าพัฒนาไปได้เร็วมากแล้วก็จะเก่งแซงหน้าเราไป สุดท้ายเราก็แค่เป็นผู้สังเกตการณ์เท่านั้น.. แต่ถ้าเราไม่เข้าไปเรียนด้วย เราจะไม่ทราบเลยว่าจะประเมินผลงานของครูผู้สอนได้อย่างไร และ ตัวเค้าเองในวัยแบบนี้ ก็จะรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง สุดท้ายก็จะไม่อยากเรียนและเลิกไป...ลูกจะเรียนดนตรีได้ไม่ได้ อยู่ที่ข้อนี้ข้อเดียวว่าเราจะเข้าไปเรียนกับเค้าได้ทุกครั้งไหม ถ้าทำได้ บอกได้เลยครับว่า ลูกคุณเก่งแน่นอนภายใน 2 ปี
..
2.สภาพแวดล้อมที่เราสร้าง!!...เอาละครับในเมื่อเราจะเป็นนักดนตรีแล้ว เวลาที่เราอยู่กับพวกเค้า ทุกนาทีมีค่า ไม่เชื่อลองย้อนกลับไปดูรูปของเค้าเมื่อเดือนก่อนสิครับ จะเห็นได้เลยว่าเค้าโตขึ้น.....ให้ตายสิ! ที่ผมต้องบอกว่า คุณต้องเลิกดูทีวีเหมือนกับผม!! แล้วเอาเวลามาใส่ใจลูกเล่นดนตรีแทน..ต้องเลิกฟังเพลงดังๆที่เคยชอบ เช่น กำนังสไตล์ แล้วเปลี่ยนมาฟังเพลงคลาสสิคที่ไม่เข้าใจแทน!..555เท่านี้ก็ร้องโอ้ก!แล้วใช่ไหมครับ....เอาครับค่อยๆเป็นค่อยๆไป
....เริ่มจากต้องสร้างบรรยากาศโดยใช้เสียงเพลงคลาสสิคMP3รวมฮิตราคาร้อยกว่าบาท เปิดคลอไว้เบาๆตลอดในทุกที่ๆเค้าอยู่เช่นในรถ หรือห้องที่เค้าเล่น วางดินสอปากการะบายสีและกระดาษA3 ให้เค้าเขียนได้อย่างไม่อั้น..วางดินน้ำมันหรือแป้งโดเอาไว้ให้เค้าบริหารกล้ามเนื้อมือ....
..... การที่ต้องให้ฟังแต่เพลงคลาสสิคเพราะ เพลงที่ใช้ในการเรียนเปียโนทั้งหมด เป็นเพลงคลาสสิค เป็นความจำเป็นของเราพ่อแม่ที่ต้องสร้างความคุ้นเคยให้กับเค้า เรียกได้ว่าฟังไปเรื่อยๆจนสุดท้าย การฟังเพลงคลาสสิคก็จะกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่คุ้นเคยไปเอง
......เวลาซ้อมเปียโนกับเค้าก็ไม่ต้องซ้อมนาน เอาแค่ไม่เกิน 5 นาทีต่อครั้งเท่านั้นพอครับ แล้วสลับไปเล่นอย่างอื่น แล้วก็กลับมาซ้อมอีก 5 นาที ที่สำคัญต้องชมเค้าว่าเก่งและปรบมือทุกครั้งที่เค้าเล่นได้ แต่ถ้าเล่นไม่ได้ห้ามต่อว่าเพราะเค้าจะไม่อยากเล่นอีกเลยถ้าโดนด่า จำไว้!ให้ชมและปรบมือดังๆอย่างเดียวเท่านั้น
... ...ทำแบบนี้ให้ได้ทั้งวัน วันละหลายๆครั้ง..เปิดยูทูปให้เค้าได้ดูฝีมือนักเปียโนของจริงระดับโลกที่เป็นเด็กเหมือนกับเค้าเช่น Aimi Kobayachi ฯลฯบ้าง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและให้เค้าเลียนแบบ โดยบอกและชื่นชมเค้า ว่าเค้าก็เก่งแบบนี้ได้...ทำแบบนี้ให้ได้ 2 ปี แล้วลูกของเราก็จะติดดนตรีเหมือนติดยาเสพติด จากนั้นต่อไปเค้าก็จะซ้อมได้เองครับ..

..........ขอเป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนที่ส่งลูกเรียนเปียโนนะครับ^^.. เชื่อผม ถ้าเรา*อดทนทำแบบที่ผมบอกนี้ให้ได้ติดต่อกัน 2 ปี เท่านั้น* ลูกของคุณเก่งแน่นอน!! และเมื่อถึงวันนั้นเมื่อคุณมองย้อนกลับไป ก็จะมีแต่ความภาคภูมิใจในผลงานที่เราพ่อแม่ได้ทำกับลูกเรามา เหมือนอย่างที่ผมกับภรรยารู้สึกในตอนนี้ ^^....


http://www.youtube.com/watch?v=5ih65JiI10Y


........ส่วนถ้ามีคำถามอื่น เช่น เรียนที่ไหนดี หรือซื้อเปียโนอย่างไรแบบไหนดี เลือกครูอย่างไรดี หรืออะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับการเรียนเปียโนของลูก เชิญถามมาได้เลยครับ อย่าเกรงใจ ผมยินดีตอบคุณพ่อคุณแม่ทุกๆคนด้วยความเต็มใจอย่างจริงใจครับ โดยโพสคำถามไปบนกระดานที่เพจของ บีโธเฟียน กับน้องฟ่อนได้เลยนะครับ.... *สุดท้ายถ้าเห็นด้วยก็แชร์ต่อได้* เชื่อว่าจะมีประโยชน์ต่อคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นที่เลี้ยงลูกเองครับ... บทความจากเพจ บีโธเฟียน กับ น้องฟ่อน ขอบคุณมากครับ^^
http://www.facebook.com/Beethofien



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 16 ก.ย. 13, 19:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เลี้ยงลูกเองควรอ่าน3. *เพลงที่ให้เด็กๆฟังแล้วเสียหู* !!



จริงอยู่ครับที่เพลงเป็นสิ่งที่ดีต่อทุกคน การฟังเพลงย่อมดีกว่าการไม่ฟังเพลง แต่เพลงก็ไม่ต่างจากอาหาร ที่พอเรากินเข้าไปแล้ว จะส่งผลต่างๆต่อร่างกายของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าอาหารที่เราทานเข้าไปจะเป็นอะไรก็ตาม................การฟังเพลงก็ส่งผลเช่นเดียวกัน ในที่นี่ผมจะกล่าวถึงเพลงที่ควรจะให้เด็กๆฟังแล้วจะส่งผลที่ดีต่อพวกเค้า โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ!!

..............................มีการเข้าใจผิดกันมานานโดยตลอดว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะให้เด็ก ควรเป็นสิ่งที่ง่าย เช่นเวลาไปทานก๋วยเตี๋ยว ลองสั่งว่าของเด็กสิครับ รับรองได้ว่าคนขายจะไม่ใส่ทั้งพริกไท และผักต่างๆมาให้ลูกของคุณทานเลยแม้แต่นิดเดียว ทำให้เสียโอกาสที่จะได้หัดทานผักและหัดทานเผ็ดนิดหน่อยเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย...

....... เพลงก็เช่นเดียวกัน เพลงของเด็กที่มีวางขายทั่วๆไป ก็เชื่อกันว่า ควรจะเป็นเพลงฟังง่ายๆ เสียงทำนองน้อยๆดังติ้งๆต้องๆ มาจาก music box เปิดกล่อมเด็กก็พอแล้ว

.......เอาละครับ เราพักความเชื่อที่กล่าวมาข้างต้นไว้ก่อน.. แล้วลองมาดูตัวเราเองอย่างเช่นผม เติบโตมากับเพลงสตริงที่บ้านเรามีกัน เวลาที่จะหัดฟังเพลงคลาสสิคได้แต่ละเพลงเนี่ย พูดตรงๆว่าเกือบตาย ตกกระไดฟังยังไงก็ไม่เข้าใจซักที กลายเป็นว่าตัวเราไม่มีรสนิยมซะอย่างงั้น กว่าจะเข้าใจได้พูดง่ายๆว่าต้องใช้เวลาแรมปีเลยครับ กว่าจะหัดฟังรู้เรื่องปีนกระไดได้สำเร็จ !!

............................นี่แหละครับ ที่ผมเรียกว่า เป็นอาการ เสียหู หรือหูเสียไปแล้ว !!

คราวนี้กลับมาที่เด็ก ขอเน้นเด็กเล็กๆเลยแล้วกันนะครับ เสียงที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก ก็คือเสียงของแม่ที่ลูกได้ยินได้ฟัง... แล้วเสียงเพลงหล่ะครับ ตรงนี้แหละที่สำคัญ เพราะเด็กแรกเกิดทุกคน ไม่เคยฟังเพลงมาก่อน เพลงทุกเพลงจะเป็นเพลงแรก ครั้งแรกในชีวิตของพวกเค้าที่ได้ฟัง ย้ำนะครับ ว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตของพวกเค้า!! เพราะงั้น จะไม่มีเพลงไหนเลยในโลกนี้ ที่จะเรียกว่าเพลงยากสำหรับพวกเค้า!! ใช่แล้วครับ ผมกำลังหมายถึง "เพลงคลาสสิค"

.....................................................................................

...เพลงคลาสสิค ถูกผลิตขึ้นในยุคที่มีการพัฒนาทางดนตรีอย่างสูงสุด ไม่มีการค้าขาย การตลาดเจือปน ทุกๆเพลงถูกสร้างสรรค์เพื่อความเป็นเลิศทางดนตรีเท่านั้น และ ทุกเพลงผ่านการเรียบเรียงมาแล้วโดยสมบูรณ์แบบ ที่ไม่ว่าจะเอามาแปลง มาเล่นใหม่แบบไหน ก็ไม่ไพเราะเท่า แบบที่ต้นฉบับดั้งเดิมมีอยู่ และเครื่องดนตรีทุกชิ้นที่เล่น ก็มาจากเสียงวัสดุจากธรรมชาติ ไม่มีเสียงสังเคราะห์แบบที่ดนตรีสมัยนี้มี.........และที่สำคัญ ถ้าลูกของเราฟังตั้งแต่แรกเกิด นอกจากเส้นสายในสมองที่จะแตกเส้นสายซับซ้อนประสานกัน ฉลาดล้ำเหนือเด็กคนอื่นๆที่ไม่ได้ฟังแล้ว จะเป็นการปลูกฝังรสนิยมที่ดีเลิศ ติดตัวพวกเค้าไปจนตายอีกด้วย!!.......ในอนาคตถ้าเค้าต้องมาเรียนเปียโน หรือดนตรีคลาสสิค บอกตรงๆว่าเป็นสิ่งง่ายมาสำหรับพวกเค้า เพราะมันคือสิ่งคุ้นเคย ที่พวกเค้าฟังกันมาตลอดตั้งแต่เกิดแล้ว ^^



.....................................................................................

เอาละครับ คราวนี้กลับมาที่หัวเรื่อง"เพลงเสียหู"กันบ้าง

จะโกรธมั้ยครับถ้าผมจะบอกว่า เพลง" ป๊อป" ที่เปิดกันตาม โทรทัศน์ วิทยุ เช่น กำนังสไตน์ หรือ เพลง แน่นอก ที่กำลังดังเนี่ย คือเพลง"เสียหู" !!ที่ผมพูดถึง 5555^^....................... จริงอยู่ที่ว่าเพลงเหล่านี้มันส์มากๆ มีมิวสิควีดีโอสุดฮิตสะใจ ยอดขายถล่มทลายหลายล้านเป็นที่นิยมกันเหลือเกิน......แต่ถ้าพุดถึงคุณค่าทางดนตรีแล้ว เพลงเหล่านี้ล้วนถูกผลิตมาด้วยเจตนา "เพื่อขายเพื่อดัง"เพียงอย่างเดียวเท่านั้น!! เครื่องดนตรีที่ใช้เล่นส่วนใหญ่ ก็เป็นเสียงสังเคราะห์ ไม้ได้มาจากธรรมชาติ แล้วถ้าเอามาเปิดให้ลูกๆของเราฟังตั้งแต่เกิด ลองคิดดูสิครับว่า จะให้คุณค่าที่ดีทางโภชนาการหูแค่ไหนกัน ไม่ต่างจากที่เราเอาอาหาร"จังค์ฟู้ด" มาป้อนให้ลูกเล็กๆแรกเกิดของเราทานกันทุกๆวัน โดยที่เราไม่รู้ตัวเลยว่ามันไม่ดี !!

....................................................................................ผมอาจจะเปรียบเทียบซะน่ากลัว แต่มันก็คือความจริงที่คนส่วนใหญ่ต่างมองข้ามไม่ได้คิดถึงข้อนี้เลย......

.....ในความเป็นจริง พวกเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงเพลงเหล่านี้พ้นอยู่แล้ว พอเปิดทีวีก็เจอ ไปเที่ยวห้าง ไปรร.ก็เจอ ไปที่ไหนๆก็เจอ เพราะงั้น เราควรจะมีเวลาที่ฟังเพลงดีๆ เพื่อเสริมสร้างโภชนาการที่ดีทางหูกันบ้าง..................

มาฟังเพลงคลาสสิคกันครับ เปิดให้ลูกๆของพวกเราฟังกัน ทุกๆวันในห้องนั่งเล่น ในรถ.... หูที่เสียไปแล้ว ก็สามารถฟื้นฟูซ่อมแซมกันใหม่ได้ ^^.. แรกๆอาจจะฟังยากนิดนึง เพราะเราไม่คุ้นเคย แต่พวกเราก็สามารถหัดกันได้ครับ เหมือนผมกับภรรยา ที่เริ่มหัดฟังเพลงคลาสสิคไปพร้อมกับลูกๆในรถ... แล้วพอฟังไปได้ซักพัก ก็จะเพราะ และเข้าใจไปเองครับ ^^


.. หลังจากที่ฟังเป็นแล้ว คราวนี้เมื่อคุณกับลูกๆได้ยินเพลงที่ไม่มีคุณภาพ ที่จะทำให้เสียหู เราก็จะเข้าใจ รู้สึกเฉยๆไม่ลุ่มหลงไปกับมัน..... ยินดีเป็นกำลังใจให้กับทุกๆครอบครัวนะครับ สำหรับการสร้างรสนิยมที่ดีๆมีประโยชน์ เพื่อติดตัวลูกๆของเราต่อไปในอนาคตด้วยกัน ^^ ถ้ามีคำถามอื่นๆเช่น จะหาเพลงคลาสสิคชั้นดีฟังได้ง่ายๆที่ไหน หรือเกี่ยวกับการเรียนเปียโนของลูก ฯลฯ ก็เชิญเขียนมาถามกันได้ครับ โดยโพสลงบนกระดานเพจ บีโธเฟียน กับ น้องฟ่อน ผมยินดีตอบทุกคำถามด้วยความจริงใจเท่าที่รู้ครับ...*สุดท้ายถ้าเห็นด้วยก็แชร์ต่อได้* เผื่อเป็นประโยชน์ต่อพ่อแม่ท่านอื่นที่เลี้ยงลูกเองครับ............บทความนี้มาจากเพจ @บีโธเฟียน กับ น้องฟ่อนขอบคุณมากครับ ^^
http://www.facebook.com/Beethofien


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 16 ก.ย. 13, 19:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนนี้ขอตัวเอาลูกๆไปนอนก่อนนะครับ พรุ่งนี้ส่งลูกไปรร.เสร็จแล้วจะมาโพสให้อ่านกันใหม่ครับ ^^



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 17 ก.ย. 13, 22:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เลี้ยงลูกเองควรอ่าน4! *วิธีทำให้ลูกชอบทานผัก!!*.





"เด็กเล็กกับผัก!" โดยเฉพาะผักใบเขียว แทบจะเป็นศัตรูกันมาแต่ชาติปางก่อน แถมตามร้านก๋วยเตี๋ยวถ้าสั่งว่าเป็น"ของเด็ก"หล่ะก็ รับรองว่าจะไม่มีผักให้เห็นเลยแม้แต่ชิ้นเดียว....ทั้งๆที่ วิธีการทำให้ลูกเล็กๆชอบทานผักนั้นง่ายมากๆ เพียงแค่มีสิ่งที่คุณต้องเตรียมคือ
...

1.เตรียมกรรไกร !... ใช่ครับผมหมายถึงกรรไกรขนาดเล็ก2อัน อันละยาวประมาณ 4 นิ้ว ใช้กรรไกรตัดผมเด็กก็ได้นะครับคมดี

.... พอได้อาหารพร้อมผักหลายอย่างมา ไม่ว่าจะมาจากทำเอง หรือทานอาหารนอกบ้านก็เถอะ ก่อนอื่นคุณต้องพูดกับลูกๆก่อนเลยว่า "โอโห!ผักน่ากินจังเลย ดูซิมีตั้งหลายสี สีเขียว สี...ฯลฯ " พูดไปก็หยิบกรรไกรขนาดเล็กทั้ง 2 อันออกมา.. เอานิ้วโป้งกับนิ้วชี้สอดเข้าไปในรูกรรไกรทั้ง 2 อัน หันหัวกรรไกรส่วนที่คมลงไปที่จานอาหาร... แล้วจัดการตัดซอยๆๆๆๆ ทั้งผัก ทั้งเนื้อสัตว์ด้วย 2 มืออย่างรวดเร็วเป็นชิ้นเล็กๆ(ใหม่ๆอาจช้าหน่อย พอชำนาญแล้วจะทำได้เร็วเองครับ ) ระหว่างที่ตัดไปก็พุดกับลูกๆไปว่า "เห็นมั้ยน่ากินจังเลย ฯลฯ"เสร็จแล้วก็เอาให้ลูกทาน
..


......................การที่ผมให้ทำเช่นนี้เพราะ ผักโดยเฉพาะผักใบเขียวเช่น คะน้า มีเส้นใยที่เหนียวมาก..การให้เด็กทานชิ้นใหญ่ โดยไม่ซอยเป็นชิ้นเล็กๆก่อน นอกจากทานได้ค่อยข้างยากเพราะเหนียวและเหม็นเขียว ขีนปล่อยให้ทานเปล่าๆ อาจจะทำให้ลูกของคุณเกลียดผักไปตลอดชีวิตก็ได้!


......................การซอยๆๆๆรวมกัน เพราะต้องการรวมรสชาติ เพื่อให้เด็กๆคุ้นเคยกับรสชาติของผักกับรสของอาหารอื่นๆรวมกันไปก่อน เป็นการฝึกให้เด็กเป็นคนไม่เลือกทาน และต่อไปเมื่อฟันของพวกเค้ามีมากขึ้น ก็จะสามารถทานผักเขียวใบใหญ่ ที่มีเส้นใยมากๆได้เอง ^^
..



2.เตรียมจิตใจ !.... ถ้าคุณทำตามขั้นตอนข้อ1.แล้วตัวคุณเองชอบทานผัก ก็เป็นเรื่องง่ายเลยครับที่ลูกของคุณจะชอบทานผักเหมือนกับคุณ ^^....แต่ถ้าคุณไม่ทานผัก แล้วอยากให้ลูกทานผักหละครับจะทำยังไงดี ?
.............. ไม่ยากครับ แค่คุณก็ทำกับอาหารของคุณให้เหมือนกับที่ทำกับอาหารของลูกคุณ แล้วก็หัดทานไปพร้อมกันเลย! 5555^^...ผมพูดจริงนะครับ เพราะผมเคยใช้วิธีนี้หัดกินผักมาแล้วพร้อมกับลูก! ซึ่งวิธีนี้ทำให้คุณหัดกินผักได้ง่ายๆ.


.... *ผักผลไม้เป็นสารเสพติดชนิดหนึ่ง* มีวิตามิน เกลือแร่ น้ำตาล และสารที่ส่งผลต่อระบบประสาท ที่ทำให้คุณคลายเครียด ยิ่งทานผลไม้ต่อหลังอาหารทันทีในมื้อเช้า มันจะทำให้คุณรู้สึกสดชื่น !..แล้วถ้าคุณทานผักผลไม้ติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา 1 เดือนแล้วหยุดทาน..คุณจะรู้สึกได้ถึงอาการลงแดงอยากกินผักผลไม้ได้ในทันที และถ้าไม่ได้กิน คุณจะหงุดหงิดทั้งวันแถมยังถ้่ายไม่ออกอีกต่างหาก !!
..

............ การทานผักไม่ใช่เรื่องยาก สำหรับลูกของเรา เลยครับ ถ้าทำตามขั้นตอนนี้.. และหากลูกของเราทานผักเป็นตั้งแต่เล็กๆ มันจะเป็นนิสัยที่ดีที่ติดตัวพวกเค้าไปตลอดชีวิต... ต่อไปเวลาไปสั่งอาหารหรือก๋วยเตี๋ยวไม่ว่าที่ไหน... ต้องบอกคนขายว่า"ขอผักเยอะๆ "

.. ให้ลูกของเราทานให้ได้ทุกวันติดต่อกัน1เดือนแล้วเค้าก็จะติดผัก... พอพวกเค้าติดผักผลไม้แล้ว หลังจากนั้นครอบครัวของเราก็จะกลายเป็นครอบครัวที่ชอบทานผักผลไม้เป็นนิสัย^^
........ เป็นกำลังใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังหัดให้ลูกทานผักนะครับ เชื่อเถอะครับว่า

*การหัดทานผักเป็นเรื่องไม่ยากเลย และถ้าทานเป็นแล้ว จะติดเป็นนิสัยไปตลอดชีวิตครับ*

บทความนี้มาจากเพจ @บีโธเฟียน กับ น้องฟ่อน ขอบคุณมากครับ ^^
http://www.facebook.com/Beethofien


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 ก.ย. 13, 23:04 น โดย dangerlife » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  เลี้ยงลูกเอง ควรอ่าน บีโธเฟียน กับ น้องฟ่อน เด็ก อัจฉริยะ เฟียน พ่อแม่ รักลูก 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม