หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: กองทัพไทย โต้สื่ออังกฤษ ยันไม่ได้จงใจปิดบังข้อมูล MH370  (อ่าน 168 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 19 มี.ค. 14, 17:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

กองทัพไทย โต้สื่ออังกฤษ ยันไม่ได้จงใจปิดบังข้อมูล MH370





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณ LAKORNHD Thaitv (Official) สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

สื่ออังกฤษชี้ กองทัพไทยอาจจงใจปิดบังข้อมูล MH370 เพราะไม่ต้องการเผยรูรั่วการป้องกันทางอากาศของประเทศ ด้านกองทัพไทย โต้ ไม่รีบเผยข้อมูลเพราะไม่มีการร้องขออย่างเฉพาะเจาะจง

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2557 เว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ ได้ตั้งประเด็นข้อสงสัยว่า กองทัพไทยอาจช่วยปิดบังข้อมูลของ MH370 สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่หายไปร่วม 10 วัน เพราะไม่ต้องการเปิดเผยรูรั่วด้านการป้องกันทางอากาศของประเทศให้นานาชาติรับรู้

รายงานระบุว่า นับตั้งแต่เครื่องบิน MH370 หายไปตั้งแต่เวลา 01.30 น. ของวันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม การค้นหาก็ยังไร้ความคืบหน้า และต้องรอถึงวันอังคารที่ 11 มีนาคม กองทัพมาเลเซียถึงเพิ่งมีรายงานว่าเรดาร์ทหารสามารถตรวจพบ MH370 ที่ช่องแคบมะละกาตอนเวลา 02.15 น. ในวันที่เครื่องหายไป

ขณะที่ล่าสุด กองทัพอากาศไทยก็เพิ่งจะออกมาเผยว่า เรดาร์ของกองทัพสามารถตรวจจับเครื่องบินที่สูญหายได้ในเวลา 01.28 น. หรือ 8 นาที หลังจากการสื่อสารของ MH370 ถูกปิดลง และพบว่าเครื่องบินได้มุ่งหน้าไปยังช่องแคบมะละกา แต่ที่ทางกองทัพอากาศไม่ยอมออกมาเปิดเผยข้อมูลก่อนหน้านี้เป็นเพราะไม่ได้รับการร้องขออย่างเจาะจง

ด้าน นายเดวิด เลียร์มอนท์ อดีตนักบินและบรรณาธิการด้านปฏิบัติการและความปลอดภัยของสื่อการบินจาก Flightglobal ได้ตั้งประเด็นข้อสงสัยผ่านบล็อกของเขาว่า กองทัพไทยอาจอยู่ในกระบวนการช่วยจัดฉากการปกปิดครั้งมโหฬาร ในการหายไปของเครื่องบิน MH370 เนื่องจากไม่ต้องการเปิดเผยถึงรูรั่วการป้องกันทางอากาศของประเทศ

โดยนายเดวิด ชี้ว่า MH370 อาจจะบินผ่านหลายประเทศในเอเชีย รวมทั้ง ไทย พม่า จีน บังกลาเทศ อินเดีย ปากีสถาน เติร์กเมนิสถาน และอัฟกานิสถาน แต่การที่กองทัพอากาศของชาติเอเชียเหล่านี้ไม่ออกมาเปิดเผยข้อมูล เพราะเกรงว่าหากต้องเปิดเผยว่ามีเครื่องบินแปลกปลอมสามารถบินผ่านน่านฟ้าของประเทศตนโดยที่จับสัญญาณไม่ได้ และไม่สามารถป้องกันได้นั้น จะนำความอับอายครั้งใหญ่มาสู่ประเทศของตน และเป็นที่แน่นอนว่า หาก MH370 มุ่งหน้าขึ้นทางทิศเหนือจะต้องผ่านประเทศที่กล่าวมา และจะต้องมีประเทศใดประเทศหนึ่งที่สามารถตรวจจับเครื่อง MH370 ได้ ซึ่งบางทีกองทัพอากาศของประเทศเหล่านี้ยังไม่มีความสามารถเท่าที่ควรในการรับมือ และไม่ต้องการให้โลกรับรู้ถึงเรื่องนี้

ด้านกองทัพอากาศไทย พล.อ.ท.มณฑล สัฌชุกร โฆษกกองทัพอากาศ ได้กล่าวว่า เรดาร์ของกองทัพที่อยู่ทางใต้สามารถตรวจจับ MH370 ได้ในเวลา 02.14 น. 8 นาที หลังจากเครื่องหยุดการสื่อสาร โดยพบว่าเครื่องหันกลับมุ่งหน้าสู่บัตเตอร์เวอร์ธ ของมาเลเซีย ที่ตั้งอยู่ตรงช่องแคบมะละกา ซึ่งสัญญาณเรดาร์ที่พบนั้นห่างและไม่แสดงถึงข้อมูลใด ๆ รวมถึงหมายเลขเที่ยวบิน

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ท.มณฑล ย้ำว่า ยังไม่เป็นที่ทราบชัดว่าเรดาร์ของไทยสามารถจับสัญญาณ MH370 ครั้งล่าสุดเมื่อไร ส่วนสาเหตุที่กองทัพไทยปล่อยให้เวลาล่วงเลยก่อนออกมาเปิดเผยข้อมูลนี้ เป็นเพราะทางกองทัพไม่ได้ให้ความสนใจต่อสิ่งนี้ เนื่องจากกองทัพอากาศเฝ้าระวังเพียงสิ่งที่คุกคามต่อประเทศเท่านั้น และหากพบสิ่งที่ไม่น่าจะคุกคามต่อประเทศ กองทัพจะเพียงเฝ้าสังเกตการณ์ต่อไป และขอยืนยันว่า MH370 ยังไม่ได้บินล่วงล้ำเข้าน่านฟ้าไทย

พล.อ.ท.มณฑล ยังระบุว่า คำร้องขอจากทางการมาเลเซียในขั้นแรกของการสืบหานั้นไม่ได้บอกเจาะจง แต่หลังจากที่ได้รับการร้องขอต่อมาจาก นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซียแล้ว ทางกองทัพจึงต้องกลับมาหาข้อมูลอีกครั้ง ซึ่งไม่ได้ใช้เวลาหลายวันเพียงแต่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญช่วยยืนยัน

ทั้งนี้ เดลี่เมลออนไลน์ได้ตั้งข้อประเด็นว่า กองทัพไทยพลาดในการเปิดเผยข้อมูลสำคัญซึ่งอาจเป็นการชี้ชะตาของเครื่องบินที่สูญหายไปพร้อมผู้โดยสาร 239 คน ที่อยู่บนเครื่อง ถึงแม้ว่าข้อมูลที่ไทยมีอยู่อาจจะไม่ต่างมากนักจากที่มาเลเซียรับทราบ แต่อย่างหนึ่งที่พบจากเหตุการณ์เครื่องบินสูญหายคือ ปัญหาการแชร์ข้อมูลทางทหารระหว่างกองทัพของประเทศ ที่แม้จะเป็นเพียงแค่ชื่อของเครื่องบินที่สูญหายอย่างกะทันหันก็ตาม


เครดิต กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 19 มี.ค. 14, 18:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เตือนชาวเน็ต ระวังลิงก์ปลอมลวงอ่านข่าว MH370 ดูดข้อมูลส่วนตัว




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก hardwarezone.com.my

เตือนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ระวังลิงก์ปลอม ลวงเข้าไปอ่านข่าวอัพเดทเรื่อง MH370 เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต เผย โจรไซเบอร์เคยลวงดูดข้อมูลชาวเน็ตจากเหตุการณ์ที่เป็นที่สนใจของคนทั่วโลกมาหลายครั้งแล้ว

วันที่ 18 มีนาคม 2557 สำนักข่าวเอเอฟพี มีรายงานว่า เทรนด์ ไมโคร บริษัทด้านความปลอดภัยอินเทอร์เน็ต เตือนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตให้ใช้ความระมัดระวังในการคลิกลิงก์ที่ถูกแชร์มาทางโซเชียลมีเดีย หลังกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ได้ใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์ เครื่องบิน MH370 สายการบินมาเลยเซีย แอร์ไลน์ส หายไป โดยจะลวงให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตคลิกลิงก์ปลอมที่อ้างว่ามีข้อมูลข่าวล่าสุดเกี่ยวกับ MH370 เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต เช่น หมายเลขไอพีแอดเดรส เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการหลอกลวงรูปแบบอื่น ๆ อีกบนเฟซบุ๊ก โดยเหล่าผู้ร้ายไซเบอร์จะลวงให้ผู้ใช้คลิกลิงก์ที่นำไปสู่หน้าเพจซึ่งระบุพาดหัวข่าวว่า "(BREAKING NEWS) Malaysia Plane Crash into Vietnam sea MH370 Malaysia Airlines is found!" และเมื่อผู้ใช้เผลอคลิกเข้าไป พวกเขาก็จะพบกับหน้าเพจปลอมที่ล่อลวงผู้ใช้ให้แชร์ลิงก์วิดีโอก่อน จึงจะสามารถเปิดดูคลิปข่าวปลอมได้ ซึ่งการแชร์คลิปนั้นก็เป็นช่องทางในการแพร่กระจายลิงก์ที่เป็นอันตรายไปสู่ผู้ใช้คนอื่นต่อไป และหลังจากที่แชร์คลิป ผู้ใช้จะถูกขอให้ยืนยันอายุด้วยแบบสำรวจลวง ในขณะที่ข้อมูลส่วนตัวของเราได้ถูกแฮกไปเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ เทรนด์ ไมโคร ยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า อาชญากรไซเบอร์ในลักษณะนี้ยังได้เคยใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมมาก่อนหน้านี้แล้ว เช่น เหตุการณ์ซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนถล่มฟิลิปปินส์ รวมทั้งเหตุการณ์วางระเบิดงานมาราธอนบอสตัน เพื่อล่อลวงผู้ใช้ไปสู่เว็บไซต์ที่เป็นอันตราย


เครดิต กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 19 มี.ค. 14, 18:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก veooz.com, reddit.com

เผยภาพถ่ายจากดาวเทียมพบเครื่องบินปริศนาบินเหนือป่าทึบ ชาวเน็ตตั้งข้อสงสัยอาจเป็น MH370 ขณะที่ชาวบ้านมาเลเซียแจ้งเบาะแสเพิ่มเติม เห็นเครื่องบินบินต่ำกว่าปกติ มุ่งหน้าไปทางทะเลจีนใต้ ส่วนชาวเกาะที่มัลดีฟส์ เผย พบเครื่องบินมีตรามาเลเซีย แอร์ไลน์ส บินต่ำเหนือเกาะ ช่วงเช้ามืดวันที่ 8 มีนาคม

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2557 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า มีการเผยภาพถ่ายที่ได้จากดาวเทียมพบเป็นเครื่องบินสีขาวลำหนึ่งกำลังบินอยู่เหนือป่าทึบ โดยภาพดังกล่าวพบโดยนักศึกษาชาวไต้หวัน และโพสต์ลงในเว็บไซต์เรดดิท เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (16 มีนาคม) ซึ่งที่มาของภาพได้มาจากเว็บไซต์ Tomnod ซึ่งเป็นเว็บไซต์แผนที่ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วมระดมความสามารถในการแกะรอยค้นหาเครื่องบินปริศนาของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการยืนยันถึงความถูกต้องของภาพ รวมทั้งสถานที่ในภาพก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัด


ดาวเทียมจับภาพเครื่องบินปริศนา บินเหนือป่าทึบ สงสัยเป็น MH370

ทั้งนี้ การเผยภาพเครื่องบินปริศนาที่ได้จากดาวเทียมนี้ ออกมาในเวลาเดียวกับการรายงานว่า ชาวบ้านมาเลเซียบางรายรายงานว่าเห็นเครื่องบินของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส บินอยู่เหนือพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ในช่วงเวลาเดียวกับที่มีสันนิษฐานกันว่า MH370 ได้บินกลับลำ โดยชาวบ้านอย่างน้อย 9 คน ซึ่งมีทั้งชาวประมง ชาวไร่ และชาวบ้านทั่วไป จากรัฐกลันตัน ของมาเลเซีย รายงานว่าเห็นแสงสว่างจ้า และได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของเครื่องบิน

นอกจากนี้ ก็ยังมีรายงานจากคนบนเกาะดาลู อะตอล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะมัลดีฟส์ บอกว่าเห็นเครื่องบินที่มีสัญลักษณ์ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส บินในระดับต่ำผิดปกติ ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 8 มีนาคม อันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ MH370 ขาดการติดต่อกับภาคพื้นดินไปแล้ว และยังตรงกับข้อสันนิษฐานที่ว่า อาจมีคนจงใจบังคับให้เครื่องบินให้บินต่ำกว่าระดับเพดานปกติ หลังจากได้ทำการเลี้ยวกลับลำเหนือบริเวณทะเลจีนใต้ แล้วมุ่งหน้าไปทางตะวันตกจากทิศทางเดิม เพื่อใช้สภาพภูมิประเทศโดยรอบเป็นเกราะป้องกันไม่ให้สัญญาณเรดาห์จับคลื่นโซนาร์จากเครื่องบินได้

ขณะที่แหล่งข่าวจากเว็บไซต์นิว สเตรทส์ ไทม์ส ระบุว่า จากการสันนิษฐานแกะรอยเส้นทางการบินของ MH370 หลังขาดการติดต่อไป คาดว่าเครื่องบินบินไปตามเส้นทางที่พื้นที่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งตรงกับรายงานจากชาวบ้านในแถบนั้น ว่าสังเกตเห็นแสงสว่างจ้า และได้ยินเสียงเครื่องบินบินผ่าน ในคืนที่ MH370 ได้หายไป

นายอาลิฟ ฟาตี อับดุล ฮาดิ วัย 29 ปี นักธุรกิจชาวมาเลเซียจากเมืองกัมปุง กาดก ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมาเลเซีย เป็นบุคคลแรกที่ได้แจ้งว่า เขาเห็นแสงสว่างจ้าจากเครื่องบิน ซึ่งบินในระดับต่ำด้วยความเร็วสูงแล่นผ่านไป เมื่อเวลา 01.45 น. โดยทิศทางของมันมุ่งหน้าไปทางทะเลจีนใต้ ในคืนเดียวกับที่เครื่องบินของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส หายไปอย่างเป็นปริศนา

นายอาลิฟ กล่าวว่า เขามั่นใจว่าแสงที่เห็นเป็นแสงจ้าที่เครื่องจะเปิดใช้เพื่อนำทางในยามบินขึ้นหรือลงในเวลากลางคืน และแม้น่านฟ้าบริเวณที่เขาอยู่ จะเป็นทางบินที่เครื่องบินบินผ่านกันเป็นปกติ แต่แสงที่เขาเห็นในคืนนั้นกลับมุ่งหน้าไปในทิศทางที่ต่างจากที่เคยเห็นมา และมันหายลิบไปหลังแนวยอดต้นมะพร้าว ต่างจากปกติที่เขาจะเห็นแสงของเครื่องบินอยู่สูงลิบ ๆ ไกลตา

นอกจากนายอาลิฟ ก็ยังมีเบาะแสจากนายอาซิด อิบราฮิม ชาวประมงวัย 55 ปี ที่บอกว่าเขาเห็นแสงจ้าจากเครื่องบินบินอยู่เหนือหัวเมื่อเวลา 1.30 นาฬิกา ของคืนวันที่ 8 มีนาคม เป็นแสงจ้าดวงใหญ่เหมือนบินอยู่ต่ำกว่าเมฆ ทั้งที่แสงจากเครื่องบินปกติจะอยู่ไกลออกไปมองคล้ายกับดวงดาวที่กำลังเคลื่อนที่ โดยแสงนั้นอยู่ห่างจากเขา 100 ไมล์ ลงไปทางใต้

เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลจากทั้งสองราย ประกอบกับหากแสงจากเครื่องบินลำนั้นเป็น MH370 จริง แสดงว่ามีการเปลี่ยนเส้นทางการบินไปทางเหนือ แทนที่จะมุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงเหนือตามเส้นทางบินปกติ


เครดิต กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 19 มี.ค. 14, 19:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดาวเทียมจับภาพเครื่องบินปริศนา บินเหนือป่าทึบ สงสัยเป็น MH370



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 20 มี.ค. 14, 17:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ออสเตรเลียระบุ พบ “วัตถุต้องสงสัย” ในทะเล คล้ายถังเชื้อเพลิงสำรองของ “MH370” ที่หายไป
ออสเตรเลียระบุ พบ “วัตถุต้องสงสัย” ในทะเล คล้ายถังเชื้อเพลิงสำรองของ “MH370” ที่หายไป
เอเอฟพี - ออสเตรเลียออกมาแถลงในวันนี้ (19 มี.ค.) ว่า พบวัตถุ 2 ชิ้นในทะเล ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ว่า อาจเป็นชิ้นส่วนเครื่องบินเที่ยว MH370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ที่หายไป นับเป็นเบาะแสที่อาจช่วยฝ่าทางตันในภารกิจค้นหาอากาศยานพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวม 239 ชีวิต ที่ดำเนินมาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว

นายกรัฐมนตรี โทนี แอ็บบอตต์ แห่งออสเตรเลีย กล่าวกับรัฐสภาออสเตรเลียว่าพบ “ข้อมูลใหม่ที่เชื่อถือได้” ชิ้นนี้จากภาพถ่ายดาวเทียม และในตอนนี้เครื่องบินตรวจการณ์พิสัยไกล 4 ลำก็กำลังมุ่งหน้าไปตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยเหล่านี้ในมหาสมุทรอินเดียแล้ว

"แอ็บบอตต์กล่าว “ภายหลังที่ผู้เชี่ยวชาญพิเศษได้นำภาพถ่ายจากดาวเทียมไปวิเคราะห์ ก็พบว่ามีวัตถุสองชิ้นที่อาจเป็นสิ่งที่เรากำลังตามหา”

องค์การความปลอดภัยด้านการเดินเรือออสเตรเลีย (AMSA) ระบุว่า กำลังดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ขนาดกว้างใหญ่ไพศาลอย่างละเอียด ภายหลังที่การวิเคราะห์ภาพถ่ายจากดาวเทียมพบวัตถุปริศนาที่มีลักษณะใกล้เคียงกับ "ถังน้ำมันเชื้อเพลิงสำรอง" ของเที่ยวบิน MH370

เครื่องบินโบอิ้ง 777-200ER ได้อันตรธานหายไปในวันที่ 8 มีนาคม ภายหลังออกจากท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยขาดการติดต่อระหว่างบินเหนือทะเลจีนใต้เพื่อมุ่งหน้าไปยังกรุงปักกิ่ง

ข้อมูลคร่าวๆ จากเรดาร์และดาวเทียมจุดประกายให้ พนักงานสืบสวนเสนอให้ดำเนินปฏิบัติการค้นหาเป็น 2 เส้นทาง คือเส้นทางใต้ที่เริ่มตั้งแต่มหาสมุทรอินเดียลงไปสิ้นสุดที่ออสเตรเลีย และเส้นทางเหนือนับตั้งแต่เอเชียใต้ขึ้นไปจรดเอเชียกลาง

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า เที่ยวบิน MH370 น่าจะบินไปตามเส้นทางเหนือทะเลทางใต้มากกว่า โดยชี้ว่าเครื่องบินลำนี้ไปไม่น่าจะเล็ดรอดพ้นผ่านระบบตรวจจับสัญญาณของประเทศนับสิบ ในเส้นทางบินทางเหนือไปได้

อย่างไรก็ตาม ภารกิจค้นหาระดับนานาชาติอันยืดเยื้อครั้งนี้ ต้องเผชิญเบาะแสเท็จมากมาย นายกรัฐมนตรี แอ็บบอตต์จึงพยายามไม่ตั้งความหวังไว้มากนัก

ออสเตรเลียระบุ พบ “วัตถุต้องสงสัย” ในทะเล คล้ายถังเชื้อเพลิงสำรองของ “MH370” ที่หายไป

ที่มา: http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9570000031609


โพสจัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ข้อมูล ปิดบัง 370 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม