หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: หลากทัศนะอาจารย์-นักศึกษารางวัลหัวกะทิอัมพวา  (อ่าน 72 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 15 ธ.ค. 14, 14:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
หลากทัศนะอาจารย์-นักศึกษารางวัลหัวกะทิอัมพวา
คุณค่าอาหารไทยในเวทีอินเตอร์


ต้นตำรับความอร่อยของรสชาติอาหารแบบไทยๆเป็นที่เลื่องลือ ขึ้นชื่อมาช้านาน ด้วยไม่เพียงจะถูกลิ้นเฉพาะคนในชาติ แต่ปัจจุบันอาหารไทยติดอันดับสุดยอดเมนูรสเด็ดแสนอร่อยที่สุดในโลก ยิ่งไปกว่านั้นทุกเมนูชื่อดังที่ได้รับการยกย่องจากครัวโลกนั้นมี "กะทิ" เป็นวัตถุดิบหลักสำคัญที่ช่วยชูเอกลักษณ์และคุณค่าของอาหารประจำชาติไทย
เมนูจำนวนมากทั้งคาวและหวานของอาหารไทยมีส่วนผสมสำคัญของกะทิแทบจะขาดไม่ได้ นั่นเพราะอาหารจะอร่อย หอม หวาน มัน ก็อยู่ที่กะทิ บริษัท เอเชียติคอุตสาหกรรมเกษตร จำกัด ในฐานะผู้ผลิตกะทิและน้ำมะพร้าวเพื่อการส่งออกรายใหญ่ของประเทศ เจ้าของผลิตภัณฑ์กะทิสำเร็จรูป "อัมพวา" ต้องการส่งเสริมให้คนไทยรัก ตระหนักและภูมิใจในอาหารไทย โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่จึงจัดกิจกรรมการแข่งขันคิดสูตรอาหารไทยจากหัวกะทิอัมพวาครั้งที่ 2 ขึ้น เพื่ออนุรักษ์และต่อยอดไอเดียสร้างสรรค์ในคิดค้นสูตรอาหารไทยใหม่ๆ ให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้น โดยได้รับความสนใจจากนักศึกษาส่งผลงานเข้าร่วมแข่งขันเป็นจำนวนมาก
นายณัฐพล วิสุทธิไกรสีห์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชียติคอุตสาหกรรมเกษตร จำกัด เปิดเผยว่าในปีนี้มีผลงานอาหารไทยสูตรใหม่ๆจากการคิดค้นของน้องๆนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ความรักในอาหารไทยผสมผสานเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว พอเหมาะ ซึ่งแต่ละเมนูล้วนแต่มีความน่าสนใจและดึงดูดให้อยากทดลองทานได้ไม่ยาก ซึ่งยากและสร้างความลำบากใจให้กับคณะกรรมการในการคัดเลือกเป็นอย่างมาก แต่ในที่สุดเราก็ได้ผลงานที่ผ่านเข้ารอบทั้งสิ้น 32 สูตร จากผลงานทั้งสิ้น 94 ผลงาน โดย 32 สูตรอาหารไทยนี้จะถูกนำไปรวบรวมตีพิมพ์เป็นหนังสือ Cook Book เพื่อเผยแพร่ผลงานของน้องๆจากการคิดสูตรอาหารไทยที่มีส่วนผสมของกะทิอัมพวาและนำไปมอบให้กับร้านอาหารเพื่อสามารถนำสูตรอาหารไปปรุงต่อยอดความแปลกใหม่ของรสชาติอาหารไทยต่อไปและจากนั้นคัดเหลือเพียง 9 ทีมเพื่อมาแข่งขันหาผู้ชนะเป็นสุดยอดหัวกะทิด้านอาหารไทย
อาจารย์มยุรี ชมภูงาม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ กล่าวว่าโครงการประกวดสูตรอาหารไทยด้วยกะทิอัมพวาถือเป็นโครงการที่ดีในการเปิดโอกาสให้กับเด็กรุ่นใหม่ให้เห็นคุณค่าอาหารประจำชาติ ฝึกประสบการณ์ และรักในความเป็นไทยของเรา อีกทั้งยังเป็นการคิดสร้างสรรค์ไอเดียสูตรอาหารไทยให้มีความทันสมัย มีรูปลักษณ์ที่น่าสนใจยิ่งขึ้นแต่ไม่ทิ้งรสชาติความเป็นไทย นอกจากนี้เชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติที่ไม่ดีเกี่ยวกับการกินกะทิของเด็กรุ่นใหม่และชาวต่างชาติ ที่มองว่ากะทิกินแล้วไม่ดีกับร่างกาย อ้วน เพราะแท้จริงแล้วกะทิมีสารอาหารและวิตามินต่างๆที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย ไม่เช่นนั้นคนในสมัยโบราณคงไม่หยิบเอากะทิมาเป็นวัตถุดิบหลักในการประกอบอาหารและยืนยาวเป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน
ด้านอาจารย์ปัทยา หิรัญโญภาสและอาจารย์จิราพร วีณุตตรานนท์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา บอกว่ารู้สึกดีใจที่มีการจัดโครงการดีๆมีประโยชน์ให้กับเยาวชนได้ใช้ความรู้ความสามารถที่เล่าเรียนมาลองฝึกในสนามจริง ช่วยฝึกการบริหารเวลา การแก้ไขปัญหาและได้สร้างสรรค์เมนูจากวัตถุดิบใหม่ๆ เป็นประโยชน์อย่างมากต่อนักศึกษาและวงการอาหารไทยในการอนุรักษ์ สืบทอดเอกลักษณ์รสชาติของอาหารไทย และเป็นการเพิ่มทางเลือกในการทำอาหารไทยให้มีตัวช่วย เพิ่มความสะดวกสำหรับพ่อครัวแม่ครัวรุ่นใหม่ในการคัดสรรวัตถุดิบหลักอย่างกะทิ ที่เพียงแค่หยิบใช้กะทิอัมพวาก็ได้รสชาติ ความเข้มข้นเทียบเท่าไม่แพ้การใช้กะทิสด
ขณะที่ นางสาวปิยาภัทร บูรณ์เจริญ อายุ 21 ปี ผู้เข้าแข่งขันตำแหน่งผู้ช่วยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต บอกว่า ติดตามและร่วมเข้าประกวดโครงการนี้ตั้งแต่ปีแรก เพราะต้องการหาประสบการณ์จริงในการแข่งขันทำอาหาร โดนไอเดียในการคิดสูตร "สามเกลอเที่ยว(กะทิ)อัมพวา"มาจาก วรดนย์พ่อครัว ที่ประยุกต์อาหารไทยขึ้นชื่ออย่าง แกงเขียวหวาน มัสมั่นไก่ พะแนง ซึ่งมีวัตถุหลักจากกะทิแถมรสชาติอร่อยมารวมกัน และเมื่อนำกะทิอัมพวามาใช้ก็เพิ่มความสะดวกในการปรุงให้ง่ายขึ้น เนื่องจากประหยัดเวลาในการคั้น มีความเข้มข้นเท่ากะทิสด แถมรสชาติจากกะทิอัมพวามีความกลมกล่อมไม่ต้องปรุงรสเพิ่ม
นายธรรมนาถ หวานเสร็จ อายุ 20 ปี ผู้เข้าแข่งขันจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งเผยว่าสนใจเข้าร่วมการแข่งขันเพราะอยากทดลองปรุงอาหารจากวัตถุดิบใหม่อย่างกะทิอัมพวา โดยจากการใช้พบว่ากะทิตราอัมพวานอกจากจะมีพลังงานน้อยกว่ากะทิตัวอื่นแล้ว รสชาติที่ได้ยังเข้มข้น หอมมัน และคุณสมบัติพิเศษอีกข้อที่พบก็คือแตกมันช้า เหมาะกับการทำขนมอย่างมาก
"สำหรับสูตรอาหารไทยที่คิดเพื่อเข้าแข่งขันมีชื่อว่า "ล่องเรือหารักกะทิอัมพวา" โดยได้ไอเดียมาจากชื่ออำเภออัมพวาที่เป็นชื่อของผลิตภัณฑ์กะทิเจ้าของโครงการ จึงมีความคิดว่าจะเอาวัตถุดิบอื่นๆที่ขึ้นชื่อจากแหล่งเดียวกันมาประยุกต์ใช้ในเมนู อาทิปลาทูแม่กลอง น้ำตาลปี๊บ กะปิ มาผสมผสานเป็นเมนูอาหารที่เข้ากันได้อย่างลงตัว"
นายนัฐกัณฑ์ ใจเตี้ย มหาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ผู้ชนะเลิศโครงการสูตรอาหารไทยจากหัวกะทิอัมพวาครั้งที่ 1 เล่าว่าประทับใจในโครงการของบริษัทเอเซียติคฯ ที่เปิดโอกาสกับนักศึกษาได้แสดงความสามารถด้านการทำอาหาร ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับก็คือประสบการณ์ที่ไม่อาจประเมินค่าได้ และความรู้ต่างๆที่นำเอามาฝึกฝนและพัฒนาตัวเองต่อไป อีกทั้งการมีสูตรอาหารไทยใหม่ๆยังเป็นการต่อยอดไปสู่ระดับนานาชาติ และการมีกะทิอัมพวาสำเร็จรูปทำให้การทำอาหารสะดวกรวดเร็วขึ้น ประกอบกับรสชาติที่อร่อย กลิ่นหอม และความเข้มข้นดีกว่ากะทิกล่องที่ขายตามท้องตลาด จึงทำให้อาหารที่ปรุงขึ้นอร่อยถูกปากคนไทย
///////////////////////////////////////////////////////////////


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  รางวัลหัวกะทิอัมพวา  บริษัท เอเชียติคอุตสาหกรรมเกษตร จำกัด 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม