หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ไทรอยด์เป็นพิษ จุดเสี่ยงเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม  (อ่าน 47 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 3 เม.ย. 15, 11:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 


“ต่อมไทรอยด์” มีหน้าที่สร้างและหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์ออกไปสู่กระแสเลือด เพื่อกระตุ้นให้การทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายเป็นไปอย่างปกติ หากวันใดเจ้าต่อมเล็กๆ นี้ทำงานมากหรือน้อยเกินไปก็จะส่งผลกระทบต่อร่างกายเป็นอย่างมาก กล่าวได้ว่าแม้จะเป็นอวัยวะขนาดเล็ดจุดหนึ่งในร่างกายแต่ก็นับเป็นตัวแปรสำคัญของการทำงานทั้งระบบเลยทีเดียว ซึ่งความผิดปกติที่เรามักพบได้บ่อยก็คือโรคไทรอยด์เป็นพิษนั่นเอง

สาเหตุของโรค


โรคนี้เกิดจากการที่ต่อมไทรอยด์ทำงานหนักมากเกินไป ทำให้ต่อมใต้สมองไม่สามารถควบคุมการหลั่งของฮอร์โมนได้ จึงเกิดการหลั่งไทรอยด์ออกมาสู่กระแสเลือดจำนวนมากโดยทั้งนี้ไม่อาจทราบสาเหตุได้แน่ชัด แต่จากการศึกษาพบบางปัจจัยที่เกี่ยวข้อง คือ เพศ สังเกตจากเพศหญิงมีโอกาสเกิดอาการมากกว่าเพศชายราว 4-8 เท่า นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ได้อีกด้วย

ลักษณะอาการ

โดยทั่วไปเมื่อเกิดโรคสามารถเห็นอาการภายนอกคือต่อมบริเวณลำคอมีขนาดโตขึ้น หากสัมผัสจะรู้สึกถึงความนุ่มหยุ่น เมื่อฟังเสียงอย่างใกล้ชิดจะได้ยินเสียงคล้ายเสียงฟู่เนื่องจากมีเลือดไปเลี้ยงบริเวณนี้มากกว่าปกติ ผู้ป่วยจะรู้สึกอ่อนเพลีย เนื่อยง่าย เกิดภาวะนอนไม่หลับ มือสั่น ขี้ร้อน มีอารมณ์หงุดหงิดง่าย พร้อมกันนี้อาจน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนในบางรายอาจกล้ามเนื้อ่อนแรง แขนขาไม่มีแรง กลืนอาหารหรือน้ำลำบาก ร่วมกับภาวะอัมพาตชั่วคราว

สัญญาณเตือนที่สังเกตได้

ทานอาหารได้ตามปกติแต่น้ำหนักกลับลดลงเรื่อยๆ
เหนื่อยง่าย ใจสั่น ขี้ร้อน รู้สึกหงุดหงิดงุ่นงาน
สำหรับผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการอื่นๆ เช่น เคืองตาหรือตาบวม

การรักษา

หากพบว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการของโรคควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพราะหากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย เกิดลิ่มเลือดอุดตันจนทำให้สมองเป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาต เป็นต้น สำหรับการรักษามี 3 วิธี ดังนี้

1. การรับประทานยาเม็ดเพื่อควบคุมการทำงานของต่อมไทรอยด์ วิธีนี้ต้องรักษาต่อเนื่องโดยใช้ยาติดต่อกันตั้งแต่ 1-3 ปีแล้วแต่กรณี ต้องรับประทานยาตรงเวลาเป็นประจำ หากหยุดทานยาอาจกลับมาเกิดภาวะเป็นพิษได้อีก ที่สำคัญคือต้องหมั่นสังเกตอาการข้างเคียงอื่นๆหากพบว่ามีสิ่งปกติต้องรีบบอกแพทย์ทันที

2. การตัดต่อมไทรอยด์ส่วนที่มีปัญหาออก วิธีนี้เห็นผลเร็วกว่าการกินยา เหมาะที่จะใช้ในผู้ป่วยที่ขนาดต่อมบริเวณคอโตมาก หรือมีลักษณะเป็นก้อนรวมอยู่ด้วย แต่ก็มีข้อเสียคือจะทำให้ต่อมส่วนที่เหลือสร้างฮอร์โมนไม่เพียงพอต่อความต้องการ อาจต้องกินยาฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อทดแทนไปตลอดชีวิตรวมถึงอาจส่งผลให้มีเสียงแหบได้

3. การกินน้ำแร่ผสมสารกัมมันตรังสีไอโอดีน 131 ซึ่งสารนี้จะไปสะสมที่บริเวณต่อมไทรอยด์แล้วทำการปล่อยรังสีเพื่อทำลายจุดที่เกิดโรคให้หายจากภาวะเป็นพิษ การเลือกใช้วิธีกินรังสีเหมาะกับผู้ที่รักษาด้วยยาไม่ได้ผลหรือในผู้ป่วยอายุมาก แต่ข้อควรระวังคือห้ามใช้การกินรังสีในหญิงที่กำลังตั้งครรภ์


ผู้ที่มีอาการของโรคไม่ควรตระหนกตกใจ แต่ควรคุมสติทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงติดตามผลการรักษาอยู่เสมอไม่ว่าจะใช้วิธีรักษาแบบใดก็ตาม นอกจากนี้อย่าลืมดูแลตนเองในเบื้องต้นก็จะทำให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงเป็นปกติได้


ที่มา... healthydeejung.com
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  ไทรอยด์เป็นพิษ  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม