หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เครือข่ายลูกหนี้จี้คลังสอบ ‘เงินติดล้อ’ แห่แจ้งความโขกดอกเบี้ยสูงเกิน  (อ่าน 44 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 17 ก.ค. 18, 09:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม แหล่งข่าวจากเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์ลูกหนี้ เปิดเผยว่า แม้กระทรวงการคลังจะเตรียมร่างกฎหมายควบคุมผู้ให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ แต่ปรากฏว่า บริษัท เงินติดล้อ จำกัด ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อและจำนำทะเบียนรถรายใหญ่ออกแคมเปญใหม่เป็นสินเชื่อรายย่อยนาโนไฟแนนซ์ควบสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ แต่จากการตรวจสอบสัญญาเงินกู้จำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ของลูกจ้างรายหนึ่งในองค์กรของรัฐที่ทำสัญญากับบริษัทพบว่า บริษัทนำเอาแบบฟอร์มที่อ้างว่าเป็นการปล่อยสินเชื่อช่วยคนมีรถที่อ้างว่าเป็นสินเชื่อรายย่อยนาโนไฟแนนซ์ให้ลูกหนี้กรอกข้อความเพื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์อีกต่อ โดยให้ลูกหนี้ผ่อนชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าวตามอัตราดอกเบี้ยที่กำหนด ทั้งยังให้ลูกหนี้เซ็นโอนลอยหลักประกันไว้ด้วย

แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากนี้ บริษัทยังประกาศอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อรถและจำนำทะเบียนใหม่มีผลเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยสินเชื่อเช่าซื้อแบบโอนกรรมสิทธิ สำหรับรถจักรยานยนต์ ดอกเบี้ยคงที่ 1.50% ต่อเดือนหรือเทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยจริง 31.72% ต่อปี ส่วนรถเก๋ง กระบะ รถตู้ รถบัสหรือรถบรรทุก อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1-1.75% ต่อเดือน (แล้วแต่ปีรถ) เทียบเท่าดอกเบี้ยจริง 21.46%-36.74% ต่อปี รถไถ รถแทรกเตอร์ ดอกเบี้ย 1.25-1.75% ต่อเดือน เทียบเท่าดอกเบี้ยจริง 26.62-36.74% ต่อปี ส่วนสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือ 2 ดอกเบี้ยคงที่ 0.85% ต่อเดือนเท่ากับดอกเบี้ยจริง 18.32% ต่อปี สำหรับการซื้อจากดีลเลอร์ 2% ต่อเดือนเทียบเท่าดอกเบี้ยจริง 41.70% ต่อปี แต่หากเป็นสินเชื่อรถแบบไม่โอนทะเบียนภายใต้สัญญาเงินกู้ สำหรับรถเก๋ง รถกระบะ รถตู้หรือรถบรรทุก ดอกเบี้ย 0.68% ต่อเดือน เทียบเท่าดอกเบี้ยจริง 14.74% ต่อปี

"ไม่รู้ว่าเป็นการดำเนินการปล่อยกู้ตามใบอนุญาตใดกันแน่ เพราะหากเป็นนาโนไฟแนนซ์ที่ให้คิดดอกเบี้ยได้ถึง 36% นั้น ต้องเป็นเงินกู้ไร้หลักประกัน ไม่ใช่ใช้ทะเบียนรถเป็นหลักประกัน แต่หากเป็นสัญญาเช่าซื้อต้องดำเนินการตามประกาศว่าด้วยสัญญาของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ด้วย ขณะที่หากเป็นการปล่อยสินเชื่อที่มีการเรียกหลักประกันหรือบังคับให้ลูกหนี้เซ็นโอนลอยหลักประกัน ต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 ที่ให้คิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมไม่เกิน 15% ดังนั้น กระทรวงการคลังต้องเร่งตรวจสอบก่อนประชาชนจะถูกเอาเปรียบไปมากกว่านี้" แหล่งข่าวกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ลูกนี้สินเชื่อของบริษัทเงินติดล้อหลายรายทยอยเข้าแจ้งความกับตำรวจในหลายพื้นที่ อาทิ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี และ สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ เพื่อให้ดำเนินคดีกับบริษัทฐานปล่อยกู้ขัด พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา โดยพนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย ส่งหมายเรียกไปยังกรรมการบริษัท เงินติดล้อ และพนักงานรวม 7 ราย ให้มาสอบปากคำในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในบันทึกแจ้งความระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทเงินติดล้อไม่ได้เป็นสถาบันการเงินตาม พ.ร.บ.สถาบันการเงิน พ.ศ.2551 ที่จะคิดดอกเบี้ยได้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่เป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับ อันเป็นสินเชื่อที่ไม่มีทรัพย์เป็นหลักประกัน ซึ่งสามารถเรียกดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการหรือค่าธรรมเนียมใดๆ รวมกันไม่เกินร้อยละ 28 ต่อปี และแม้บริษัทจะได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (นาโนไฟแนนซ์) โดยปล่อยกู้ให้รายย่อยได้ไม่เกินรายละ 100,000 บาท และเรียกดอกเบี้ย ค่าบริการต่างๆ รวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 36 ต่อปี แต่สินเชื่อดังกล่าวไม่รวมการการจำนำรถจักรยานยนต์ ” ดังนั้น การที่บริษัทปล่อยเงินกู้ให้แก่ลูกหนี้โดยเรียกทรัพย์ค้ำประกันด้วย จึงไม่เข้าเกณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับตามประกาศ ธปท.แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประกอบพ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราพ.ศ.2560 ที่ห้ามมิให้เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดคือร้อยละ 15 ต่อปี” ใบบันทึกแจ้งความระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากการสอบสวนพบว่าบริษัท เงินติดล้อ มีความผิดจริง จะมีผู้เสียหายหลายแสนคน มูลค่ารวมหมื่นกว่าล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ ศาลจังหวัดตลิ่งชั่น จะเปิดการไต่สวนฟ้องแบบกลุ่มกรณีลูกหนี้รวมตัวกันยื่นฟ้องบริษัทเมืองไทยแคปปิตอล จำกัด หรือบริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัดเดิม กรณีปล่อยเงินกู้ขัดกฏหมาย ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราด้วย เป็นอีกกรณีของการยื่นฟ้องแบบกลุ่มของลูกหนี้

ที่มา : https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1045670

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม