หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: วิธีการส่งเสริมพัฒนาการให้เด็กฉลาดขึ้น  (อ่าน 7 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 24 ม.ค. 19, 17:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เด็กเป็นวัยที่สามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและจำได้นาน โดยเฉพาะช่วงวัย ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปจนถึง 15 ปี ถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่สุดในการวางรากฐานการเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะประสบการณ์จากช่วงวัยนี้จะมีผลต่อช่วงวัยทำงานและวัยผู้ใหญ่ด้วย เด็กวัยนี้ควรได้รับความอบอุ่นและเผชิญกับโลกที่สวยงาม เต็มไปด้วยความดีงาม เพราะหากเด็กได้รับความอบอุ่นจะมองโลกในแง่บวก ส่วนในการเรียนรู้ของเด็กปล่อยให้เป็นไปตามพัฒนาการทางสติปัญญา ตามช่วงวัย ไม่ควรที่จะเร่งให้เด็กมีพัฒนาการจากขั้นหนึ่งไปสู่อีกขั้นหนึ่งเร็วเกินไป หากต้องการช่วยให้เด็กพัฒนาไปอย่างรวดเร็วหรืออยากให้ เด็กฉลาด มากยิ่งขึ้น เหล่าคุณพ่อ คุณแม่ ก็สามารถทำได้แต่ต้องไม่กดดันเด็กจนเกินไป เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงได้นำเคล็ดลับการสร้างพัฒนาการให้ เด็กฉลาด ขึ้นมาฝากค่ะ

วิธีช่วยสร้างพัฒนาการให้ เด็กฉลาด ขึ้น

1. เรียนดนตรี
เหตุผล คือ ดนตรีทำให้ เด็กฉลาด ขึ้น งานวิจัยเผยว่าเด็กที่อยู่ในกลุ่มเรียนดนตรีจะมีระดับไอคิวที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเด็กที่ไม่ได้เรียนดนตรี แม้ว่าผลที่เกิดขึ้นจะเล็กน้อย แต่เมื่อวัดจากคะแนนสอบต่างๆ แล้ว ก็ถือว่ามีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จด้านวิชาการ แถมการฝึกเล่นดนตรียังเป็นประโยชน์ต่อคนทุกวัยด้วย

2.การออกกำลังกาย
การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียน จากการวิจัยที่ระบุว่าหลังจากออกกำลังกาย เด็กจะจดจำคำศัพท์ใหม่ได้เร็วขึ้นถึง 20% นอกจากนี้ การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมองส่วนความจำและการเรียนรู้ถึง 30% ด้วย

3. อ่านหนังสือกับลูก
เด็กฉลาด จำเป็นต้องมีทักษะในการอ่าน แต่พ่อแม่จะต้องอ่านหนังสือพร้อมไปกับคุณลูก ไม่ใช่นั่งอ่านให้ลูกฟังโดยที่ลูกไม่ได้มองหนังสือเลย

4. การอดนอนทำให้เด็กโง่
การสูญเสียเวลานอนเพียง 1 ชม. ก็เท่ากับสูญเสียเวลาการเติบโตทางสติปัญญาและพัฒนาการไปถึง 2 ปี โดยจากข้อมูลสำรวจของ Wahlstrom ในนักเรียนมัธยมปลาย 3,000 คน ในโรด ไอส์แลนด์ เด็กมัธยมปลายที่ได้เกรด A มีเวลานอนเฉลี่ยมากกว่าเด็กที่ได้เกรด B ประมาณ 15 นาที และเด็กเกรด B มีเวลานอนเฉลี่ยมากกว่าเด็กเกรด C ประมาณ 15 นาที เช่นกัน

5. ไอคิวสำคัญน้อยกว่าวินัยในตนเอง
เด็กที่มีวินัยและความตั้งใจจะมีแววประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าเด็กที่มีไอคิวสูง เพราะเด็กที่มีวินัยจะไม่วอกแวกและใช้เวลาไปกับเรื่องไร้สาระ ทำให้เราสามารถคาดการณ์ประสิทธิภาพด้านวิชาการในอนาคตได้ ในขณะที่ไอคิวทำไม่ได้ ยิ่งกว่านั้น มโนธรรมหรือความรู้สึกรับผิดชอบยังมีความสำคัญต่อเกรดมากกว่าความฉลาด คนที่มีมโนธรรมสูงจะได้เกรดดีกว่าทั้งในโรงเรียนและในระดับมหาวิทยาลัย ประกอบอาชญากรรมน้อยลง

6. การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ต้องลงมือทำอย่างต่อเนื่อง
สมองของคนเราจะพัฒนาได้โดยการลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ไม่ใช่แค่การฟัง นี่คือเหตุผลที่การมีทักษะหลายอย่างดีกว่าใช้เวลาไปกับการทำแบบทดสอบ แทนที่จะค่อย ๆ ลงมือทำและซึมซับทักษะเหล่านี้

7. รับประทานอาหารในเวลาที่ถูกต้อง
พ่อแม่ย่อมต้องการให้ลูก ๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อยู่แล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า อาหารเสียสุขภาพอย่างคาเฟอีนและน้ำตาล ที่จริงแล้วก็มีประโยชน์เช่นกัน หากให้เด็กรับประทานในเวลาที่เหมาะสม เพราะคาเฟอีนและน้ำตาลจะช่วยกระตุ้นสมอง รักษาความสนใจและการทำงานของกระบวนการจำ และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการใส่ใจ โดยสามารถให้เด็กรับประทานคาเฟอีนเป็นรางวัลขณะที่เรียนหรือต้องการพักผ่อนได้

8. เด็กที่มีความสุข = เด็กที่ประสบความสำเร็จ
ความสุขเป็นข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นสิ่งที่ชี้วัดประสิทธิภาพของมนุษย์ โดยเฉลี่ยแล้ว คนที่มีความสุขมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จทั้งเรื่องงานและความรักมากกว่าคนที่ไม่มีความสุข

9. สิ่งแวดล้อมของเด็ก ๆ ก็สำคัญ
โดยทั่วไปแล้ว เด็ก ๆ จะไม่มีนิสัยหรือสติปัญญาเหมือนพ่อแม่ แต่สิ่งที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็กจริง ๆ ก็คือสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเพื่อนร่วมห้อง การเรียนในโรงเรียนที่วิชาการเข้มแข็ง แม้ว่าจะมีความกดดัน แต่ในแง่หนึ่งก็จะช่วยให้ลูกมีเพื่อนที่ตั้งใจเรียน โดยจากการวิจัยในนักศึกษาของ Dartmouth College ระบุว่าเมื่อนักศึกษาที่เรียนไม่เก่งได้รูมเมตเป็นเด็กเรียนเก่ง ก็จะมีเกรดเฉลี่ยที่ดีขึ้น เพราะได้ซึมซับพฤติกรรมการเรียนจากรูมเมตนั่นเอง

10. เชื่อมั่นในตัวลูก
แค่เชื่อว่าลูกของคุณเก่ง ก็สร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากมายแล้ว เนื่องจากเป็นการสร้างกำลังใจและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เด็ก โดยจากการทดสอบของโรเซนธัลและเลนอร์ จาคอบสัน ที่ให้ครูบอกนักเรียนว่านักเรียนเป็นเด็กฉลาดกว่าที่คิด นักเรียนเหล่านั้นจะทำคะแนนได้ดี ไม่ว่าจะสุ่มหรือไม่ได้สุ่มบอกก็ตาม โดยในช่วงจบการศึกษา เด็กราว 30% มีคะแนนเฉลี่ยไอคิวเพิ่มถึง 22 คะแนน และเกือบทุกคนมีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10 คะแนน

ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการที่จะช่วยให้ เด็กฉลาด ขึ้นได้ในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ คุณพ่อ คุณแม่ ต้องไม่บังคับลูกจนเกินไป ต้องให้ลูกสมัครใจที่จะทำด้วย เพราะถ้าหากบังคับลูกทำในสิ่งที่ลูกไม่ชอบหรือไม่อยากทำ ผลรับที่ได้อาจจะได้ผลเสียมากกว่าผลดีนะคะ

#เด็กฉลาด
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  เด็กฉลาด 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม