หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: SEAC จับมือ Simplilearn อัพสกิลทักษะดิจิตอลคนไทย  (อ่าน 3 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 15 ม.ค. 20, 11:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

SEAC ชูทักษะ Digital Skills 4.0 หัวใจสำคัญของการอยู่รอดยุคดิสรัปชั่น จับมือ Simplilearn ผู้นำในการสร้าง Digital Academy ระดับโลก นำเข้าหลักสูตรชั้นนำเร่งรีสกิลและอัพสกิลคนไทย
SEAC (เอสอีเอซี) ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน ตอกย้ำ “การเรียนรู้” สามารถเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในทุกช่วงอายุ ภายใต้ Lifelong Learning Concept เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการพัฒนาทักษะและความสามารถของคนด้วยการรีสกิล (Reskill) และอัพสกิล (Upskill) เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ทรงประสิทธิภาพสู่หนทางความสำเร็จในระยะยาว ล่าสุดร่วมมือ Simplilearn สถาบันผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกในการฝึกอบรม Digital Skills 4.0 นำเข้าหลักสูตรที่เสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและใช้ชีวิตในโลกยุคดิจิตอลที่หลากหลายและครอบคลุมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ อาทิ DevOps, Lean Six Sigma, Digital Marketing, Advanced SEO, Advanced Digital Marketing, Advanced Social Media, Agile Scrum Master, Apache Kafka, Apache Cassandra, Apache Spark & Scala, Data Science and Analytics, Data Hadoop, Machine Learning, Power BI และอื่นๆ อีกมากมาย ผ่านการเรียนรู้บนโมเดล YourNextU รวมทั้งห้องเรียนเสมือนจริงออนไลน์ Live Virtual Session และการนำเสนอโซลูชั่น ที่เฉพาะเจาะจงต่อความต้องการของแต่ละองค์กร (Customized Solution) เพื่อเร่งสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางโลกยุคดิสรัปชั่น
นางอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC (Southeast Asia Center) ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “SEAC เชื่อเสมอว่าการที่ประเทศไทยได้เปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) โดยในปีนี้มีมูลค่าเศรษฐกิจดิจิตอลกว่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือถือเป็นอันดับสอง ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย และมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้องค์กรใหญ่ๆ ต้องรีบลุกขึ้นมาปรับตัวทำเรื่อง Digital Transformation อีกทั้งเมื่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตและธุรกิจในทุกแง่มุมอย่างปฏิเสธไม่ได้ เราจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตอยู่กับ Digital Transformation ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาความเข้าใจเทคโนโลยี ตีความ และประยุกต์ใช้งานได้ (Digital Literacy) และการพัฒนาทักษะในการใช้งานเทคโนโลยีเพื่อทำให้การทำงานของเราดีขึ้น สะดวกขึ้น สิ่งสำคัญคือ เราต้องเตรียมความพร้อมให้ตัวเองและธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างไม่มีสะดุด ล่าสุด SEAC ได้ร่วมมือกับ Simplilearn สถาบันผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกในการฝึกอบรม Digital Skills 4.0 ด้วยรูปแบบการเรียนรู้ ที่เป็นเอกลักษณ์ ผสมผสาน และมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์ นำเข้าหลักสูตรพัฒนาทักษะดิจิตอลที่หลากหลายและครอบคลุมที่สุด สำหรับนำมาประยุกต์ใช้เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจและพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันของคนไทยในระบบเศรษฐกิจยุคใหม่”
“อย่ามองว่าเทคโนโลยีเป็นแค่เทคโนโลยี แต่ให้มองว่าเทคโนโลยีส่งผลกระทบเชิงลึกอย่างไรบ้างต่อชีวิตและธุรกิจของเรา หากอยากอยู่รอด ต้องดิสรัปต์ตัวเอง ก่อนจะถูกดิสรัปต์” ในมุมมองของ มร. Jaspreet Bindra ผู้ก่อตั้ง Digital Matters บริษัทให้คำปรึกษาเรื่อง Digital Transformation ผู้ซึ่งมีประสบการณ์โดยตรงและยาวนานในการสร้าง การเปลี่ยนแปลงรูปแบบองค์กรมากมายอย่างมีกลยุทธ์และชั้นเชิงทางธุรกิจ โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเป็นตัวช่วยให้สอดรับกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว กล่าวว่า “ไม่มีองค์กรไหนที่จะสามารถพลิกโฉมธุรกิจได้โดยไม่ต้องใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยเข้ามาช่วย แต่ผู้นำองค์กรจะต้องเข้าใจกระบวนการทำ Digital Transformation ก่อนว่าการวางกลยุทธ์ทางดิจิตอล ไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเพียงเท่านั้น หากองค์กรอยากจะปรับเปลี่ยนต้องตระหนักถึง 3 หัวใจสำคัญของ Digital Transformation ที่จะต้องทำงานสอดคล้องประสานกัน ได้แก่ 1. เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ส่งผลต่อโมเดลธุรกิจ (Business Model) เราจะต้องรู้จักมองหา เทรนด์และทำความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้งถึงรูปแบบการใช้ชีวิต และความต้องการของพวกเขา เช่น การเติบโตของโมเดลธุรกิจแบบ Platform อันเป็นเพราะกระแสเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (Sharing Economy) กำลังมาแรงในหมู่วัยรุ่น ที่หันมาลงทุนกับประสบการณ์ที่เน้นการเช่า-ยืมแทนการครอบครอง เพื่อลดทรัพยากรส่วนเกิน (Excess Capacity) และจัดสรรให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพสูงสุด 2. การให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า (Customer Experience) โดยวิเคราะห์ Consumer Journey และทำการวางรูปแบบตลาดให้สอดคล้องกันทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ (Online & Offline Strategy) เพราะทุกวันนี้เราไม่สามารถแยก 2 เรื่องนี้ได้ในการวางกลยุทธ์ เนื่องจากชีวิตของคนเราล้วนแล้วแต่ต้องเจอกับเรื่องทั้งออนไลน์และออฟไลน์ผสมกันอยู่ตลอดเวลา และ 3. คนและวัฒนธรรมขององค์กร (People and Culture) ซึ่งถือเป็นแกนหลักที่สำคัญที่สุด จนอาจพูดได้ว่าการทำ Digital Transformation ได้ประสบความสำเร็จต้องประกอบด้วยหลายปัจจัย แต่การทำ Digital Transformation ที่ไม่ประสบความสำเร็จเป็นเพราะเหตุผลเดียวนั่นคือเรื่องของ “คน” ซึ่งนี่คือเรื่องของการเน้นการสร้างและปลูกฝังให้คนในองค์กรมีทักษะดิจิตอลที่จำเป็น ประกอบกับการมี Digital Mindset คือกล้าลงมือทำ ไม่ยึดติด ไม่กลัวล้มเหลว พร้อมเรียนรู้และปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะหากขาดกลยุทธ์และการวางแผนที่รอบคอบ อาจกลายเป็นแค่การเปลี่ยนระบบการทำงานซึ่งเกิดประโยชน์น้อย”



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม