หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ประเทศไทยหลังโควิด19 กับโมเดลพลิกฟื้นประเทศด้วยท่องเที่ยว-เกษตรจากเจ้าสัวธนินท์  (อ่าน 11 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 15 พ.ค. 20, 13:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

"โลกหลังผ่านสงครามโควิด-19 จะไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป" ความหวังเดียวที่จะทำให้มนุษย์กลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติ ก็คือการมีวัคซีนเพื่อใช้ป้องกันเชื้อไวรัสได้สำเร็จเท่านั้น ขณะเดียวกันโลกก็ต้องรับมือกับกับปัญหาเศรษฐกิจถดถอย รวมถึงปัญหาการขาดแคลนอาหารก็กำลังทวีความรุนแรงอยู่ทุกขณะ

หลายประเทศทั่วโลกที่เป็นประเทศส่งออกอาหารลำดับต้นๆของโลกต่าง อย่างจีนและอินเดีย เริ่มมีมาตรการเข้มงวดการส่งออกอาหาร เพราะต้องผลิตเพื่อการบริโภคภายในประเทศให้เพียงพอ และมาตรการปิดพรมแดนที่ทำให้การขนส่งอาหารข้ามประเทศประสบความยากลำบาก รวมทั้งภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากจากภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่ชะงักงัน จนทำให้ประชาชนในหลายประเทศไม่สามารถเข้าถึงอาหาร และกระทบความเป็นอยู่และความมั่นคงในชีวิต บวกกับปัญหาภัยแล้งจากผลพวงภาวะโลกร้อนที่ทำให้ผลผลิตน้อยลง

ในช่วงเวลายากลำบากที่ทุกประเทศกำลังเกิด “วิกฤติ” พร้อมกันเช่นนี้ หากประเทศไทยสามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดภายในประเทศ พร้อมทั้งประคับประครองเศรษฐกิจในระหว่างรอการค้นพบวัคซีน และสามารถพลิกวิกฤติเป็น “โอกาส” ได้ประเทศไทยเราก็จะฟื้นตัวเร็วได้เร็วกว่าประเทศอื่นๆ

ก่อนเกิดวิกฤติไวรัสโควิด19 นั้นประเทศไทยเราพึ่งพาอุตสาหกรรมหลักจาก 2 อุตสาหกรรมคือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมอาหารการเกษตร แต่หลังจากคลื่นวิกฤติโควิดปะทะเข้ามาอย่างรวดเร็วอย่างรวดเร็ว ทำให้ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหยุดชะงัก ภาคบริการต่างๆที่อยู่ต้นน้ำยันปลายน้ำเกิดผลกระทบอย่างจังและไม่มีทีท่าว่าจะสามารถกลับมาฟื้นคืนได้อีกเมื่อใด ทางออก ณ ช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้จึงเป็นการหันมาพึ่งพา อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารเท่านั้น


ในเรื่องนี้ 1 ใน 20 มหาเศรษฐีที่นายกรัฐมนตรีส่งจดหมายเปิดผนึก เพื่อขอคำแนะนำในการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิท 19 ในครั้งนี้ คือ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการและแผนฟื้นฟูประเทศ หลังโควิด โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญด้านการท่องเที่ยวและภาคเกษตร โดยแนะให้ชู “จุดแข็ง-จุดขาย” ด้านการท่องเที่ยวผสมผสานสุขภาพ ดึงมหาเศรษฐีทั่วโลกมาเที่ยวพักผ่อนที่เมืองไทย ผสมผสานกับสาธารณสุข นำเสนอออกไปสู่ทั่วโลกให้เห็นว่าประเทศไทยมีดีอย่างไร ทุกคนเข้ามาท่องเที่ยว มาพักผ่อนในประเทศไทยจะปลอดโรค ปลอดภัย ไม่ต้องเครียดเหมือนที่อยู่ในประเทศของตัวเอง ซึ่งอยู่ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยจะสามารถมาพักผ่อนและท่องเที่ยวทั้งครอบครัวได้


ทั้งนี้ เพราะประเทศไทยมีศักยภาพพร้อม มีโรงแรมที่พักระดับ 5 ดาว มีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามทั่วประเทศ มีเสน่ห์ด้านการบริการ และมีโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียง ซึ่งมหาเศรษฐีหลายประเทศนิยมมารักษาอยู่แล้ว แต่การจะผลักดันให้คนกลุ่มนี้เข้ามาท่องเที่ยวและดูแลสุขภาพในไทยได้นั้น รัฐบาลจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้คนต่างชาติมีความมั่นใจในเรื่องนี้ว่าประเทศไทยมีความพร้อมอย่างไร เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ไม่มีการติดเชื้อโควิด-19 แน่นอน

ส่วนภาคเกษตรได้เสนอแนะโมเดลต้นแบบเกษตรผสมผสาน 4 แห่ง และโครงการปลูกน้ำ ที่จะนำไปสู่โครงสร้างการเกษตรใหม่ที่จะทำให้เกษตรกรไทยก้าวพ้นความยากจน เพื่อก้าวสู่ยุคธุรกิจเกษตรอัจฉริยะครบวงจรที่คนรุ่นใหม่สนใจ โดยโครงการที่ทางซีพีมีการวางแผนจะดำเนินการทั้ง 4 โครงการ ต่อจากนี้คือ

1.โครงการปลูกน้ำ เป็นการพัฒนาแหล่งน้ำ ระบบชลประทานเป็นแก้มลิง 4.0

2.โครงการเกษตรผสมผสาน เป็นโครงการต้นแบบ 4 ประสาน เป็นความร่วมมือ 4 ฝ่าย คือ รัฐบาล เอกชน สถาบันการเงิน และเกษตรกร เพิ่มรายได้เกษตรกรให้มีรายได้สูงอย่างยั่งยืน

3.โครงการแพลตฟอร์มออนไลน์ เป็นการเรียนทางไกลและแพทย์ทางไกล

4.โครงการวิจัยสู้ภัยโควิด-19 เป็นการวิจัย Test Kit, วัคซีน และยารักษาโรค

ทั้งนี้เจ้าสัวธนินท์ยังกล่าวถึงรากเหง้าปัญหาของภาคเกษตรประเทศไทยว่ามีปัญหาเชิงเชิงโครงสร้างมากมาย อาทิ ปัญหาแหล่งน้ำ หนี้สินเกษตร ระบบชลประทานที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากรัฐบาลในการเข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหา รวมถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่ไม่สามารถควบคุมได้ ภัยธรรมชาติ และราคาสินค้าเกษตรที่ไม่แน่นอน




ทางซีพี จึงเสนอโครงการปลูกน้ำ เพื่อแก้ปัญหาระบบชลประทาน เนื่องจากประเทศไทยมีฝนตกปีละจำนวนมาก ซึ่ง 60% กลับถูกปล่อยไหลลงสู่ทะเล ขณะที่น้ำใต้ดินอีกจำนวนมากก็ไหลลงสู่ทะเลเช่นกัน ซีพี จึงมีโมเดลปลูกน้ำ จะมีการขุดดินสร้างเป็นอ่างเก็บน้ำ โดยดินที่ขุดออกมานั้นจะมีการนำไปสร้างเป็นเนินปลูกต้นไม้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ส่วนในพื้นที่โครงการปลูกน้ำ ก็สามารถเลี้ยงสัตว์ ทำเกษตรผสมผสาน ที่สามารถเลือกปลูกพืชที่มีมูลค่าสูงที่ต้องใช้น้ำปริมาณมากได้ และอ่างเก็บน้ำก็สามารถนำปลาไปเลี้ยงสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง

“เจ้าสัวธนินท์” ย้ำว่า ทั้ง 2 โครงการ คือ โครงการเกษตรผสมผสานที่ทันสมัย และโครงการปลูกน้ำ หากสำเร็จจะทำให้โครงสร้างภาคการเกษตรของไทยเปลี่ยนแปลงไปทันที ต่อไปเกษตรกรจะมีรายได้สูงขึ้น จะเลือกปลูกพืชที่ตรงกับความต้องการของตลาด เป็นสินค้าที่มีมูลค่า ไม่ทำให้เกิดภาวะพืชล้นตลาด และหากจะปลูกข้าวก็จะเลือกข้าวพันธุ์ดี เป็นที่ต้องการของทั่วโลก ราคาก็จะสูง และที่สำคัญเกษตรกรไทยจะเป็น Smart Farm ที่ดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาทำธุรกิจนี้ได้ด้วย


หากรัฐบาลไทยช่วงชิงจังหวะเวลานี้ ฟื้นฟูประเทศไทยแบบยกเครื่อง คงจะดีไม่ใช่น้อย โดยผนักดันสินค้าเป้าหมาย เช่น ข้าวและธัญพืช ปศุสัตว์ ประมง ผักและผลไม้ เกษตรอินทรีย์ และยังมีกลุ่มสินค้าที่จะทำตลาดได้ดีในอนาคต อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์อาหารจากเทคโนโลยีชีวภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ สร้างโอกาสทางธุรกิจ เชื่อมโยงการผลิตสู่ตลาดโลกผ่านแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับผู้ผลิตทุกระดับ รวมถึงการเชื่อมโยงวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์เข้ากับผลิตภัณฑ์อาหารและการท่องเที่ยว และการสร้างปัจจัยพื้นฐานเพื่อเร่งการพัฒนาอุตสาหกรรม นี่น่าจะเป็น “ทางรอด” ที่เหมาะสมของประเทศไทยในยุควิกฤติโควิดนี้มากที่สุด



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม