หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: Canada Nickel ตั้งบริษัท เพื่อพัฒนานิกเกิล โคบอลต์ และเหล็กคาร์บอนเป็นศูนย์  (อ่าน 12 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 29 ก.ค. 20, 12:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

Canada Nickel ประกาศจัดตั้งบริษัท NetZero Metals เพื่อพัฒนาโรงงานผลิตนิกเกิล โคบอลต์ และเหล็กคาร์บอนเป็นศูนย์


Canada Nickel Company Inc. (TSX-V: CNC) มีความยินดีที่จะประกาศว่า บริษัทได้จัดตั้งบริษัทในเครือที่มีชื่อว่า NetZero Metals Inc. เพื่อทำการวิจัยและพัฒนาโรงงานแปรรูปในเมืองทิมมินส์ รัฐออนแทรีโอ โดยมีเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันมาใช้ผลิตผลิตภัณฑ์นิกเกิล โคบอลต์ และเหล็กคาร์บอนเป็นศูนย์

ขณะเดียวกัน บริษัทได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า NetZero NickelTM, NetZero CobaltTM และ NetZero IronTM ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเขตปกครองอื่น ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการผลิตผลิตภัณฑ์นิกเกิล โคบอลต์ และเหล็กคาร์บอนเป็นศูนย์

“อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าและสินค้าผู้บริโภคอื่น ๆ ต่างต้องการผลิตภัณฑ์เหล็กคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในทศวรรษนี้ ไม่ใช่ภายในปี 2050 แบบที่บริษัทผลิตเหล็กหลายแห่งตั้งเป้าไว้อย่างคลุมเครือ” มาร์ก เซลบี ประธานและซีอีโอของ Canada Nickel กล่าว

“ด้วยจุดแข็งของเมืองทิมมินส์ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำคาร์บอนเป็นศูนย์ และโครงการ Crawford Nickel-Cobalt Sulphide Project ของเราซึ่งมีหินเซอร์เพนทีนที่มีคุณสมบัติตามธรรมชาติในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เมื่อสัมผัสกับอากาศ ส่งผลให้ Canada Nickel มีความพร้อมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนเป็นศูนย์อย่างที่ลูกค้าคาดหวังจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และเนื่องจากนิกเกิลเป็นโลหะทางเลือกในการปฏิวัติพลังงานสะอาด การที่เรามุ่งมั่นผลิตนิกเกิลคาร์บอนเป็นศูนย์จึงเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม ผู้บริโภค และนักลงทุนของเรา”

หินเซอร์เพนทีนเป็นทรัพยากรที่มีสัดส่วนมากกว่า 90% ในโครงการ Crawford Nickel-Cobalt Sulphide Project [1] และจากการศึกษามากมายพบว่าหินเซอร์เพนทีนมีคุณสมบัติตามธรรมชาติในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เมื่อสัมผัสกับอากาศ ด้วยกระบวนการคาร์บอเนชันตามธรรมชาติ

อุตสาหกรรมนิกเกิลกำลังเผชิญกับความท้าทายมากมาย เนื่องจากกระบวนการแปรรูปศิลาแลงและแร่ซัลไฟด์ในปัจจุบันก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมากในรูปแบบของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และสถานการณ์มีแนวโน้มย่ำแย่ลงเพราะการผลิตนิกเกิลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการผลิตนิกเกิลดิบในอินโดนีเซีย ซึ่งมีข้อมูลระบุว่าใช้ถ่านหิน 25-30 ตันในการผลิตนิกเกิลหนึ่งตัน และเมื่อรวมกับแหล่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อื่น ๆ ในกระบวนการผลิต จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประเภท Scope 1 และ Scope 2 รวมเกือบ 90 ตันต่อการผลิตนิกเกิลหนึ่งตัน (ดูภาพ 1)

สำหรับแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ประกอบด้วยนิกเกิล 50 กิโลกรัมจากแหล่งผลิตข้างต้น จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ราว 4 ตัน ส่วนแหล่งผลิตนิกเกิลอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมคือบรรดาโครงการ HPAL ในอินโดนีเซีย ซึ่งมีการทิ้งกากแร่ลงในทะเลลึก ส่งผลให้มีการทิ้งกากแร่ในมหาสมุทรราว 100 ตันต่อการผลิตนิกเกิลหนึ่งตัน

ศึกษาเทคโนโลยีที่จำเป็นเพื่อพัฒนาการดำเนินงานแบบคาร์บอนเป็นศูนย์

Canada Nickel จะศึกษาทางเลือกต่าง ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ หรือ NetZero ในทุกขั้นตอนของกระบวนการทำเหมืองแร่ ได้แก่ การขุดแร่ การบดแร่ และการแปรรูปแร่
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม