หน้า : พิมพ์หน้านี้ - ซาอุดีอาระเบียจัดงานวันเสือดาวอาระเบียครั้งแรก

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: prdelivery ที่ 14 ก.พ. 22, 14:11 น

ซาอุดีอาระเบียจัดงานวันเสือดาวอาระเบียครั้งแรก


กระทู้: ซาอุดีอาระเบียจัดงานวันเสือดาวอาระเบียครั้งแรก
เริ่มกระทู้โดย: prdelivery ที่ 14 ก.พ. 22, 14:11 น
วันเสือดาวอาระเบีย (Arabian Leopard Day) ครั้งแรก จัดขึ้นในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เพื่อแสดงให้ทั่วโลกเห็นถึงความพยายามในการอนุรักษ์ครั้งสำคัญที่กำลังดำเนินอยู่ในเมืองอัลอูลาและอีกหลายพื้นที่
มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจโดยเจ้าชายบาดร์ บิน อับดุลเลาะห์ บิน โมฮัมหมัด บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด (Badr bin Abdulla bin Mohammad bin Farhan Al-Saud) ผู้ว่าการเมืองอัลอูลา และรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม และเจ้าหญิงรีมา บินท์ บันดาร์ บิน สุลต่าน บิน อับดุลลาซิซ อัล ซาอุด (Reema bint Bandar bin Sultan bin Abdulaziz Al-Saud) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียประจำสหรัฐอเมริกา และผู้ก่อตั้งมูลนิธิแคตโมสเฟียร์ (Catmosphere)
แผนการปกป้องและอนุรักษ์เสือสายพันธุ์พิเศษนี้ สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนสำหรับภูมิภาคอาระเบียตะวันตกเฉียงเหนือของราชกรรมาธิการอัลอูลา (Royal Commission for AlUla: RCU)
สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และอาคารแลนด์มาร์กหลายแห่งในซาอุดีอาระเบีย โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พร้อมใจกันฉายภาพเสือดาวอาระเบียเนื่องในวันเสือดาวอาระเบียครั้งแรก ในค่ำคืนวันที่ 10 กุมภาพันธ์ โดยภาพของเสือที่สง่างามน่าเกรงขามแต่กำลังอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ได้ถูกฉายพร้อมกันบนอาคารของมูลนิธิคิงไฟซาล (King Faisal Foundation) ในกรุงริยาด, อาคารคิงโร้ดทาวเวอร์ (King Road Tower) ในเมืองญิดดะฮ์, อาคารอาเดียร์ทาวเวอร์ (Adeer Tower) ในเมืองอัลโคห์บาร์, หินรูปช้าง (Elephant Rock) ในเมืองอัลอูลา รวมไปถึงอาคารเบิร์จคาลิฟา (Burj Khalifa) และพาวิลเลียนของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียในงานเอ็กซ์โป 2020 (Expo 2020) ที่ดูไบ นอกจากนั้นยังมีป้ายบิลบอร์ดไฟฟ้าที่โดดเด่นสะดุดตาบนถนนมหาวิทยาลัยสุลต่านคาบูส (Sultan Qaboos University Road) ในกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน


ทั่วทั้งภูมิภาคยังมีการฉลองวันเสือดาวอาระเบียด้วยการจัดกิจกรรมให้ความรู้ในห้องเรียนและกิจกรรมทางโซเชียมีเดียตลอดทั้งวันผ่านแฮชแท็ก #ArabianLeopardDay นอกจากนี้ เพื่อเป็นการแสดงการสนับสนุนจากภาครัฐ หน่วยงานรัฐหลายแห่งในซาอุดีอาระเบียได้แสดงโลโก้วันเสือดาวอาระเบียทางเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของหน่วยงานด้วย

ในโอกาสสำคัญนี้ ราชกรรมาธิการอัลอูลาได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ร่วมกับมูลนิธิแคตโมสเฟียร์ เพื่อสนับสนุนความพยายามระดับภูมิภาคในการปกป้องอนาคตของเสือดาวอาระเบีย โดยราชกรรมาธิการอัลอูลาและแคตโมสเฟียร์จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในกิจกรรมเชิงนวัตกรรมและกิจกรรมด้านความยั่งยืน แคมเปญรณรงค์ และการวิจัย โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการปกป้องอนาคตของเสือดาวอาระเบีย สัตว์ซึ่งเป็นเกียรติยศของชาติและทั่วทั้งภูมิภาค

วันเสือดาวอาระเบียครั้งแรกตอกย้ำถึงวิกฤตที่เกิดกับเสือสายพันธุ์นี้ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเดินท่องอย่างเสรีทั่วคาบสมุทรอาระเบีย แต่ขณะนี้กลับกลายเป็นเพียงกลุ่มประชากรเสือขนาดเล็กที่กระจัดกระจายอยู่ในซาอุดีอาระเบีย โอมาน และเยเมน

เจ้าชายบาดร์ บิน อับดุลเลาะห์ บิน โมฮัมหมัด บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด ผู้ว่าการเมืองอัลอูลา และรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า "การลงนามบันทึกความเข้าใจถือเป็นการสนับสนุนโครงการอนุรักษ์เสือดาวอาระเบียของราชกรรมาธิการอัลอูลา ซึ่งเป็นหัวใจของแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ครอบคลุมทั่วทั้งอัลอูลา ความตกลงครั้งนี้ยังช่วยกระชับความร่วมมือที่มีอยู่แต่เดิมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พันธุ์พืชและสัตว์ตามธรรมชาติ รวมถึงองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature: IUCN)

เจ้าหญิงรีมา บินท์ บันดาร์ บิน สุลต่าน บิน อับดุลลาซิซ อัล ซาอุด เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียประจำสหรัฐอเมริกา และผู้ก่อตั้งมูลนิธิแคตโมสเฟียร์ กล่าวว่า "การลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งใหม่นี้ช่วยสนับสนุนพันธกิจของแคตโมสเฟียร์ในการปกป้องอนาคตของเสือ ซึ่งรวมถึงเสือดาวอาระเบีย โดยเป็นการสนับสนุนความพยายามด้านการอนุรักษ์ในระดับภูมิภาค ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนราชกรรมาธิการอัลอูลาในการบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ เพื่อนำเสือสายพันธุ์นี้กลับคืนสู่ธรรมชาติ"

อัมร์ อัลมาดานี (Amr AlMadani) ซีอีโอของราชกรรมาธิการอัลอูลา กล่าวว่า "เสือดาวอาระเบียเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลังซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นของราชกรรมาธิการอัลอูลาในการอนุรักษ์และปกป้องสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของเมืองอัลอูลาผ่านความพยายามในการอนุรักษ์อย่างครอบคลุม ซึ่งออกแบบมาเพื่อปกป้องพันธุ์พืชและสัตว์ตามธรรมชาติในพื้นที่อันน่าทึ่งของภูมิภาคอาระเบียตะวันตกเฉียงเหนือ ความจริงที่น่าเศร้าคือเสือดาวอาระเบียกำลังประสบกับภาวะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง และการทำลายถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติของเสือชนิดนี้ตอกย้ำว่าจำเป็นต้องมีการยกระดับความพยายามในการอนุรักษ์อย่างเร่งด่วน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญต่อความอยู่รอดในระยะยาวของเสือสายพันธุ์นี้ เราต้องการให้ทุกคนร่วมฉลองวันเสือดาวอาระเบีย มีส่วนร่วมในกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ และช่วยปกป้องเสือที่สง่างามสายพันธุ์นี้"

เสือดาวอาระเบียสะท้อนถึงเป้าหมายความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมของซาอุดีอาระเบียและราชกรรมาธิการอัลอูลา เสือสายพันธุ์นี้มีสถานะพิเศษในแง่ของจิตสำนึกร่วมและจินตนาการร่วมของภูมิภาคแห่งนี้ โดยมีการค้นพบภาพของเสือดาวอาระเบียบนหินโบราณ มีนิทานพื้นบ้านเกี่ยวกับเสือดาวอาระเบีย อีกทั้งยังปรากฏอยู่ในสำนวนภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวันมาจนถึงทุกวันนี้

ปัจจุบัน เสือดาวอาระเบียในธรรมชาติมีจำนวนไม่ถึง 200 ตัว จึงจัดเป็นสายพันธุ์สัตว์ที่อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งโดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ และถือว่ามีความเสี่ยงสูงมากที่จะสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ

เมื่อปีที่แล้ว ลูกเสือตัวเมียได้ถือกำเนิดขึ้นที่ศูนย์ขยายพันธุ์เสือดาวอาระเบียในเมืองทาอีฟ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้อย่างมากในการนำเสือสายพันธุ์นี้กลับคืนสู่ป่าและภูเขารอบเมืองอัลอูลาและพื้นที่อื่น ๆ อย่างไรก็ตาม หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลและมีความยากลำบาก โดยขณะนี้มีความพยายามในการสร้างถิ่นที่อยู่อนุรักษ์เพื่อฟื้นฟูประชากรเสือ

ราชกรรมาธิการอัลอูลา ซึ่งกำลังดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ขนาด 22,561 ตารางกิโลเมตรทางตะวันตกเฉียงเหนือของซาอุดีอาระเบียให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกในด้านมรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ได้มอบเงิน 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่กองทุนเสือดาวอาระเบีย (Arabian Leopard Fund) องค์กรอิสระซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อดำเนินโครงการอนุรักษ์ทั่วอาณาเขตหากินของเสือ นอกจากนี้ ราชกรรมาธิการอัลอูลาได้กำหนดเขตอนุรักษ์ทางธรรมชาติ 5 เขต ครอบคลุมพื้นที่ 12,500 ตารางกิโลเมตร และจะทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า เช่น แพนเธร่า (Panthera) และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ เพื่อดำเนินการสร้าง อนุรักษ์ และปกป้องเขตอนุรักษ์เหล่านี้ ด้วยการตั้งปณิธานว่าวันหนึ่งเสือดาวจะต้องสามารถเดินท่องไปได้อย่างเสรีอีกครั้ง

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบียได้กำหนดให้วันที่ 10 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันเสือดาวอาระเบีย