หน้า : 1  พิมพ์หน้านี้ - คลองหกวา "วัดชะตากรุงเทพฯ"

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: mena ที่ 25 ต.ค. 11, 21:26 น

คลองหกวา "วัดชะตากรุงเทพฯ"


กระทู้: คลองหกวา "วัดชะตากรุงเทพฯ"
เริ่มกระทู้โดย: mena ที่ 25 ต.ค. 11, 21:26 น
คลองหกวา "วัดชะตากรุงเทพฯ"
 





เปลว สีเงิน
24 ตุลาคม 2554 - 00:00
 

     กรุงเทพฯ เงียบจนเหงา รถราก็ว้าง..ว่าง ถาม "ถนนจ๋ารถไปทางไหนกันหมดจ๊ะ" ถนนก็ตอบว่า หนีน้ำไปที่ชอบๆ กันหมดแล้วจ้ะ อ้อ...งั้นหรือจ๊ะ พอขึ้นทางด่วนก็จ๊ะเอ๋...จอดเรียงกันยาวเป็นกิโลๆ ครั้นมาถึงไทยโพสต์ก็ว้าเหว่ มิตรสหายยังว่ายน้ำจากบางบัวทองบ้าง-บางใหญ่บ้างมาไม่ถึง
    เอาละ..ไหนๆ เป็นพลเมืองภายใต้บริหารนายกฯ หญิงทั้งที น้ำท่วมตายดีกว่าแห้งตาย ถ้าตายก็ไม่อยากเป็นปิศาจหิวโหย จึงค้นตู้เย็นเอาข้าวผัดกับห่อหมกคุณจงจิตต์จากแม่กลอง ที่ซ่อนไว้จากงานเมื่อ ๒๑ ตุลาใส่เวฟ ก็เปิบข้าวไป ตาดู-หูก็ฟังข่าวภาคค่ำหน้าจอไป
    สงสารแม่ยอดหญิงยิ่งลักษณ์ใจจะขาด! อยู่ใกล้ๆ จะแบ่งห่อหมกอร่อยที่สุดในโลกให้รับประทานเอาแรงซักกระทง แม่คุณนำทัพกรำศึก ปราบการบุกของกองทัพน้ำเหนือ+น้ำเขื่อน+น้ำฝน+น้ำทะเลเข้าท่วมประเทศจนซูบ ถึงบอกว่าขณะนี้ "เอาอยู่" เรื่องน้ำเข้า กทม.ชั้นใน แต่เรื่องสิวเครียดเต็มหน้า เบ้าตาดำคล้ำ
    เครื่องสำอาง"เอาไม่อยู่"แล้ว!
    ยิ่งโทรทัศน์เขาโปรยหัวข่าว "น้ำถึงดอนเมืองไหลทะลักเข้าสนามบิน หวั่นท่วม ศปภ.ระดมวางกระสอบทราย ตั้งแนวกั้นน้ำจ้าละหวั่น!" ใจที่ว่าจะขาด มันจะขาดเอาจริงๆ!
    นครสวรรค์แตก สิงห์บุรีแตก อ่างทอง-อยุธยาแตก ปทุมธานี-นนทบุรีแตก แล้วกองบัญชาการ "ค่ายใหญ่" แห่งทัพรักษาพระนคร "ศปภ." ที่ดอนเมือง ก็...ใกล้แตกแหกยับเยิน
    กองทัพน้ำครั้งนี้ไม่เบา เสนาธิการเขาวางแผนเจ๋ง โดยแต่งทัพเป็นทั้งทัพจริง-ทัพลวง-ทัพพราง ทางหนึ่งทำไปบุกหวังรบแตกหักด้านคลองรังสิต คลองหกวา อีกทัพไปท่วมตัดกำลังทัพ ศปภ.ที่บางบัวทอง แล้วส่งกองทัพเรือดำน้ำมาโผล่ที่ท่าเขียวไข่กา และที่ท่าเตียน โจมตีข่มขวัญที่...โรงเรียนราชินีบน-โรงเรียนราชินีล่าง!
    ทำเอาแม่ทัพหญิงยิ่งลักษณ์แทบตกม้าขาว เสธ.สุกำพล หะแรกนึกว่าสุมาอี้กลับชาติ แต่ไม่ยักใช่ หายหน้าไปทางไหนไม่รู้ กลับเห็น "คุณปราโมทย์ ไม้กลัด" วิสัชนาวิชาน้ำทางหน้าจอโทรทัศน์อยู่ ๓-๔ วันเมื่อวาน ได้รับเทียบเชิญเข้า ศปภ.ไปทำหน้าที่ เสธ.ฉุกละหุกซะแล้ว
    เรียกว่าอะไรลอยมา คนใกล้จมน้ำคว้าหมด แต่อาจจะโชคดีที่คว้าได้คุณปราโมทย์ "มือปราบน้ำเก่า" ถ้าไปคว้าได้หมาเน่าลอยน้ำละก็...คุณเอ๊ย ไม่กรรมของยิ่งลักษณ์หรอก
    มัน "เวรและกรรม" ของประเทศเลยทีเดียว!
    ณ ขณะนี้ "คลองหกวา" กลายเป็น "คลองเสี่ยงทาย" ตามยุทธศาสตร์เสธ.ปราโมทย์ ระหว่างใช้ผลักไสน้ำก้อนใหญ่ลงทะเลได้หมด กับทะลักไหลรดเข้ากรุงเทพฯ จะสำเร็จหรือไม่ต้องลุ้นกันใจระริก
    ลองนึกๆ ดู ตั้ง ศปภ.ตั้งแต่วันที่ ๔ ตุลา ถึงวันนี้ ๒๓ ตุลา ไม่ปรากฏซักครั้งว่า "กองทัพปราบน้ำ" ของยิ่งลักษณ์จะรบชนะศึกน้ำที่ไหนซักแห่ง ก็ไม่ทราบ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เสนาธิการใหญ่ วางแผนบ่มิไก๊ หรือฝีมือแม่ทัพใหญ่ปลอดประสพและลูกทัพไม่เข้าท่าเอง?
    รบที่นครสวรรค์ก็เสียทั้งเมืองให้กับน้ำ รบที่สิงห์บุรีก็เสีย "บางโฉมศรี" ให้กับน้ำ รบที่อยุธยาก็ทำให้อยุธยาต้องแตกเป็นครั้งที่ ๓ แถมถูกกองทัพน้ำไล่บดขยี้ยับเยินไม่เหลือหลอ ทั้งเมือง ทั้งนิคมอุตสาหกรรมถึง ๔-๕ แห่ง สหรัตนนคร โรจนะ ไฮเทค นวนคร บางปะอิน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ ฯลฯ แตกยับ สิ้นศักดิ์-เสียศรี หน้าไม่เหลือ แต่ใจ (ด้าน) ยังเหลือรับ กองทัพ ศปภ.ใช้แผนฝนตกขี้หมูไหลและกำลังพลที่สักอักษร "พซ." ที่ย่อจาก "แพ้ซ้ำซาก" บนหน้าผาก เข้ารบสะเปะสะปะกับกองทัพน้ำ หวังรักษาหัวเมืองหน้าด่าน "ปทุมธานี-นนทบุรี" ไว้ให้ได้ ก็รักษาสถิติ "แพ้ยับเยิน" อีก ปทุมธานีจมน้ำ บ้านจัดสรรระดับคฤหาสน์มหาเศรษฐีย่านบางบัวทองเป็นเมืองบาดาล (ยกเว้นบูเลอวาร์ด-แฮ่ม) นิคมอุตสาหกรรมจมตามกันไป
    สรุปแล้ว ๑๕-๑๖ วัน กองทัพ ศปภ.ภายใต้การบัญชาการของแม่ทัพหญิงใหญ่ ประกอบด้วยพล.ต.อ.ประชา พล.อ.อ.สุกำพล และนายปลอดประสพ "รบพาเสียเมือง" จนหมดสิ้น
    พาประชาชนไปจมตายเกือบครึ่งประเทศ! นำทัพแหลกแตกเป็นเศษกระเบื้อง ละล้า-ละลังถอยร่น จนหลังชนกำแพงพระนครแล้ว ถ้า "เสียกรุงเทพฯ" อันเป็น "เมืองสุดท้าย" ให้กับน้ำไปอีก ก็ไม่มีอะไรต้องเสียอีกแล้ว
    เพราะ "สมใจ-สะใจ" ทักษิณแล้ว!? ไม่ผิดหวังที่ส่งน้องสาวตัวโคลนมาจมเมืองไปกะมือ ด้วยการกอด "อำนาจบริหาร" ไว้แน่นกับอก ชนิด "อำนาจข้า ทหารอย่าแตะ" ได้สำเร็จ!
    ปี ๒๕๕๓ ไฟ ปี ๒๕๕๔ น้ำ เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลา ท่าน ว.วชิรเมธี ท่านให้คติธรรมที่ไทยโพสต์ว่า...เวลานี้อยู่ในภาวะโลกาวินาศ เพราะโลภาภิวัตน์ "ความโลภ" มันครอบโลก จากอัคคีภัย มาอุทกภัย+วาตภัย คือไฟไหม้ น้ำท่วมอย่างนี้แล้ว
    ต่อไปก็จะถึง ฉาตกภัย ภัยจากข้าวยากหมากแพง ความอดอยาก หิวโหย ทุพภิกขภัย ภัยจากขาดแคลนอาหาร แล้วก็ตามด้วย หายนภัย คือภัยจากความเสื่อม ความวุ่นวาย ยิง-ฆ่า-ระเบิด และโจรภัย บ้านเมืองเต็มไปด้วยโจรผู้ร้าย ปล้นชิง ฆ่าแกง เข้าสู่ภาวะบ้านเมืองไร้ขื่อ ไร้แป กฎระเบียบ กฎหมาย ไม่มีความหมาย ประเทศชาติสู่ความป่าเถื่อน สมบูรณ์แบบตามยุค "กลียุค"
    เอาละ..ไม่อยากพูดมาก ๒๔ ตุลา เป็นวันหยุดชดเชย ก็อยากให้ท่านใช้วันหยุด "หยุดเครียด" ฉะนั้น อ่านข่าวจาก ศปภ.ที่ผมคัดจากเว็บ "กรุงเทพธุรกิจ" มาให้ท่านคลายเครียดดีกว่า เชิญเลยครับ
  


กระทู้: คลองหกวา "วัดชะตากรุงเทพฯ"
เริ่มกระทู้โดย: redbird2011 ที่ 26 ต.ค. 11, 05:12 น
ในอดีต จนถึงปัจจุบัน และต่อไปในอนาคต ไม่มีไครสามารถเอาชนะธรรมชาติได้หรอก เก่งแค่ใหนก็ตาม สามหัวหกแขนก็เถอะ แพ้ราบคาบทั้งนั้น อย่างเก่งก็เพียงสามารถชะลอ หรือบรรเทาเท่านั้น แต่สุดท้ายรบกันจริงๆเมื่อไหร่ก็พ่ายแพ้ราบคาบเมื่อนั้น มันเป็นอำนาจที่เหนืออำนาจคน ต่อให้คนที่มีอำนาจที่สุดในโลกก็แพ้มัน

รบอะไรก็รบเถิด แต่อย่าอหังการ์รบกับธรรมชาติเลย ธรรมชาติไม่ใช่ศรัตรูที่ต้องรบเอาชนะ แต่คือมิตรที่ต้องหาทางอยู่ร่วมให้ได้ต่างหาก แค่คิดรบก็ผิดแล้ว คิดรบเอาชนะธรรมชาติเมื่อไหร่ก็เท่ากับคิดฆ่าตัวตายเมื่อนั้น ชีวิตเกิดจากธรรมชาติ ต้องอยู่กับธรรมชาติให้ได้ ไม่งั้นก็ต้องตายเพราะธรรมชาตินั่นแหละ ภัยที่เกิดคือพลพวงที่เกิดจากการทำลายมัน ยิ่งทำลายไวเท่าไหร่ก็ตายไวเท่านั้น ยิ่งทำลายมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งตายมากเท่านั้น

อย่าต่อสู้เอาชนะมันเลย ไม่มีทางชนะได้หรอก มีแต่บรรเทาให้เสียหายน้อยที่สุดได้เท่านั้น และเตรียมหาทางบรรเทาที่จะเกิดข้างหน้าไว้ด้วย คงไม่แค่นี้หรอก ทำลายมันไว้เยอะไม่ใช่หรือ ยิ่งทำลายไว้เยอะไว้มากแค่ใหน ภัยที่จะเกิดก็เยอะ และใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเท่านั้น ถ้าจะโทษก็ต้องโทษคนทั้งโลกนั่นแหละ โทษคนไดคนหนึ่งมันไม่เป็นธรรม เพราะมีส่วนทำลายด้วยกันทุกๆคน ไม่มากก็น้อย