หน้า : พิมพ์หน้านี้ - ชะตากรรม 3จี ในมือผู้ตรวจแผ่นดิน

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => เรื่องเด่นประเด็นดัง => ข้อความที่เริ่มโดย: komkum77 ที่ 2 พ.ย. 12, 16:41 น

ชะตากรรม 3จี ในมือผู้ตรวจแผ่นดิน


กระทู้: ชะตากรรม 3จี ในมือผู้ตรวจแผ่นดิน
เริ่มกระทู้โดย: komkum77 ที่ 2 พ.ย. 12, 16:41 น
ชะตากรรม 3จี ในมือผู้ตรวจแผ่นดิน

นารถ นเรนทร

ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ธรรมดา กับการที่คู่แข่งขันทางธุรกิจยักษ์ใหญ่ 3 รายของเมืองไทย อย่างบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือค่ายทรูมูฟ จะแทคทีมกันมาพูดความจริงให้สังคมไทยได้รับรู้ความจริงพร้อมกัน


ทั้ง 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ เป็นบริษัทที่ชนะประมูลคลื่นความถี่3จี ย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตช์ ที่ตกเป็นจำเลยสังคมร่วมกับทางคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จากที่มีทั้งนักวิชาการบางคน ทั้งกลุ่ม ส.ว.สรรหา ทั้งรองปลัดกระทรวงการคลัง รวมทั้งประธานทีดีอาร์ไอคนใหม่ ที่ออกมาเล่นงานว่าเป็นการประมูลที่ส่อเค้าทุจริตไม่ถูกต้อง ทำให้ประเทศชาติเสียหายจากที่ควรจะมีรายได้มหาศาลกว่าผลที่ออกมา เพราะมีการกระทำที่เข้าข่ายการฮั้วประมูล
หวังล้มการประมูลในครั้งนี้ให้ได้โดยอาศัยช่องทางของผู้ตรวจการแผ่นดิน หลังจากที่วืดและผิดหวังมาก่อนหน้าจากการพยายามไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองมาก่อนหน้าแล้ว


แม้ว่าจะมีนักวิชาการที่เป็นกลาง ไม่ได้มีพฤติกรรมในการอิงขั้วอิงสีทางการเมือง เหมือนกับกลุ่มผู้ที่จ้องล้มการประมูล จะออกมาให้ข้อมูลเตือนสติ ว่า ตัวเลขผลการประมูลที่ออกมาแล้วถูกมองว่าถูกเกินไปหรือไม่นั้น จะต้องมองว่านี่คือการประมูลในช่วงปลายยุคของ 3จี ไปแล้ว เนื่องจากขณะนี้โลกเดินหน้าไปที่4จี หรือ 5จี กันแล้วด้วยซ้ำด้วยความที่ 3จี กำลังจะล้าสมัย การมาเปิดประมูลในตอนนี้จึงทำให้ได้ราคาดีที่สุดก็แค่อย่างที่เห็น แต่หากเป็นการเปิดประมูลเมื่อ10 ปีที่แล้ว แน่นอนว่าคงจะต้องได้ราคาประมูลที่ดีกว่านี้แน่


เป็นเสียงเตือนที่เหมือนกับจะบอกบรรดานักวิชาการหัวสี่เหลี่ยมทั้งหลาย ให้มองโลกให้รอบด้านมากขึ้น และเปิดใจให้กว้าง อย่าให้อิทธิพลของการแบ่งแยกแตกขั้วทางความคิด สร้างปัญหาให้กับประเทศชาติมากไปกว่านี้เลย
เพราะหากวิเคราะห์กันถึงมุมมองที่ว่า "หากประมูลกันเมื่อ10 ปีก่อน ตอนที่ 3จี กำลังเริ่มต้นไม่นาน ก็จะต้องได้ราคาประมูลที่สูงกว่านี้แน่นอน" ย่อมสะท้อนให้เห็นว่า ความวุ่นวายทางการเมืองได้ทำให้ประเทศชาติล้าหลังไม่พัฒนา เพราะขณะที่ประเทศอื่นๆใช้ 3จี มาเป็น 10 ปีแล้ว ประเทศไทยเพิ่งจะสามารถเปิดประมูลได้ แต่เปิดประมูลได้แล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้ใช้หรือไม่?


จะทันใช้ในปี 2558 ที่ประเทศไทยต้องก้าวสู่การเป็นกลุ่มประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี หรือไม่?


ดังนั้นจึงทำให้ นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค และ นายอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านกฎหมาย ทรูมูฟ จับมือกันมาเปิดใจตอบคำถามกับสังคมในเรื่องการประมูลคลื่นความถี่3จี


เพื่อเป็นการให้ข้อมูลอีกด้านหนึ่งเพื่อความเป็นธรรมในเรื่องนี้


นายวิเชียรระบุชัดว่า การที่ 3 ค่ายมือถือ ที่เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่3จี ร่วมกันแถลงข่าวในครั้งนี้ เพราะเห็นว่าสังคมได้ตั้งข้อสงสัย กับการประมูล 3จี เป็นอย่างมาก และทั้ง 3 ค่ายมือถือติดกฎการห้ามให้ข่าว ซึ่งเป็นไปตามกฎของการประมูลในครั้งนี้ ทำให้ไม่สามารถให้ข่าวได้


ซึ่งเมื่อพ้นเวลาดังกล่าวแล้วทั้ง 3 ค่ายจึงต้องออกมาชี้แจงให้สังคมรับทราบ และยืนยันว่าการประมูลครั้งนี้ไม่มีการฮั้วแน่นอน เพราะ กสทช. ออกแบบประมูลไว้ดีมาก และมีกฎข้อบังคับมากมาย และหากมีการฮั้วเกิดขึ้น จะไม่สามารถเข้าร่วมประมูล 3จี ได้อีก จึงต้องระมัดระวังในการดำเนินการ


ทั้ง 3 รายยืนยันตรงกันว่าไม่มีการฮั้วประมูลแต่อย่างใดทั้งสิ้น


ส่วน พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และประธาน กทค. ก็ยืนยันเช่นกันว่าการประมูลครั้งนี้ กสทช.สามารถสร้างความชัดเจนในการประมูล 3จี ได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาดแล้ว อีกทั้งยังเป็นการจัดประมูลอยู่บนหลักสากล ภายใต้ความต้องการให้การประมูลส่งผลให้เกิดการแข่งขันในตลาด


วิธีการประมูลเช่นนี้ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้


"ถือว่าเราได้ทำหน้าที่โดยสมบูรณ์แล้ว ในการเป็นฟันเฟืองตัวหนึ่งให้ประเทศเคลื่อนไปข้างหน้าหากเห็นว่า กสทช. ทำผิดจริงกระบวนการยุติธรรมจะเป็นเครื่องพิสูจน์และตัดสินเอง"พ.อ.เศรษฐพงค์กล่าว


ปัญหาก็คือ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา พร้อมด้วย ส.ว. อีก 10 คน ไม่สนใจรับฟังความจริง แต่ได้เดินหน้าไปยื่นหนังสือต่อนางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอพิจารณาให้ส่งเรื่องต่อให้ศาลปกครองพิจารณาว่าคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีอำนาจที่จะรับรองผลการประมูลคลื่นความถี่ 3จี หรือไม่? เพราะคิดว่าอำนาจในการรับรองผลและออกใบอนุญาตการประมูลคลื่นความถี่3จี น่าจะเป็นอำนาจของ กสทช.ชุดใหญ่ทั้งคณะ 11 คน


ซึ่งนางผาณิต ก็เด้งรับทันทีว่าทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กำลังดำเนินการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการประมูลคลื่นความถี่ 3จี ทั้งหมดที่ยื่นเข้ามา...เพราะถือเป็นเรื่องเร่งด่วน


งานนี้ถ้าไทยไม่มี 3จี ใช้ ก็ไม่ต้องโทษใคร โทษคนไทยด้วยกันเองนี่แหละ

ที่มา: หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์ วันที่ 1 - 2 พ.ย. 2555
credit: http://www.thunhoon.com