หน้า : พิมพ์หน้านี้ - ซีพีเอฟ ตอกย้ำธุรกิจสีเขียว นำผลิตภัณฑ์สู่การรับรอง ProSustain Standard ระดับโลก

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ข่าวประชาสัมพันธ์ => ข้อความที่เริ่มโดย: n_phuntang ที่ 31 ส.ค. 13, 15:55 น

ซีพีเอฟ ตอกย้ำธุรกิจสีเขียว นำผลิตภัณฑ์สู่การรับรอง ProSustain Standard ระดับโลก


กระทู้: ซีพีเอฟ ตอกย้ำธุรกิจสีเขียว นำผลิตภัณฑ์สู่การรับรอง ProSustain Standard ระดับโลก
เริ่มกระทู้โดย: n_phuntang ที่ 31 ส.ค. 13, 15:55 น
ซีพีเอฟ ตอกย้ำธุรกิจสีเขียว นำผลิตภัณฑ์สู่การรับรอง ProSustain Standard ระดับโลก
บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้รับใบรับรอง ProSustain Standard  จากDet Norske Veritasหรือ DNV ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้การรับรองผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนในระดับโลก ในฐานะที่บริษัทเป็นองค์กรผู้นำจัดทำ“โครงการผลิตภัณฑ์ซีพีเอฟที่ยั่งยืน” (CPF’s Product Sustainability)ให้กับผลิตภัณฑ์ไก่ ซึ่งนับเป็นรายแรกของโลกและยังเป็นรายแรกของภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิค
การให้การรับรองของ DNV สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการออกแบบ การพัฒนา และการควบคุมการผลิตอย่างยั่งยืน ทั้งด้านคุณภาพและความปลอดภัยด้วยระบบมาตรฐานสากลตลอดห่วงโซ่แห่งคุณค่าอาหาร (CPF Value Chain) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายผู้นำการผลิตแบบGreen Economicเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดโลกปัจจุบัน  และนับเป็นก้าวสำคัญของการขยายโอกาสทางการค้า ภายใต้วิสัยทัศน์  “ครัวของโลก” เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
วันนี้นายอันโตนิโอ แอสโทเน่ (Mr. Antonio Astone),Global Sustainability Manager of Det Norske Veritas(DNV)และ (Mr.TeerasakUrunanon, Chief Operation Officer of Domestic Trading) เป็นประธานร่วมแถลงเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนแนวทางธุรกิจสีเขียวของซีพีเอฟ ที่ห้องบอร์ดรูม อาคารซีพี ทาวเวอร์ สีลม
นายธีรศักดิ์ เปิดเผยว่า โครงการผลิตภัณฑ์ซีพีเอฟที่ยั่งยืน ริเริ่มจากแนวคิดการพัฒนาธุรกิจครบวงจรของบริษัทฯ สู่ความยั่งยืนตามมาตรฐานระดับโลก ขณะเดียวกันมุ่งเน้นการสร้างความสมดุลต่อภาคเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อแสดงความพร้อมในการปรับเปลี่ยนการผลิตอาหารที่มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม
ผลจากการดำเนินโครงการฯดังกล่าว บริษัทฯสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 260,000 ตันต่อปี ซึ่งเป็นการช่วยลดภาวะโลกร้อน เช่น โรงงานแปรรูปอาหารซีพีเอฟ มีนบุรี ซึ่งอยู่ในโครงการนำร่องคาร์บอนฟุตพริ้นท์ตั้งแต่ปี 2552 สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 15,000 ตัน/ปี และลดการใช้น้ำมันเตาได้ปีละ 400,000 ลิตร/ปี
สำหรับผลิตภัณฑ์นำร่องที่ได้รับใบรับรอง ProSustain Standard  จาก DNV ในครั้งนี้ คือ ผลิตภัณฑ์ไก่ ทั้งไก่สดและไก่แปรรูป โดยนับเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ไก่รายแรกของโลกที่ได้รับใบรับรองผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน (Product Sustainability)  และเป็นรายแรกของอุตสาหกรรมอาหารในเอเชีย-แปซิฟิก เนื่องจากสามารถออกแบบ พัฒนา และควบคุมการผลิตตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันยังสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่แห่งคุณค่าอาหาร (CPF Value Chain)


ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ไก่สด และไก่แปรรูป ที่ได้รับใบรับรองดังกล่าว มีจําหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ  โดยในส่วนของตลาดต่างประเทศจำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศแถบสแกนดิเนเวียประกอบด้วย เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ และไอร์แลนด์  ภายใต้แบรนด์ “คิทเช่น จอย” (Kitchen Joy Quality Product by CP)และนับเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในฐานะผู้นำตลาดอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน โดยเป็นผู้ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 70% ในประเทศเดนมาร์ก และ 94% ในประเทศฟินแลนด์ด้านตลาดในประเทศจัดจำหน่ายภายใต้ตราซีพี ผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด
นายธีรศักดิ์  กล่าวด้วยว่า จากแนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับฉลากคาร์บอนที่สูงขึ้น โดยจะใส่ใจในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิตในระดับต่ำ ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องผลิตสินค้าที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ทั้งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือในการลดภาวะโลกร้อนระหว่างผู้บริโภคและผู้ผลิตด้วย
“การได้รับใบรับรองนี้ จะเป็นส่วนในการกระตุ้นให้ผู้ผลิตหันมาใส่ใจต่อกระบวนการผลิตที่ลดการใช้พลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้มากขึ้นแล้ว” นายธีรศักดิ์ กล่าว
นายธีรศักดิ์ กล่าวย้ำว่า ซีพีเอฟ มีการวางแผนแนวทางการพัฒนาธุรกิจสีเขียวครบวงจรอย่างต่อเนื่อง โดยการสร้างห่วงโซ่การผลิตสีเขียว หรือ CPF Green Value Chain   ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ  ครอบคลุม ธุรกิจอาหารสัตว์, ธุรกิจเลี้ยงสัตว์, ธุรกิจอาหาร และ ธุรกิจการจัดจำหน่าย  ซึ่งทำให้ได้ใบรับรองในระดับโลกว่ามีระบบการบริหารอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ในปีนี้ ซีพีเอฟยังตั้งเป้าสร้าง“Green Logistics”  เพื่อบริหารจัดการการขนส่งผลิตภัณฑ์ที่ใช้เชื้อเพลิงอย่างคุ้มค่า และปลดปล่อยคาร์บอนต่ำ 
ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนของซีพีเอฟ นอกจากจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว คุณภาพและความปลอดภัยเป็นสิ่งที่บริษัทตอกย้ำเสมอมา ผ่านการรับรองระบบมาตรฐานสากล อาทิ ISO 9001 GMP GAP HACCP และ Animal Health and Welfare สร้างความมั่นคงต่อสังคม เศรษฐกิจ และ สิ่งแวดล้อม./
 q*071 q*073