หน้า : พิมพ์หน้านี้ - เหรียญสองด้าน...เคมีปราบศัตรูพืช

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => คลับสุขภาพ => ข้อความที่เริ่มโดย: rammun ที่ 22 ก.ย. 17, 14:16 น

เหรียญสองด้าน...เคมีปราบศัตรูพืช


กระทู้: เหรียญสองด้าน...เคมีปราบศัตรูพืช
เริ่มกระทู้โดย: rammun ที่ 22 ก.ย. 17, 14:16 น
ทุกสิ่งในโลกล้วนมีหลายด้าน หลายมุม ขึ้นอยู่กับมุมมอง อย่างเหรียญ 1 เหรียญยังมี 2 ด้านให้เราศึกษา จดจำ

เรื่องของการใช้สารเคมีก็เช่นกัน มีคนตั้งคำถามว่า ทำไมเกษตรกรยังใช้ยาปราบศัตรูพืชอยู่ แต่เพราะมีความเชื่อคำว่า "สารเคมี"ต้องอันตราย มันจริงหรือไม่ อย่าเพิ่งด่วนสรุป เพราะทุกอย่างมีเหตุ มีผล มีดี มีไม่ดี ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสนใจหยิบมุมไหนขึ้นมานั่นเอง


ความรู้ใกล้ตัวของเคมีปราบศัตรูพืช

(http://www.oknation.net/blog/home/user_data/file_data/201709/21/72945e0de.gif)

ยาฆ่าหญ้าหรือพาราควอต   ยังมีชื่ออื่นที่เราอาจจะคุ้นเคยมากกว่า  เช่น กรัมม็อกโซน ไตรควอท หรือ เดกซ์ซูรอน   มีสารเคมีที่ช่วยลดต้นทุนการผลิต ถูกกว่าจ้างคนมาถากถอนหญ้าที่มีค่าแรงแพง และดีกว่าใช้รถจักรกลมาไถกลบ เพราะวัชพืชมักจะงอกขึ้นมากมายในฤดูฝน แปลงเกษตรดินนุ่ม เครื่องจักรกลใช้การไม่ได้เพราะติดหล่ม  เป็นความจำเป็นที่คนในวงการแพทย์และNGO ไม่ได้ลงมือทำเกษตรอาจจะไม่เข้าใจ   อีกหนึ่งข้อคือ กลไกการทำลายวัชพืช  เป็นสารที่กำจัดพืชเฉพาะสิ่งที่เป็นสีเขียวหรือคลอโรฟิลล์ที่อยู่ในใบพืช   แต่ถ้าโคนต้นไม้ รากไม้ ที่เป็นสีอย่างอื่น ไม่มีคลอโรฟิลล์ พาราควอตจะไม่ทำลาย โดยไม่ต้องห่วงว่าจะทำให้ไม้ผลของคุณเสียหาย จึงเป็นที่นิยมกับพี่น้องชาวเกษตรในปัจจุบัน

(http://www.oknation.net/blog/home/user_data/file_data/201709/21/7294575ee.jpg)

สำหรับ "คลอร์ไพริฟอส" (Chlorpyrifos) หน้าที่หลักกำจัดแมลงศัตรูพืชที่รบกวนผักต่างๆ เช่น ข้าวโพด ฝ้าย ถั่วลิสง ถั่วเหลือง มันฝรั่ง ข้าว อ้อย ยาสูบ ส้ม สตรอเบอร์รี่ แอสปารากัส มะเขือเทศ ไม้ดอกและไม้ประดับทั่วไป มะม่วง มะปราง ลำใย เป็นต้น  โดยสามารถกำจัดแมลง คือ  เพลี้ยอ่อน หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนคืบกะหล่ำ มวนแดงฝ้าย ไรแดง ไรสนิมส้ม เพลี้ยหอย เพลี้ยแป้งทุเรียน มอดเจาะลำต้นทุเรียน เพลี้ยแป้ง หนอนเจาะผลทุเรียน หนอนกอข้าว หนอนม้วนใบ หนอนกระทู้ผัก เสี้ยนดิน เพลี้ยอ่อนยาสูบ หนอนเจาะเมล็ด ด้วงงวงมันเทศ แมลงดำหนามมะพร้าว เพลี้ยอ่อนข้าวโพด เป็นต้น 

(http://www.oknation.net/blog/home/user_data/file_data/201709/21/729458805.jpg)

ปัจจุบัน สารคลอร์ไพริฟอส มีการเก็บข้อมูลศึกษาความเป็นพิษที่เกี่ยวกับสุขภาพของมนุษย์  และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่มีการตีพิมพ์และปรับปรุงข้อมูลอย่างต่อเนื่อง  ผลวิจัยจากทางหน่วยงานองค์กรอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า สารคลอร์ไพริฟอส ไม่มีผลกระทบต่อระบบสุขภาพทางกายและทางจิตของมนุษย์ และไม่มีผลกับสิ่งแวดล้อม เช่น นก กุ้ง หอย ปู ปลา ในแหล่งธรรมชาติ เป็นต้น

และสุดท้าย "ไกลโฟเซต" (Glyphosate)  พระเอกสำคัญที่ทำหน้าที่กำจัดปราบวัชพืช ที่่ได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน  สำหรับไกลโฟเสตมีขายในชื่อทางการค้าต่างๆ เช่น ราวด์อัพ (Roundup) พิษของไกลโฟเสตต่อมนุษย์จัดว่าค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับสารปราบวัชพืชตัวอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นพิษจากการระคายเคืองเป็นหลัก
 
อย่างไรก็ตามการกินเพื่อจงใจฆ่าตัวตายหรือกินโดยบังเอิญเข้าไปในปริมาณมาก ก็สามารถทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน ในด้านคุณสมบัติก่อมะเร็ง องค์กร IARC และ ACGIH ไม่เคยทำการประเมินไว้ องค์กรทางด้านสิ่งแวดล้อมคือ EPA ประเมินว่า ไกลโฟเสตนั้นไม่เป็นสารก่อมะเร็ง

(http://img.tnews.co.th/userfiles/images/e4qyr7.gif)

กรมอนามัยแนะ 10 วิธีใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัย และปฏิบัติการใช้งานสารเคมีตามข้อมูลวิธีใช้อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันรับสารพิษตกค้าง เผยสะสมนานก่อมะเร็ง ออกฤทธิ์เฉียบพลัน ส่งผลต่อระบบประสาทอาจถึงขั้นเสียชีวิต  สำหรับประชาชนที่จำเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถป้องกันอันตรายได้ ดังนี้

1. อ่านฉลากให้เข้าใจเกี่ยวกับวิธีใช้ การป้องกันอันตรายและวิธีแก้พิษ
2. ผสมสารเคมีให้ถูกต้องตามอัตราส่วนที่ระบุในฉลากและเตรียมน้ำสะอาดไว้ล้างกรณีกระเด็นเข้าตาหรือหก
3. ไม่ควรใช้มือเปล่าขณะผสมสารเคมี
4. สารเคมีกำจัดศัตรูพืชทุกชนิดควรบรรจุในภาชนะเดิม ถ้าจะถ่ายใส่ภาชนะใหม่ต้องติดป้ายบอกชัดเจน
5. ผสมสารเคมีให้พอดี ใช้ให้หมดในครั้งเดียว หากใช้ไม่หมดควรเก็บให้มิดชิด
6. ตรวจเช็กอุปกรณ์การฉีดพ่นให้อยู่ในสภาพดี หากหัวฉีดอุดตัน ห้ามใช้ปากเป่า แต่ให้ถอดหัวฉีดออกมาทำความสะอาดโดยแช่ในน้ำ
7. สวมเสื้อผ้ามิดชิด และสวมอุปกรณ์ป้องกันอันตราย 
8. ห้ามกินอาหาร น้ำ หรือสูบบุหรี่ขณะผสมสารเคมี
9. กรณีสัมผัสสารเคมีทางผิวหนัง ให้ชำระล้างด้วยน้ำสะอาดนาน ๆ อย่างน้อย 15 นาที รีบอาบน้ำฟอกสบู่เปลี่ยนเสื้อผ้า
10. ไม่ควรฉีดพ่นในขณะที่ลมแรง หรือฝนตก และยืนอยู่เหนือลมเสมอ

ตัวอย่างการใช้ยาฆ่าหญ้าอย่างถูกวิธี

(https://imgza.xyz/i/thkqpvnr.jpg)