หน้า : พิมพ์หน้านี้ - 5 อาหารบำรุงสมองลูกน้อยที่เหล่าคุณแม่มือใหม่ควรรู้

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => แม่ลูกคนเก่ง => ข้อความที่เริ่มโดย: babalazabzab ที่ 17 ก.ย. 19, 17:33 น

5 อาหารบำรุงสมองลูกน้อยที่เหล่าคุณแม่มือใหม่ควรรู้


กระทู้: 5 อาหารบำรุงสมองลูกน้อยที่เหล่าคุณแม่มือใหม่ควรรู้
เริ่มกระทู้โดย: babalazabzab ที่ 17 ก.ย. 19, 17:33 น
(https://sv1.picz.in.th/images/2019/09/17/cY02Lg.jpg)

              อาหารถือเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยหลักสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านร่างกายสมอง และสติปัญญาของลูกให้เติบโตแข็งแรงสมวัยอย่างเต็มศักยภาพได้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คุณพ่อ คุณแม่ หลาย ๆ ท่านจึงอยากที่จะให้ลูกน้อยได้ทานอาหารที่ดีมีประโยชน์อยู่เสมอ แล้วยิ่งถ้าเป็น อาหารบำรุงสมองลูกน้อย โดยเฉพาะแล้วหละก็ จะยิ่งดีต่อตัวลูกน้อยยิ่งขึ้นไปอีก ว่าแต่จะมีอาหารประเภทไหนและชนิดไหนบ้างนะที่ช่วยบำรุงสมองลูกน้อย มาดูกันเลยค่ะ

            5 อันดับ อาหารบำรุงสมองลูกน้อย  (https://www.foremostthailand.com/โภชนาการเสริมพัฒนาการเด็ก/5-สารอาหารบำรุง-สมองเด็ก-ลูกยิ่งกิน-ยิ่งฉลาด)ที่เหล่าคุณแม่ควรรู้

1. อะโวคาโด
ผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามมินซี วิตามินบี 3 หรือไนอะซิน โฟเลต มีแร่ธาตุอย่างโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก แมกนีเซียม และแคลเซียม คุณแม่สามารถนำอะโวคาโดไปต้มให้สุก จากนั้นตักเอาแต่เนื้อออกมา แล้วบดให้ละเอียดด้วยช้อนหรือส้อม เสร็จแล้วก็ป้อนให้ลูกน้อยได้กิน เมนูนี้เหมาะสำหรับลูกน้อยวัย 6 เดือนขึ้นไป

2. กล้วย
กล้วยเป็นผลไม้ที่หาได้ง่าย อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามมินซี โฟเลต มีแร่ธาตุอย่างโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ซีลีเนียม แมกนีเซียม และแคลเซียม วิธีการนำมาทำเป็นอาหารให้ลูกน้อยอย่างง่ายที่สุด คือ การนำมาบดให้ละเอียด จะบดด้วยมือหรือเครื่องก็ได้ หรือจะนำกล้วยเอาเข้าไปอบในเตาไมโครเวฟเป็นเวลา 25 วินาที ก่อน แล้วค่อยมาบดก็ได้ จากนั้นคุณแม่ก็เติมนมแม่เข้าไป หรือจะใส่ธัญพืชอื่นๆ แทนตามที่ต้องการ เมนูนี้เหมาะสำหรับเด็ก 6 เดือนขึ้นไป

3. ผักใบเขียว
ผักใบเขียว เช่น ผักโขม ผักคะน้า ผักกาดเขียวปลี อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยช่วยในเรื่องการจดจำได้ดี โดยเฉพาะผักโขมและผักคะน้ามีธาตุเหล็กสูง และยังสามารถเติมลงไปในอาหารของลูกได้ง่าย ถ้าคุณอยากหาเมนูใหม่ ๆ ให้ลองผสมน้ำผักโขมกับน้ำผลไม้ต่าง ๆ เช่น น้ำส้ม เพราะวิตามินซีจะช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก ให้หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีแคลเซียมเมื่อรับประทานอาหารที่เสริมธาตุเหล็ก เนื่องจากแคลเซียมยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็ก

4. มะละกอ
เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง วิตามินเอ วิตามินอี มีเส้นใยจำนวนมาก และกรดโฟลิก เมนูง่าย ๆ ที่คุณแม่สามารถทำให้ลูกน้อยทานได้ คือ มะละกอบด เหมาะสำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป ทำง่ายเพียง 5 นาที โดยไม่ต้องใช้ความร้อน แต่มะละกอที่ใช้ต้องเป็นมะละกอสุกเท่านั้น หากใช้มะละกอดิบจะทำให้เด็กเกิดอาการปวดท้องได้ และไม่ควรให้ลูกรับประทานเกินวันละ 2-3 ออนซ์ อาจส่งผลทำให้ลูกเกิดอาการปวดท้องได้เช่นกัน

5. ฟักทอง
ฟักทองอัดแน่นไปด้วยสารอาหารที่ดีที่สุด เพราะเต็มไปด้วยวิตามินเอและเบต้าแคโรทีน เป็นแหล่งโพแทสเซียม โปรตีน และเหล็กที่ดี รวมถึงวิตามินเค วิตามินซี โฟเลต ไนอะซิน ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม แคลเซียม โซเดียม และสังกะสี ทารกจะเริ่มทานฟักทองได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนเป็นต้นไป สามารถทานเป็นฟักทองบด หรือเป็นชิ้นนิ่ม หรือนำไปผสมลงในธัญพืชโฮมเมด โยเกิร์ต และแม้แต่ในเนื้อสัตว์ก็ได้

        นอกจาก อาหารบำรุงสมองลูกน้อย เหล่านี้แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันในการที่จะช่วยให้ลูกน้อย เก่ง ฉลาด มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง คือคุณพ่อ คุณแม่ ต้องอย่าลืมใส่ใจในเรื่องการเลี้ยงดู การอบรมสั่งสอน  การให้ลูกน้อยได้เล่นสนุกอย่างเต็มที่ เพราะสิ่งเรานี้ย่อมส่งผลดีต่อการเรียนรู้ของลูกน้อยค่ะ