หน้า : พิมพ์หน้านี้ - ‘คิงเพาเวอร์’ ลุยประมูลพิกอัพเคาน์เตอร์

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: asakizang ที่ 6 ต.ค. 19, 21:14 น

‘คิงเพาเวอร์’ ลุยประมูลพิกอัพเคาน์เตอร์


กระทู้: ‘คิงเพาเวอร์’ ลุยประมูลพิกอัพเคาน์เตอร์
เริ่มกระทู้โดย: asakizang ที่ 6 ต.ค. 19, 21:14 น
(https://medias.thansettakij.com/images/2019/09/30/1569823194.jpg)
เป็นที่น่าสนใจวงการดิ้วตี้ฟรีบ้านเรา หลังจากจบประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์และสินค้าปลอดภาษีไปแล้ว
ครั้งนี้ก็ถึงรอบของประมูลพิกอัพเคาน์เตอร์ สนามบินดอนเมือง โดยครั้งนี้
คิงเพาเวอร์ก็ประกาศลุยเต็มที่
“อัยยวัฒน์” สั่งลุย ส่ง “คิงเพาเวอร์” ประมูล ดิวตี้ฟรีดอนเมือง-พิกอัพเคาน์เตอร์ ประกาศอีก 2 ปีลุยซื้อธุรกิจอังกฤษเพิ่ม

นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ฯ เปิดเผยว่า ทิศทางของกลุ่มคิง เพาเวอร์ สำหรับที่เมืองไทย จะยังให้ความสำคัญกับธุรกิจเดิมก่อน ด้วยการพัฒนาและเสริมความแข็งแกร่งภายในองค์กร ส่วนแผนการดำเนินโครงการบริหารพื้นที่ปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) ธุรกิจดิวตี้ฟรีและการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ใน 3 สนามบิน ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่ ที่บริษัท ชนะการประมูล ยังคงเดินหน้า ขณะนี้กำลังรอเข้า
ประมูลดิวตี้ฟรีดอนเมือง และพิกอัพเคาน์เตอร์ต่อไปปัจจุบันมูลค่าธุรกิจดิวตี้ฟรีในไทยกว่า 1 แสนล้านบาท กว่า 60% มาจากธุรกิจดิวตี้ฟรีในเมือง สะท้อนจากรายได้ของกลุ่มคิง เพาเวอร์ ในปี 2560 มีรายได้รวมกว่า 91,785.47 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นรายได้จาก บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจ
ร้านค้าปลอดอากรในเมือง 56,151.74 ล้านบาท และรายได้จากบริษัท
คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจดิวตี้ฟรีในสนามบิน จำนวน 35,472.59 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้คิง เพาเวอร์ทุ่มสุดตัวในการประมูลดิวตี้ฟรี โดยเสนอจ่ายผลตอบแทนขั้นตํ่ารายปี(Minimum Guarantee) ไม่ตํ่ากว่า 2.4 แสนล้านบาท เพื่อแลกกับสัมปทานกินยาวไปอีก 10 ปี 6 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. 63- 31 มี.ค. 74) โดยเสนอผลตอบแทนขั้นตํ่าปีแรกรวม 3 สัญญาอยู่ที่ 2.35 หมื่นล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เป็นส่วนของดิวตี้ฟรีที่สนามบินสุวรรณภูมิ 1.54 หมื่นล้านบาท ดิวตี้ฟรีใน 3 สนามบินภูมิภาค 2.33 พันล้านบาท และพื้นที่รีเทลในสนามบินสุวรรณภูมิ 5.79 พันล้านบาทการจ่ายค่าสัมปทานสูงขนาดนี้ของคิง เพาเวอร์ และต่างจากคู่แข่งมาก เป็นเพราะความได้เปรียบในสมรภูมิพื้นที่มานาน ทำให้คำนวณการไหลเวียนของผู้โดยสารการเติบโตของรายได้ที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต โดยเฉพาะในส่วนของอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (อาคารแซตเทลไลต์) ในพื้นที่ 7 พันตร.ม.ที่จะมี 28 หลุมจอดเกิดขึ้น ซึ่งคิง เพาเวอร์มีการนำมาคำนวณเป็นรายได้ที่จะเกิดขึ้นนายอัยยวัฒน์ มองว่าจากสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกที่ซบเซา ทำให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยทั่วโลกไม่ดีในทุกๆ ด้าน ซึ่งไม่แน่ใจว่า
เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นเมื่อไร สภาพเศรษฐกิจเหล่านี้เป็นปัญหาและส่งผลกระทบกับทุกคน รวมทั้งคิง เพาเวอร์ เพราะฉะนั้น ระหว่างนี้คือ ย้อนกลับมาดูสิ่งที่เรามีความสามารถและถนัดก่อน รวมถึงบริหารจัดการต้นทุนให้ดี ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว“ช่วงที่ผ่านมา ประเทศเป็นอย่างไร ผมก็เป็นอย่างนั้น ก็ดรอปลง ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่หายไป เศรษฐกิจและรายได้เหมือนประเทศ ประเทศซัฟเฟอร์ เราก็ซัฟเฟอร์ อะไรที่เกิดกับประเทศไทย หากกระทบกับประเทศ ก็กระทบกับเราหมด” นายอัยยวัฒน์กล่าวสำหรับแผนธุรกิจของคิง เพาเวอร์ที่ประเทศอังกฤษกับการลงทุนเพิ่มเติมกำลังดูอยู่ เพราะเชื่อว่าภาพรวมเศรษฐกิจของอังกฤษ
จะไม่แย่ไปกว่านี้ และประเทศอังกฤษก็ยังมีจุดขายที่ชัดเจน มีความเป็นประเทศที่ใครๆ ก็ยังอยากเดินทางไปเที่ยว และยังมีฟุตบอล
พรีเมียร์ลีก ที่เป็นจุดดึงดูดคนทั่วโลก เรื่องของการลงทุนยังดูอยู่หลายๆ อัน ซึ่งการลงทุนที่จะเกิดขึ้นต้องรีเลตกับธุรกิจที่เรามีอยู่คือ เรื่องท่องเที่ยว และคาดว่าจะได้เห็นการลงทุนใหม่ๆ ภายใน 2 ปีนี้ อาจจะเป็นการซื้อกิจการ ส่วนเรื่องฟุตบอล อาจมีการลงทุนเพิ่มเติมกับทีมเลสเตอร์

ส่วนตัวเองติดตามข่าวดิวตี้ฟรีไทยหรือแทบจะเรียกได้ว่าเป็นดิวตี้ฟรีของไทยเลยก็ว่าได้ ว่ารุ่นลูกจะก้าวต่อไปในแนวทางไหน

 ขอบคุณข่าวจาก ฐานเศรษฐกิจ
https://www.thansettakij.com/content/410920?fbclid=IwAR21xuQX59zto56qxE5vXhkTcge80KJmC5_TiMn0lPvxnVXHfI3Kk-VI6j4