หน้า : พิมพ์หน้านี้ - 10 สุดยอด "เลือดสุพรรณ" ที่ต้องชมละคร วันที่ 12 ต.ค.นี้ ช่อง 5 และเพิ่ม script สำหรับ IE 10 – 11 ค่ะ

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => บันเทิง => ข้อความที่เริ่มโดย: newsman2514 ที่ 11 ต.ค. 19, 13:08 น

10 สุดยอด "เลือดสุพรรณ" ที่ต้องชมละคร วันที่ 12 ต.ค.นี้ ช่อง 5


กระทู้: 10 สุดยอด "เลือดสุพรรณ" ที่ต้องชมละคร วันที่ 12 ต.ค.นี้ ช่อง 5
เริ่มกระทู้โดย: newsman2514 ที่ 11 ต.ค. 19, 13:08 น
“เลือดสุพรรณ” ประพันธ์โดย “พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ”  ได้ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานการแสดงละครอิงประวัติศาสตร์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2479 ล่าสุด  บริษัท พรี-โพร-โพสต์ ไลฟ์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด โดย “คุณเอ๋-นุชิต นวลสกุล” ผู้จัดและผู้กำกับการแสดงได้นำมาจัดสร้างในโปรเจ็กตละครซีรีย์ “๕สมรภูมิรบสมรภูมิรักชาติ” นำแสดงโดย  “ไนกี้-นิธิดล ป้อมสุวรรณ” ประกบ  “แป้ง-พรภัสร์ชนก มิตรชัย” เริ่มออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. – 21.10 น.  เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2562 จำนวน 5 ตอน  ทางสถานีวิทยุกองทัพบกช่อง 5 มาดูกันว่า  10 เรื่องราวที่น่าสนใจของละครซีรี่ย์เรื่อง “เลือดสุพรรณ” มีอะไรบ้างที่ควรต้องติดตามชม

1. เลือดสุพรรณ ถูกแสดงครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2497 เป็นละครแบบผสม คือมีทั้งบทพูดแบบละครพูด มีทั้งการรำแบบละครรำ มีเพลงร้องทั้งเพลงไทยเดิม และเพลงไทยสากล เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการศึกระหว่างไทยและพม่า

2.เป็นผลงานด้านการแสดงที่มีตำนานสุดคลาสสิกมายาวนาน ถึงปีนี้ครบ 83 ปีพอดี (พ.ศ.2479-2562)

3.ผลงาน “เลือดสุพรรณ” ถูกสร้างในรูปแบบภาพยนตร์ครั้งสุดท้ายเมื่อ ปี พ.ศ.2522 หรือเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ซึ่งกำกับการแสดงโดย “เชิด ทรงศรี” นำแสดงโดย“ลลนา สุลาวัลย์”กับ “ไพโรจน์ สังวริบุตร”

4.เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2561 หอภาพยนตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวัฒนธรรม ประกาศให้ภาพยนตร์เรื่อง เลือดสุพรรณ เป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ 8 ประจำปี พ.ศ.2561

5.เพื่อเป็นการน้อมนำพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๑๐) ในเรื่องที่เกี่ยวกับการปฏิบัติและปลุกจิตสำนึกความรักชาติ

6.ความรักในเรื่องเลือดสุพรรณ เป็นความรักหลายประเภท ได้แก่ ความรักหญิงกับชายที่ต่างเชื้อชาติ ความรักระหว่างลูกกับพ่อแม่ ทั้งของฝ่ายไทย ดวงจันทร์ และฝ่ายพม่า มังราย แต่ความรักที่ถูกยกย่องและชูเป็นเรื่องสำคัญเหนือความรักอื่นใด คือความรักชาติดังนั้น ดวงจันทร์และมังรายจึงต้องตาย ละคร/หนัง

7.“เลือดสุพรรณ”ติดอันดับผลงานต้น ๆ ที่เรื่องเรียกร้องน้ำตาคนดู

8.คำว่า“รัก” พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ  ได้ให้ความหมายว่าหมายถึงการชอบในคนอื่นมากกว่าชอบในตนเอง และคำว่า “รักชาติ” คือ “ถ้ายังไม่พร้อมที่จะเสียสละสรรพสิ่งทั้งหลาย รวมทั้งชีวิตของตัวให้ชาติได้แล้ว จะเรียกว่ารักชาติไม่ได้เลยเป็นอันขาด” ดังนั้น ดวงจันทร์ ผู้หญิงตัวเอกของเรื่อง ที่นำชาวไทยจับอาวุธบุกเข้ารบกับกองทัพพม่าจนถูกยิงตายสิ้นทุกคน จึงเป็นความรักชาติสูงสุดตามอุดมคติของหลวงวิจิตรฯ หรือพูดได้ว่า ดวงจันทร์ต้องตายเพราะคำ “รักชาติ” ที่ พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ   กำหนดความหมายไว้

9.ปลูกใจผู้หญิงไทยให้รักชาติและลุกรบ เลือดสุพรรณวางตัวเอกฝ่ายชายเป็นทหารพม่าตัวเอกฝ่ายหญิงเป็นดวงจันทร์ผู้หญิงไทยเชลยศึกของพม่าและตัวเอกที่สุดของเรื่องนี้ก็คือดวงจันทร์ เมื่อพิจารณาจากบทละครต่างๆ โดยรวมของ พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ   กล่าวได้ว่า ให้ความสำคัญกับผู้หญิง และการมีบทบาทเป็นตัวเอกของเรื่อง เช่น เรื่องศึกถลาง เจ้าหญิงแสนหวี พระมหาเทวี ซึ่งจะเป็นวิธีคิดตรงกันข้ามที่ผู้หญิงในสังคมไทยถูกทำให้เชื่อตลอดมาว่าเป็นช้างเท้าหลัง ไม่มีความเป็นผู้นำ เป็นผู้ตาม และมักต้องปฏิบัติตามการตัดสินของผู้ชาย

10.เกิดบทเพลงอมตะปลุกใจรักชาติ คำร้อง-ทำนอง: พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ

เลือดสุพรรณเหยหาญในการศึก

เหี้ยมฮึกกล้าสู้ไม่รู้หนี

ไม่ครั่นคร้ามขามใจต่อไพรี

ผู้ใดมีมีดพร้าคว้ามารบ

มาด้วยกัน มาด้วยกัน เลือดสุพรรณเอ๋ย

เลือดสุพรรณเข้าประจัญ อย่าได้พรั่นเลย

อยู่ไม่สุขเขามารุกแดนตระหน่ำ

ให้ชอกช้ำแสนอนาถชาติไทยเอ๋ย

เขาเฆี่ยนฆ่าเพราะว่าเห็นเป็นเชลย

จะนิ่งเฉยอยู่ทำไมพวกไทยเรา

                          (ซ้ำ)

อันเมืองไทยเป็นของไทยใช่ของอื่น

มาต่อสู้กู้คืนเถอะเราเอ๋ย

ถึงตัวตายอย่าเสียดายชีวิตเลย

มาเถอะเหวยพวกเรามากล้าประจัญ

มาด้วยกัน มาด้วยกัน เลือดสุพรรณเอ๋ย

เลือดสุพรรณเข้าประจัญ อย่าได้พรั่นเลย

อยู่ไม่สุขเขามารุกแดนตระหน่ำ

ให้ชอกช้ำแสนอนาถชาติไทยเอ๋ย

เขาเฆี่ยนฆ่าเพราะว่าเห็นเป็นเชลย

จะนิ่งเฉยอยู่ทำไมพวกไทยเรา

                ละครเรื่องเลือดสุพรรณ ออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. – 21.10 น.  เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2562 จำนวน 5 ตอน  ทางสถานีวิทยุกองทัพบกช่อง 5

ที่มา : วิกิพีเดีย,หนังสือศิลปวัฒนธรรม