หน้า : พิมพ์หน้านี้ - TED และ Future Stewards ร่วมจัดกิจกรรม Countdown

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ข่าวประชาสัมพันธ์ => ข้อความที่เริ่มโดย: prdelivery ที่ 17 ก.ย. 20, 09:19 น

TED และ Future Stewards ร่วมจัดกิจกรรม Countdown


กระทู้: TED และ Future Stewards ร่วมจัดกิจกรรม Countdown
เริ่มกระทู้โดย: prdelivery ที่ 17 ก.ย. 20, 09:19 น
- Prince William, Yemi Alade, Monica Araya, Xiye Bastida, Jesper Brodin, Don Cheadle, Dave Clark, Christiana Figueres, Al Gore, Ant?nio Guterres, Chris Hemsworth, Kara Hurst, Lisa Jackson, Rose Mutiso, Johan Rockstroem, Prince Royce, Mark Ruffalo, Sigrid, Jaden Smith, Nigel Topping และ Ursula von der Leyen เข้าร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ ศิลปิน โรงเรียน และผู้นำจากภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อเร่งผลักดันและส่งเสริมแนวทางแก้ปัญหา

Countdown โครงการระดับโลกเพื่อสนับสนุนและเร่งผลักดันแนวทางแก้ปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศ จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 10 ตุลาคม 2020 ผ่านการจัดอีเวนต์ออนไลน์ยาวห้าชั่วโมงที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกับนักคิดและนักปฏิบัติระดับแนวหน้าได้ฟรี นี่เป็นเวลาที่เราต้องลงมือทำ ซึ่งนักคิดและนักปฏิบัติเหล่านี้จะมาช่วยให้เราได้เห็นภาพว่าอนาคตที่มีการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์นั้นเป็นเช่นไร ด้วยการเปลี่ยนความคิดให้เป็นการลงมือทำ งานนี้จะเป็นการผสมผสานไอเดียที่มีงานวิจัยรองรับและปฏิบัติได้จริง วิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้า ตลอดจนช่วงเวลาอันน่าอัศจรรย์และสร้างแรงบันดาลใจตามแบบฉบับของ TED สำหรับอีเวนต์ Countdown นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมและความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นฤดูใบไม้ร่วงนี้ ซึ่งรวมถึง Bloomberg Green Festival, Climate Week NYC และงานอื่นๆ โดยมีเป้าหมายรวมกันในการให้ข้อมูลและกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้คนหลายล้านคน ก่อนงานประชุม UN Climate Change Conference ในเดือนพฤศจิกายน 2021

การเปิดตัวอีเวนต์ Countdown ระดับโลกครั้งนี้จะมีการถ่ายทอดสดทางช่อง YouTube ของ TED และจะเป็นงานประชุมครั้งแรกของ TED ที่เปิดให้ทุกคนสามารถเข้าร่วมได้ฟรีในทุกส่วนของงาน ซึ่งรวมถึงการพูดและการแสดงต่างๆ โดยจะเข้าชมได้ทันทีบนทุกแพลตฟอร์มดิจิทัล ประกอบไปด้วยคอนเทนต์มากกว่า 50 คอนเทนต์ ทั้งการพูด การแสดง แอนิเมชัน และอีกมากมาย ซึ่งนักพูดจะนำเสนอหัวข้ออย่างเช่น

- วิทยาศาสตร์ภูมิอากาศและวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เราไปถึงไหนแล้ว
- เหตุใดความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ (climate justice) จึงสำคัญ
- การผลักดันให้การเมืองและการทำงานเพื่อสังคมหันกลับมาใส่ใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- ภาคธุรกิจทำอะไรได้บ้าง และกำลังทำอะไรอยู่ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
- คิดใหม่ทำใหม่เพื่อเมืองของเรา
- ยกระดับแนวทางปฏิบัติที่บ้านและที่ทำงาน
- ก้าวสู่อนาคตที่ปลอดภัยกว่า สะอาดกว่า และยุติธรรมกว่า สำหรับผู้คนและโลก

ดูรายการทั้งหมดและรายชื่อวิทยากรได้ที่นี่

นอกจากอีเวนต์สดระดับโลกแล้ว ยังจะมีกิจกรรมออนไลน์ TEDx Countdown อีกกว่า 500 อีเวนต์ทั่วโลกในเก้าภาษา เพื่อกระตุ้นให้ชุมชนและผู้คนลงมือทำในท้องถิ่นของตัวเอง พร้อมแบ่งปันแนวทางและแนวคิดใหม่ๆ กับชุมชนโลก Countdown ยังได้รวบรวมสภาเยาวชน (Youth Council) ซึ่งประกอบด้วยนักเคลื่อนไหวระดับแนวหน้าที่จะมีส่วนร่วมในโปรแกรมของ Countdown ตลอดทั้งปีนี้ นอกจากนี้ Countdown ยังมุ่งผลักดันการมีส่วนร่วมของผู้คนผ่านศิลปะโดยมีงานแสดงศิลปะในเมืองต่างๆ ทั่วโลกในช่วงของอีเวนต์วันที่ 10.10.20 นี้ โดยขณะนี้กำลังมีการเปิดรับผลงานศิลปะ ทั้งภาพวาดและภาพถ่ายทางเว็บไซต์ของ Countdown เพื่อนำไปจัดแสดงตลอดทั้งปี

“มันถึงเวลามานานแล้วที่เราต้องลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อจัดการกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตอนนี้เป็นเวลาที่เราต้องร่วมมือกันในทุกระดับของสังคม ทั้งผู้นำทางธุรกิจ นักการเมืองที่กล้าลงมือ นักวิทยาศาสตร์ และประชาชนทั่วไป เพื่อก้าวไปสู่โลกที่มีการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ก่อนปี 2050” Chris Anderson ผู้ร่วมก่อตั้ง Countdown และหัวหน้าของ TED กล่าว “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องที่ TED และสมาชิกในชุมชนของเราให้ความสำคัญสูงสุด เราภูมิใจที่ได้อุทิศองค์กรของเราในการต่อสู้เพื่ออนาคตของเราทุกคน”

“งาน Countdown นำผู้ร่วมอุดมการณ์จากทุกภาคส่วนมารวมกันเพื่อจัดการกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” Lindsay Levin ผู้ร่วมก่อตั้ง Countdown และซีอีโอของ Leaders’ Quest กล่าว “เราต้องร่วมมือกันด้วยความกล้าหาญและหัวใจ เพื่อสร้างอนาคตที่ดีต่อสุขภาพมากกว่า ยุติธรรมกว่า และมั่นคงกว่าสำหรับทุกคน”

ด้วยผู้คนมากมายที่ต้องการแก้ปัญหาวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Countdown เป็นความร่วมมือที่เข้มข้น ด้วยการรวบรวมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อสานต่อโครงการที่กำลังดำเนินอยู่และที่กำลังพัฒนาแนวทางแก้ปัญหาทรงพลัง ด้วยการเผยแพร่ต่อผู้คนในวงกว้างยิ่งกว่าเดิม งานนี้สนับสนุนโดย TED และ Future Stewards และมุ่งตอบคำถามสำคัญที่เกี่ยวข้องกันห้าข้อ เพื่อให้เห็นภาพแนวทางสู่อนาคตที่ดีกว่าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

- พลังงาน: เราสามารถเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด 100% ได้เร็วแค่ไหน
- การขนส่ง: เราสามารถยกระดับวิธีการขนส่งคนและสิ่งต่างๆ ได้อย่างไร
- วัสดุ: เราจะเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวิธีการผลิตสิ่งของรอบตัวได้อย่างไร
- อาหาร: เราจะทำให้โลกมีระบบอาหารที่ดีต่อสุขภาพกว่านี้ได้อย่างไร
- ธรรมชาติ: เราจะปกป้องและพัฒนาสิ่งแวดล้อมของโลกได้อย่างไร

Countdown ขอเชิญชวนให้บริษัทและองค์กรต่างๆ มาร่วมกัน Race to Zero หรือการมุ่งสู่โลกที่มีการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายใต้ Business Ambition for 1.5?C ซึ่งเป็นการยึดมั่นในเป้าหมายที่ผ่านการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส และด้วย The Climate Pledge ซึ่งกำหนดให้ผู้ที่ลงนามในข้อตกลงนี้ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ให้ได้ก่อนปี 2040 หรือหนึ่งทศวรรษก่อนเป้าหมายความตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่วางไว้ในปี 2050

“เราสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นได้ด้วยการลงมือทำให้ดูเป็นตัวอย่าง เพราะหากไม่ลงมือทำ ก็ไม่มีความหวัง” Xiye Bastida นักเคลื่อนไหวเพื่อความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ วัย 17 ปี และผู้นำกิจกรรมรณรงค์ Fridays for Future ของกลุ่มเยาวชน กล่าว “เรากำลังต่อสู้เพื่อให้โลกนี้อยู่รอดต่อไปและดีขึ้นสำหรับคนรุ่นหลัง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือระหว่างคนหลายรุ่น Countdown คือการร่วมมือกันระหว่างคนหลายรุ่นและหลายภาคส่วนในการปกป้องโลก เพื่อให้โลกที่เราจากไปดีกว่าตอนที่เราเกิดมา”

“ห้าปีหลังจากการลงนามความตกลงปารีสอย่างเป็นเอกฉันท์ หลายประเทศ หลายบริษัท และประชาชนจำนวนมากต่างทำสุดความสามารถในการจัดการกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ แต่มันยังไม่พอ” Christiana Figueres อดีตหัวหน้าหน่วยงานด้านสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ (2010-2016) ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Global Optimism กล่าว “เรายังเหลือเวลาอีกหนึ่งทศวรรษที่จะตัดสินชะตาของโลก ด้วยการทำสิ่งที่จำเป็นต้องทำให้สำเร็จ การลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนของโลกให้เหลือครึ่งหนึ่งในอีกสิบปีเป็นสิ่งสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ฉันยินดีที่ได้ร่วมมือกับ Countdown เพื่อสร้างความมุ่งมั่นสู่โลกที่ดีกว่า ซึ่งจำเป็นในการผลักดันทุกบริษัทและทุกประเทศ ตลอดจนผลักดันประชาชน ในการลงมือปฏิบัติเพื่อลดปริมาณคาร์บอนจากเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของเราในทศวรรษนี้ลงครึ่งนึง”